‘รองฯสุชาติ’ ร่วมกรมศุลฯ บุก ทลฉ. สกัดขยะพิษ!

“รองนายกฯสุชาติ” นำลงพื้นที่ท่าเรือแหลมฉบัง สั่งตรวจตู้สินค้าต้องสงสัย 18 ตู้ พบลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์ปะปนเศษโลหะ น้ำหนักรวมหลายแสนกิโลกรัม ด้าน “อธิบดีกรมศุลกากร” เผย! สอดรับ นโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล มุ่งสกัดลักลอบนำเข้าของเสียอันตราย ตอกย้ำจุดยืนไทย ปกป้องสิ่งแวดล้อม ลั่น! เอาผิด พ่วงขยายผลเครือข่ายทั้งในและนอกประเทศ

นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรมว.ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ลงพื้นที่ ท่าเรือแหลมฉบัง จังหวัดชลบุรี เพื่อติดตามการตรวจสอบตู้สินค้าต้องสงสัยที่อาจเข้าข่ายลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์จากต่างประเทศ โดยเป็นการบูรณาการร่วมกันของ กรมศุลกากร กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) และกรมควบคุมมลพิษ เพื่อขยายผลขบวนการอาชญากรรมข้ามชาติที่ลักลอบนำเข้าของเสียอันตราย
การปฏิบัติการดังกล่าวมีการเปิดตรวจ ตู้สินค้าต้องสงสัยรวม 18 ตู้ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่า บางส่วนมีการสำแดงสินค้าเป็น “เศษโลหะ” หรือ “เศษเหล็ก” เพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ แต่ภายในกลับพบแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์และเศษอุปกรณ์ไฟฟ้าปะปนอยู่จำนวนมาก

นายพันธ์ทอง ลอยกลุนันท์ อธิบดีกรมศุลกากร เปิดเผยว่า การตรวจสอบครั้งนี้สืบเนื่องจากข้อมูลการสืบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ตามเรื่องสืบสวนที่ 27/2569 ซึ่งพบพฤติการณ์ของขบวนการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์และเศษพลาสติกเข้าสู่ประเทศไทย โดยใช้วิธีสำแดงสินค้าเท็จเป็นเศษโลหะหรือเศษเหล็ก ทั้งนี้ กรมศุลกากรได้ใช้ระบบบริหารความเสี่ยงและเทคโนโลยีตรวจสอบสินค้า เพื่อคัดกรองตู้สินค้าที่มีความเสี่ยง พร้อมสนับสนุนข้อมูลให้หน่วยงานด้านการสืบสวนใช้ขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้อง
สำหรับการตรวจสอบในวันที่ 10 มีนาคม 2569 แบ่งเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่…
กลุ่มแรก 12 ตู้ เป็นสินค้าของบริษัทเอกชนรายหนึ่ง สำแดงสินค้าเป็นเศษเหล็ก จากประเทศเฮติ แต่ตรวจพบเศษโลหะปะปนแผงวงจรอิเล็กทรอนิกส์ น้ำหนักรวมประมาณ 284,919 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 2.53 ล้านบาท
กลุ่มที่สอง 4 ตู้ เป็นตู้สินค้าที่ได้รับข้อมูลจาก กรมสอบสวนคดีพิเศษ และเครือข่าย Basel Action Network (BAN) ซึ่งเป็น องค์กรเฝ้าระวังการเคลื่อนย้ายขยะอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างประเทศ โดยสำแดงสินค้าเป็น “Metal Scraps” และ “Mixed Metal” จากสหรัฐอเมริกา
กลุ่มที่สาม 2 ตู้ เป็น ตู้สินค้าที่กรมศุลกากรอายัดไว้ เนื่องจากผู้นำเข้ามีประวัติเกี่ยวข้องกับการแจ้งเตือนของเครือข่าย BAN โดยสำแดงสินค้าเป็น เศษอลูมิเนียมจากสหรัฐอเมริกาและเนเธอร์แลนด์

โดยผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่า ตู้สินค้าบางส่วนเข้าข่ายเป็น ขยะอิเล็กทรอนิกส์และของเสียอันตราย ซึ่งอาจเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายไทย และ อนุสัญญาบาเซล (Basel Convention) ว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายของเสียอันตรายข้ามแดน
ด้าน นายสุชาติ กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการปราบปรามการลักลอบนำเข้าขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างจริงจัง เนื่องจากเป็นภัยต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชน
“ประเทศไทยจะไม่เป็นแหล่งทิ้งขยะอันตรายของโลก หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องทำงานเชิงรุก ทั้งการตรวจสอบ การสกัดกั้น และการดำเนินคดีกับขบวนการลักลอบนำเข้าอย่างเด็ดขาด” รองนายกฯสุชาติ ระบุ
อธิบดีกรมศุลกากร ยังย้ำว่า การดำเนินการครั้งนี้ ยังสอดคล้องกับนโยบาย Quick Big Win ของรัฐบาล ที่มุ่งป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าของเสียอันตราย พร้อมย้ำ “จุดยืน” ของประเทศไทยในการปกป้องสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้ กรมศุลกากรยืนยันว่าจะดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายอย่างเคร่งครัด รวมถึงผลักดันให้ส่งสินค้าดังกล่าวกลับออกนอกราชอาณาจักร และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิด พร้อมขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั้งในและต่างประเทศ.







