บอร์ดบีโอไอ ระดมสมอง วางทิศทางลงทุนยุคใหม่ ดัน ศก.ไทยโต 3 %

บอร์ดบีโอไอ จัดประชุมปรับทิศทางและบทบาทการส่งเสริมการลงทุนระยะต่อไป ชูแนวคิดมุ่งสร้างประโยชน์คนไทย และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยผ่านการลงทุน พร้อมหารือการพัฒนาระบบนิเวศ ยกระดับบริการนักลงทุน และทำงานแบบ “ทีมไทยแลนด์” เสริมศักยภาพไทยรับโอกาสการลงทุนยุคใหม่ ตอบเป้าหมายประเทศเติบโต 3% พลัส และติด Top 20 ประเทศขีดความสามารถแข่งขันสูงใน 4 ปี และก้าวสู่ประเทศรายได้สูงใน 12 ปี
นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ) เปิดเผยว่า นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ในฐานะประธานกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บอร์ดบีโอไอ) ได้เป็นประธานในการประชุมเพื่อทบทวนนโยบายส่งเสริมการลงทุน เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 ณ จังหวัดชลบุรี โดยมีคณะกรรมการฯ ผู้ทรงคุณวุฒิ และผู้บริหารบีโอไอร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองเกี่ยวกับแนวโน้มการลงทุนโลก โอกาสของประเทศไทย และแนวทางปรับเปลี่ยนทิศทางและบทบาทของการส่งเสริมการลงทุน เพื่อเตรียมพร้อมรองรับการเปลี่ยนแปลงของโลกที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว รวมถึงตอบโจทย์การปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทยให้สามารถแข่งขันได้ในอนาคต และให้เกิดประโยชน์ถึงคนไทยได้อย่างชัดเจนและจับต้องได้
รองนายกฯ เอกนิติ ได้กล่าวมอบนโยบายว่า ที่ผ่านมาบีโอไอทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในระยะต่อไปบีโอไอจะเป็นกลไกหลักในการดึงดูดการลงทุนเพื่อปรับโครงสร้างเศรษฐกิจไทย และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยต้องปรับบทบาทและตัวชี้วัดไปสู่การเร่งให้เกิดการลงทุนจริง พร้อมให้ความสำคัญกับการลงทุนที่สร้างมูลค่าเพิ่ม และกระจายประโยชน์สู่คนไทยและเศรษฐกิจไทย รวมถึงการให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบนิเวศ โครงสร้างพื้นฐาน บุคลากร และความรวดเร็วในการให้บริการ รวมถึงนำเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI มายกระดับกระบวนการส่งเสริมการลงทุน ตลอดจนเชื่อมโยงการประสานงานระหว่างหน่วยงาน

“เป้าหมายของเรา คือ ทำให้บีโอไอเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่จะขับเคลื่อนเป้าหมายใหญ่ของประเทศ ทั้งการผลักดันให้เศรษฐกิจไทยเติบโตมากกว่าร้อยละ 3 พร้อมทั้งยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยสู่ 20 อันดับแรกภายในระยะเวลา 4 ปีของรัฐบาล เพื่อนำไปสู่การเป็นประเทศที่มีรายสูงภายใน 12 ปี” นายเอกนิติ กล่าว
3 โจทย์ใหญ่ เตรียมไทยรับการลงทุนยุคใหม่
ที่ประชุมได้หารือ 3 โจทย์หลักสำหรับการลงทุนในโลกยุคใหม่ ได้แก่ “สร้างคุณค่าอะไร” เพื่อมองเป้าหมายและประโยชน์จากการส่งเสริมการลงทุนในมิติที่กว้างกว่าเม็ดเงินลงทุน “ลงทุนอะไร” เพื่อพิจารณาโอกาสของสาขาอุตสาหกรรมเป้าหมายที่ไทยควรให้ความสำคัญ และ “ขับเคลื่อนอย่างไร” เพื่อหารือแนวทางในการใช้เครื่องมือส่งเสริมการลงทุน การอำนวยความสะดวก และความร่วมมือระหว่างหน่วยงานให้ตอบโจทย์นักลงทุนและการพัฒนาประเทศได้ดียิ่งขึ้น
สำหรับคุณค่าที่ประเทศควรได้รับจากการลงทุน ที่ประชุมเห็นว่าตัวเลขเงินลงทุนและการจ้างงานยังคงเป็นข้อมูลสำคัญ ในการสะท้อนความเชื่อมั่นและกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ขณะเดียวกัน อาจพิจารณามิติประกอบอื่นๆ เพิ่มเติม เช่น การเพิ่มมูลค่าในประเทศ การพัฒนาเทคโนโลยีและงานวิจัย การสร้างบุคลากรทักษะสูง การเชื่อมโยงผู้ประกอบการไทยและ SMEs เข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน การสร้างระบบนิเวศอุตสาหกรรม และการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อให้การลงทุนช่วยเสริมศักยภาพเศรษฐกิจไทยได้อย่างรอบด้านและยั่งยืน โดยหลังจากที่บีโอไอดึงการลงทุนเข้ามาแล้ว หน่วยงานต่างๆ จะต้องมาทำงานร่วมกันเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ โดยจะมีการกำหนดตัวชี้วัดร่วมระหว่างหน่วยงาน (Integrated Strategic KPIs)
ในด้านทิศทางอุตสาหกรรม ที่ประชุมได้แลกเปลี่ยนมุมมองถึงการปรับโฟกัสใหม่ เพื่อให้การส่งเสริมการลงทุนมีจุดเน้นที่ชัดเจนยิ่งขึ้น และกำหนดกลุ่มเทคโนโลยีและกิจการที่มีศักยภาพสูง อาทิ เซมิคอนดักเตอร์และอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ดิจิทัลและ AI วิศวกรรมและวัสดุขั้นสูง เกษตรและอาหารมูลค่าสูง การแพทย์และสุขภาพ รวมถึงยานยนต์แห่งอนาคต ขณะเดียวกัน ได้ให้ความสำคัญกับการต่อยอดฐานอุตสาหกรรมเดิมของไทยให้มีการยกระดับเทคโนโลยี ลดการสนับสนุนอุตสาหกรรมที่ไม่ใช่จุดแข็งหรือยุทธศาสตร์ในอนาคตของไทย เพิ่มประสิทธิภาพ ลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และเชื่อมโยงเข้าสู่ห่วงโซ่มูลค่าใหม่ โดยมองการพัฒนาอุตสาหกรรมในลักษณะ “ต่อยอดและเปลี่ยนผ่าน” มากกว่าการแบ่งเป็นอุตสาหกรรมเก่าหรือใหม่เพียงอย่างเดียว
ในด้านการขับเคลื่อนและดึงดูดการลงทุน ที่ประชุมหารือถึงการบูรณาการเครื่องมือและมาตรการสนับสนุนระหว่างหน่วยงาน ทั้งด้านภาษี ด้านการเงิน ด้านการบริการและอำนวยความสะดวก เพื่อดึงดูดการลงทุนใหม่และดูแลนักลงทุนเดิมให้ขยายกิจการและยกระดับสู่กิจกรรมที่มีมูลค่าสูง นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้เน้นการยกระดับทักษะและพัฒนาทักษะใหม่ (Upskill & Reskill) ให้แก่บุคลากรไทย โดยเฉพาะการให้เอกชนมาร่วมออกแบบหลักสูตรให้ตรงกับความต้องการ การสนับสนุนการฝึกงานในธุรกิจจริง การสนับสนุนงานวิจัยและพัฒนา พร้อมวางกลไกที่จับต้องได้ในการถ่ายทอดเทคโนโลยี
“บีโอไอจะรักษาจุดแข็งของระบบส่งเสริมการลงทุนที่นักลงทุนให้ความเชื่อมั่น พร้อมเปิดรับแนวคิดใหม่และศึกษาความเหมาะสมอย่างรอบด้าน เพื่อให้เครื่องมือและบริการของบีโอไอทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลก และสนับสนุนให้ไทยเป็นจุดหมายการลงทุนที่สร้างการเติบโตและคุณค่าในระยะยาว” นายนฤตม์ กล่าว






