พิษ ‘ไฟ ตอ.กลาง’ ฉุดเศรษฐกิจไทย คลังหั่นจีดีพีปี’69 เหลือ 1.6%

กระทรวงการคลังปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจไทยปี 2569 เหลือขยายตัวเพียง 1.6% จากเดิม 2.0% หรือลดลงราว 20% ของประมาณการเดิม สะท้อนแรงกดดันจากเศรษฐกิจโลก ราคาพลังงาน และความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะที่ภาครัฐยังต้องเดินหน้ามาตรการกระตุ้นเพื่อพยุงการเติบโต

นายวินิจ วิเศษสุวรรณภูมิ ผอ.สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) ในฐานะ โฆษกกระทรวงการคลัง แถลงผลประมาณการเศรษฐกิจไทยปี 2569 โดยปรับลดอัตราการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) เหลือ 1.6% จากเดิมที่คาดไว้ 2.0% ในช่วงต้นปี สะท้อนสัญญาณการชะลอตัวของเศรษฐกิจที่ชัดเจนขึ้น
การปรับลดดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากหลายปัจจัย ทั้งความผันผวนของเศรษฐกิจโลก ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง รวมถึงราคาพลังงานที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งส่งผลต่อต้นทุนและกำลังซื้อภายในประเทศ

แม้ภาพรวมเศรษฐกิจจะยังขยายตัวได้ แต่เครื่องยนต์หลักยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ โดยเฉพาะ การบริโภคภาคเอกชน ที่คาดว่าจะเติบโตในระดับจำกัด และ การลงทุนภาคเอกชน ที่ยังชะลอ สะท้อนความระมัดระวังของภาคธุรกิจ
อย่างไรก็ตาม ภาครัฐยังคงเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญของเศรษฐกิจ ผ่านการเร่งรัดการใช้จ่ายและการลงทุนโครงการขนาดใหญ่ เพื่อพยุงการเติบโตในระยะสั้น และวางรากฐานการพัฒนาในระยะยาว

โฆษกกระทรวงการคลัง ระบุว่า วิกฤติที่เกิดขึ้นควรถูกมองเป็นโอกาสในการ “เปลี่ยนผ่าน” โครงสร้างเศรษฐกิจ มากกว่าการใช้มาตรการช่วยเหลือเพียงระยะสั้น โดยเน้นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศในอนาคต
ทั้งนี้ ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด ได้แก่ ความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก ความผันผวนของราคาพลังงาน สถานการณ์ภูมิอากาศ และระดับหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูง ซึ่งอาจส่งผลต่อแนวโน้มเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป
การปรับลดจีดีพีครั้งนี้สะท้อนว่าเศรษฐกิจไทยยังอยู่ในช่วงเปราะบาง แม้ยังเติบโตได้ แต่ต้องอาศัยแรงพยุงจากภาครัฐ ขณะที่ความเสี่ยงจากภายนอกยังคงเป็นตัวแปรสำคัญในปี 2569.







