‘DITP’ ดัน Soft Power ไทยในญี่ปุ่น ผ่านมังงะดัง–กาชาปองยอดฮิต

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศร่วมมือกับค่ายมังงะและผู้ผลิตกาชาปองยักษ์ใหญ่ของญี่ปุ่น เปิดตัว “Thailand Official Gashapon” และผลงานมังงะว่าด้วยผ้าไทย ตอกย้ำเสน่ห์สินค้า–วัฒนธรรมไทยในตลาดญี่ปุ่นที่มีศักยภาพสูง

เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2568 ณ กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังติดตามความคืบหน้าความร่วมมือภายใต้บันทึกความเข้าใจ (MOU) กับบริษัท MIARAWASHIYA LLC และบริษัท KENELEPHANT Co., Ltd. เพื่อผลักดันภาพลักษณ์สินค้าและบริการไทยในญี่ปุ่น ผ่านสื่อมังงะและตู้กาชาปอง ณ Daikanyama T-site และสถานีรถไฟชิมบาชิ กรุงโตเกียว

นางสาวสุนันทา กล่าวว่า ความร่วมมือดังกล่าวเป็นหนึ่งในแนวทางสำคัญในการขับเคลื่อน Soft Power ไทยสู่ตลาดญี่ปุ่น เพื่อเพิ่มการรับรู้ สร้างความนิยมสินค้าบริการไทยในกลุ่มผู้บริโภคญี่ปุ่น และเชื่อมโยงภาพลักษณ์ประเทศไทยกับอุตสาหกรรมคอนเทนต์ยอดนิยมของญี่ปุ่น ทั้งมังงะและกาชาปอง ซึ่งมีมูลค่าตลาดรวมสูงและเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมากทั่วประเทศ

สำหรับความร่วมมือกับ KENELEPHANT Co., Ltd. ผู้ผลิตของเล่นแคปซูลรายใหญ่ของญี่ปุ่น ได้พัฒนาสินค้าขนาดเล็ก (Miniature Mascot) ที่หลากหลายเกี่ยวกับสินค้าและบริการไทย ในรูปแบบ Thailand Official Gashapon” ซึ่งได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการจากประเทศไทย

กาชาปองซีรีส์แรกเปิดตัวในเดือนพฤศจิกายน 2568 ประกอบด้วยสินค้าจำลอง 5 รายการ รวมจำนวนการผลิต 25,000 ชิ้น อาทิ

-คาแรกเตอร์น้องมะม่วง

-เบียร์ช้าง

-เงาะกระป๋อง

-บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมาม่า

-รถไฟไทย

โดยวางจำหน่ายในร้าน KENELEPHANT ทุกสาขาและร้านกาชาปองทั่วประเทศ เช่น ชิมบาชิ อากิฮาบาร่า อุเอะโนะ โยโกฮาม่า นาโกยา ซัปโปโร เกียวโต รวมถึงสนามบินฮาเนดะ เป็นต้น

ทั้งนี้ตลาดกาชาปองญี่ปุ่นมีมูลค่ากว่า 64,000 ล้านเยน และมีตู้มากกว่า 700,000 ตู้ทั่วประเทศ ทำให้สินค้าไทยมีโอกาสเข้าถึงผู้บริโภคจำนวนมาก โดยเฉพาะที่สถานีรถไฟชิมบาชิซึ่งมีผู้ใช้บริการกว่า 200,000 คนต่อวัน การนำเสนอเสน่ห์และอัตลักษณ์ของไทยผ่านคอนเทนต์ญี่ปุ่นยอดนิยม ทั้งมังงะและกาชาปอง เป็นกลยุทธ์สำคัญที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคหลากหลายวัย และสร้างความผูกพันระหว่างผู้บริโภคญี่ปุ่นกับสินค้าไทยได้อย่าง ทั่วถึง ซึ่งความร่วมมือนี้จะช่วยผลักดันอุตสาหกรรมไทยให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น พร้อมเตรียมต่อยอดการทำงานร่วมกับพันธมิตรญี่ปุ่นเพื่อสร้างคอนเทนต์ใหม่ ๆ และขยายตลาดสินค้าและบริการของไทยในอนาคต

โดยในส่วนของความร่วมมือกับ MIARAWASHIYA LLC ซึ่งเป็นบริษัทต้นสังกัดของนักวาดการ์ตูนชื่อดัง Mariko Kobayashi ทีมผู้สร้างได้เดินทางมาเก็บข้อมูลในไทย เพื่อถ่ายทอดเรื่องราว “ผ้าไทย” ภายใต้โครงการ “ผ้าไทยใส่ให้สนุก” อันเป็นพระดำริของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา มาสร้างเป็นมังงะเผยแพร่ในญี่ปุ่น

ผลงานล่าสุด Soi Story Mangaka wa Thai no Roji – Soi – wo Yuku” ได้ตีพิมพ์จำนวน 10,000 เล่ม และมียอดจำหน่ายแล้วถึง 7,600 เล่ม วางขายทั่วประเทศญี่ปุ่นและออนไลน์บน Amazon พร้อมทั้งมีรูปแบบดิจิทัลให้บริการ และอยู่ระหว่างเตรียมพิมพ์เพิ่มจากกระแสตอบรับเชิงบวกของผู้อ่านชาวญี่ปุ่นที่สนใจประเทศไทย

นอกจากนี้ มังงะดังกล่าวยังมียอดอ่านออนไลน์กว่า 90,000 วิว โดยกลุ่มผู้อ่านส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงช่วงอายุ 20–39 ปี สะท้อนว่าคอนเทนต์ไทยสามารถเข้าถึงคนรุ่นใหม่ในญี่ปุ่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่บัญชี SNS ของ Mariko Kobayashi มียอดผู้ติดตามมากกว่า 33,600 คน และยอด Impression รวมกว่า 7.5 ล้านครั้ง

นายฉันทพัทธ์ ปัญจมานนท์ อัครราชทูต (ฝ่ายการพาณิชย์) สำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ณ กรุงโตเกียว ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า โปรเจกท์ความร่วมมือกับบริษัท MIARAWASHIYA LLC ในครั้งนี้ ได้สร้างความสนใจให้กับวงการมังงะญี่ปุ่น และได้สร้างแรงบันดาลใจให้บริษัทอื่นๆสร้างคอนเทนต์เกี่ยวกับประเทศไทย ซึ่งล่าสุดนี้ทางสำนักงานกำลังจะต่อยอดสร้างความร่วมมือกับบริษัท  Tatsunoko Production Co., Ltd. ซึ่งเป็นหนึ่งในสตูดิโอแอนิเมชันที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่นที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 60 ปี ด้วยการทำมังงะถ่ายทอดเรื่องราวสินค้าและบริการไทยเพื่อเจาะกลุ่ม First Jobber (กลุ่มคนที่เพิ่งเริ่มทำงานครั้งแรก) ชาวญี่ปุ่น โดยจะใช้การดึงดาราและ Influencer ดังชาวญี่ปุ่นมาร่วมเป็นตัวละครนำในมังงะชุดนี้ ซึ่งคาดว่าจะเริ่มเปิดตัวได้ภายในช่วงต้นปีหน้านี้ และน่าจะช่วยสร้างกระแสของสินค้าไทยในตลาดญี่ปุ่นได้เป็นอย่างมาก

ทั้งนี้สำหรับผู้สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถติดต่อ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เว็บไซต์ www.ditp.go.th หรือสายด่วน 1169 และสำหรับผู้ที่สนใจสมัครเป็นผู้ขายบนเว็บไซต์หรือติดตามข้อมูลการค้าและคำสั่งซื้อจากทั่วโลกสามารถเข้าไปที่ แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ระหว่างประเทศ thaitrade.com.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password