คต. คุมเข้มส่งออกทุเรียน ตรวจ Form E ป้องกันสวมสิทธิ์

กรมการค้าต่างประเทศผนึก สพจ. นครพนม ระดมเจ้าหน้าที่ตรวจอนุมัติหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้า Form E ตลอดฤดูกาลผลไม้ มี.ค.–มิ.ย. 2569 อำนวยความสะดวกส่งออกทุเรียนไปจีน พร้อมคุมเข้มป้องกันการสวมสิทธิ์

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ(คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมการค้าต่างประเทศได้เดินหน้าแผนเชิงรุกเตรียมความพร้อมรองรับมหกรรมส่งออกผลไม้ไทย ในช่วงเดือนมีนาคม – มิถุนายน 2569 เนื่องจากเป็นช่วงที่ผลผลิตทุเรียน มะม่วง และ มังคุด ออกสู่ตลาดเป็นจำนวนมาก ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีปริมาณการขอหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าพุ่งสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง Form E (อาเซียน – จีน) ทุเรียน ซึ่งเป็นสินค้าสำคัญในตลาดจีน เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ประกอบการและสร้างความลื่นไหลในระบบโลจิสติกส์ โดยการระดมเจ้าหน้าที่จากส่วนกลางสนับสนุนสำนักงานพาณิชย์จังหวัด (สพจ.) นครพนม ปฏิบัติงานเชิงบูรณาการในการตรวจอนุมัติหนังสือรับรองฯ ให้มีความรวดเร็วและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน พร้อมเปิดให้บริการในวันเสาร์และอาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 8.30 – 16.30 น. ตลอดทั้งฤดูกาล โดยเปิดให้บริการสัปดาห์เว้นสัปดาห์ในเดือนมีนาคมและเดือนมิถุนายน และเปิดให้บริการทุกวันไม่เว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์ตลอดเดือนเมษายนและพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงที่คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณการส่งออกผลไม้เยอะที่สุด เพื่อให้มั่นใจว่าผลไม้ของไทยจะเดินทางออกจากด่านนครพนมไปสู่ประเทศจีนได้อย่างสะดวกรวดเร็ว โดยจะเริ่มเปิดให้บริการตามแผนดังกล่าวข้างต้นในวันเสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 เป็นวันแรก ซึ่งกรมฯ และ สพจ.นครพนมจะประเมินผลเป็นรายวันและพร้อมปรับแผนเพิ่มเติมหากมีความจำเป็น

นางอารดาฯ กล่าวเพิ่มเติมว่า แม้กรมฯ จะอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ก็ตาม แต่ยังยืนยันว่ายังให้ความสำคัญสูงสุดกับการป้องกัน “การสวมสิทธิ์ทุเรียน” ด้วยเช่นกัน เนื่องจากเป็นประเด็นสำคัญที่เคยส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์และชื่อเสียงของไทยในปีที่ผ่านมา ดังนั้น ในปี 2569 นี้ กรมฯ จึงมีมาตรการตรวจสอบถิ่นกำเนิดสินค้าอย่างละเอียดถี่ถ้วนและเป็นธรรม เพื่อคัดกรองสินค้าที่มีคุณภาพและมีแหล่งกำเนิดในไทยอย่างแท้จริง เป็นการสร้างเกราะคุ้มกันให้แก่เกษตรกรและผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส พร้อมทั้งตอกย้ำความเชื่อมั่นให้แก่ประเทศคู่ค้าว่าทุเรียนที่ส่งออกจากไทยคือผลไม้คุณภาพระดับพรีเมียมที่มีมาตรฐานการตรวจสอบระดับสากล โดยกรมฯ มีแผนจะคุยกับ สพจ. 7 จังหวัด ได้แก่ นครพนม มุกดาหาร หนองคาย เชียงราย เชียงใหม่ ชลบุรี และสงขลา (หาดใหญ่) ที่ออกหนังสือรับรองฯ ผลไม้ โดยเฉพาะสินค้าทุเรียน เพื่อซักซ้อมความเข้าใจและเตรียมความพร้อมรับมือ หากปริมาณการออกหนังสือรับรองฯ เพิ่มมากขึ้นในฤดูกาลผลไม้อีกด้วย

อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กล่าวปิดท้ายว่าเพื่อให้การตรวจสอบและอนุมัติหนังสือรับรองถิ่นกำเนิดสินค้าเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพสูงสุด กรมการค้าต่างประเทศจึงขอความร่วมมือผู้ประกอบการส่งออกทุกภาคส่วน เตรียมเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องและข้อมูลต้นทุนการผลิตให้มีความถูกต้อง ครบถ้วน และชัดเจน ตามระเบียบที่กำหนดไว้ก่อนการยื่นคำขอ อาทิ Invoice ใบตราส่งสินค้า แบบขอรับการตรวจคุณสมบัติของสินค้าทางด้านถิ่นกำเนิดฯ ซึ่งต้องระบุข้อมูลเพิ่มเติม ได้แก่ การยืนยันแหล่งที่มาของสินค้า วันที่ส่งออก ด่านที่ส่งออก ประเภท/ชื่อยานพาหนะ หลักฐานที่แสดงการได้มาซี่งวัตถุดิบ/สินค้า ที่น่าเชื่อถือ เช่น ใบเสร็จซื้อขาย ใบรับรองมาตรฐานสินค้าเกษตร (GAP) เป็นต้น ซึ่งจะช่วยลดระยะเวลาในการพิจารณาของเจ้าหน้าที่และป้องกันความล่าช้าที่อาจเกิดขึ้น โดยกรมฯ และสำนักงานพาณิชย์จังหวัดพร้อมที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจการค้าชายแดน และยืนหยัดเคียงข้างผู้ประกอบการไทยในการผลักดันผลไม้ไทยให้ครองความสำเร็จ    ในตลาดโลกอย่างยั่งยืน

ในปี 2568 มีการออกหนังสือรับรองฯ Form E สินค้าทุเรียนไปยังประเทศจีน รวมทั้งสิ้น 61,767 ฉบับ คิดเป็นมูลค่า 4,264 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย สพจ. 3 แห่ง ที่ออกมากที่สุด ได้แก่ สพจ. นครพนม 33,321 ฉบับ มูลค่า 2,038.87 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สพจ. มุกดาหาร 10,348 ฉบับ มูลค่า 850.58 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสพจ. เชียงราย 8,220 ฉบับ มูลค่า 534.56 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ผู้สนใจสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์กรมการค้าต่างประเทศ www.dft.go.th หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ 0 2547 4830 / 0 2547 4838 หรือสายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ 1385.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password