‘เอกนิติ’ ชูนวัตกรรมการคลัง?

(วางศิลาฤกษ์อาคารสรรพากร ยกระดับบริการประชาชน/สวัสดิการ ขรก. ดึง ‘โมเดล ธพส.’ ลดข้อจำกัดงบประมาณ)
“รองนายกฯเอกนิติ” ชี้! การลงทุนอาคารสำนักงานและที่พักข้าราชการกรมสรรพากร ไม่ใช่แค่สร้างตึกใหม่ แต่เป็น “ต้นแบบ” การใช้กลไกการเงินของรัฐวิสาหกิจพัฒนาทรัพย์สินราชพัสดุ แก้ปัญหาบริการประชาชน บุคลากร และการลงทุนภาครัฐในคราวเดียวกัน พร้อมยกระดับอาคารราชการสู่มาตรฐานพลังงานสะอาด

กระทรวงการคลังเดินหน้าปรับโฉมการลงทุนภาครัฐ ด้วยการวางศิลาฤกษ์โครงการก่อสร้างอาคารสำนักงานและที่พักอาศัยของกรมสรรพากร บริเวณซอยสุขุมวิท 11 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร โดยมี นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วย นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นายสมศักดิ์ อนันทวัฒน์ อธิบดีกรมสรรพากร คณะผู้บริหารกระทรวงการคลัง คณะกรรมการและผู้บริหารบริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด (DAD) นำโดย นายธีธัช สุขสะอาด กรรมการผู้จัดการ DAD เข้าร่วมพิธีอย่างพร้อมเพรียง เพื่อความเป็นสิริมงคลก่อนเริ่มก่อสร้างอย่างเป็นทางการ โดยมี พระมหาราชครูพิธีศรีวิสุทธิคุณ วิบุลย์เวทย์บรมหงส์ พรหมพงศ์ พฤฒาจาริย์ ประธานพระครูพราหมณ์ เป็นผู้ทำพิธี ณ บริเวณพื้นที่ก่อสร้าง
แม้ภายนอกจะเป็น พิธีวางศิลาฤกษ์อาคารราชการแห่งใหม่ แต่สาระสำคัญที่กระทรวงการคลังต้องการสื่อ นั่นก็คือ…การเปิดตัว “นวัตกรรมทางการคลัง” รูปแบบใหม่ ที่ใช้กลไกของรัฐวิสาหกิจเข้ามาขับเคลื่อนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ โดยไม่ให้ข้อจำกัดด้านงบประมาณประจำปีเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาประเทศ
ลงทุนครั้งเดียว แก้ 3 ปัญหา :

นายเอกนิติ กล่าวว่า โครงการนี้ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงสร้างอาคารสำนักงานแห่งใหม่ แต่ถูกออกแบบให้แก้ปัญหาสำคัญของภาครัฐได้พร้อมกัน 3 ด้าน ดังนี้…
ด้านแรก คือ การยกระดับการบริการประชาชน โดยรวบรวมหน่วยงานของกรมสรรพากร 4 แห่ง ได้แก่ สำนักงานสรรพากรภาค 2 สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 13 สำนักงานสรรพากรพื้นที่กรุงเทพมหานคร 14 และสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาวัฒนา มาไว้ในพื้นที่เดียว ทำให้ประชาชนได้รับบริการสะดวก รวดเร็ว และลดความซ้ำซ้อนในการติดต่อราชการ โดยเฉพาะในพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ที่มีผู้มาใช้บริการจำนวนมาก
ด้านที่ 2 คือ การยกระดับสวัสดิการข้าราชการ ผ่านการจัดสร้างที่พักอาศัยภายในโครงการ รองรับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในกรุงเทพมหานคร ซึ่งมีค่าครองชีพสูง
นายเอกนิติ ยอมรับว่า ในอดีตปัญหาสำคัญของกรมสรรพากร คือเจ้าหน้าที่จำนวนมากไม่ต้องการปฏิบัติงานในกรุงเทพฯ เนื่องจากไม่มีที่พักและมีภาระค่าครองชีพสูง ส่งผลให้เกิดการขอย้ายไปต่างจังหวัด กระทบต่อการให้บริการประชาชน การมีที่พักสวัสดิการจึงช่วยรักษาบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน และลดความล่าช้าในการให้บริการด้านภาษี

ด้านที่ 3 คือ การสร้างรูปแบบการลงทุนภาครัฐใหม่ โดยใช้บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ เป็นผู้ลงทุนก่อสร้าง ก่อนที่กรมสรรพากรจะทยอยชำระเงินภายหลังตามกรอบเวลาที่กำหนด ซึ่งเป็นโมเดลเดียวกับการพัฒนาศูนย์ราชการ ช่วยให้รัฐสามารถเดินหน้าโครงการลงทุนได้โดยไม่ต้องใช้งบประมาณก้อนใหญ่ในคราวเดียว และไม่ติดข้อจำกัดของวงเงินงบประมาณรายปี
เพิ่มมูลค่าที่ราชพัสดุ :
อีกประเด็นที่ กระทรวงการคลังให้ความสำคัญ คือ การนำที่ราชพัสดุมาใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ
ดังนั้น โครงการนี้เกิดขึ้นเพื่อทดแทนอาคารสำนักงานเดิมที่กรมสรรพากรเช่าใช้งานมานานกว่า 30 ปี ซึ่งมีสภาพทรุดโทรม และรัฐต้องรับภาระค่าเช่าประมาณ 39 ล้านบาทต่อปี การก่อสร้างอาคารของตนเองจึงไม่เพียงช่วยลดรายจ่ายระยะยาว แต่ยังเพิ่มมูลค่าทรัพย์สินของรัฐ และทำให้การใช้ที่ราชพัสดุเกิดประโยชน์สูงสุดตามนโยบายของกระทรวงการคลัง
โดย กระทรวงการคลังได้หารือกับ DAD ซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจสังกัดกระทรวงการคลัง ที่มีความเชี่ยวชาญด้านงานก่อสร้าง การพัฒนาและบริหารอาคาร ให้ไปดำเนินการศึกษาความเป็นไปได้ที่จะพัฒนาโครงการ และยังได้เพิ่มศักยภาพการใช้พื้นที่ราชราชพัสดุที่มีอยู่แล้วให้มีมูลค่าเพิ่มขึ้นอีกด้วย
นำร่องอาคารราชการยุคใหม่ :

ส่วน นายธีธัช สุขสะอาด กรรมการผู้จัดการ DAD กล่าวว่า ในด้านการพัฒนาอาคาร DAD ได้ออกแบบอาคารแห่งใหม่ให้เป็นอาคารสูง 17 ชั้น พื้นที่ใช้สอยกว่า 22,000 ตารางเมตร มีห้องพักสวัสดิการ 54 ห้อง ที่จอดรถ 178 คัน และใช้แนวคิด “อาคารเขียวรักษ์โลก” ผ่านมาตรฐาน TREES ระดับ GOLD ติดตั้งระบบผลิตไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ ใช้กระจกประหยัดพลังงาน Low-E พร้อมพื้นที่สีเขียวและสวนลอยฟ้ารวมกว่า 700 ตารางเมตร รวมถึง ยังได้ออกแบบตามหลัก Universal Design เพื่อรองรับผู้สูงอายุและผู้พิการอย่างเท่าเทียม
นอกจากนี้ DAD ยังวางเงื่อนไขการบริหารโครงการหลังส่งมอบอย่างรัดกุม โดยในช่วง 2 ปีแรก ผู้รับเหมาก่อสร้างจะรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมทั้งหมด ก่อนที่กรมสรรพากรจะเข้ารับผิดชอบการบริหารอาคารในระยะต่อไป เพื่อให้การใช้งบประมาณของรัฐเกิดความคุ้มค่าสูงสุด
ต้นแบบการลงทุนภาครัฐ :
สำหรับ กระทรวงการคลัง ภายใต้การนำของ รองนายกฯเอกนิติ ในฐานะ “หัวหน้าทีมเศรษฐกิจ” ของรัฐบาลชุดปัจจุบัน แล้ว “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…โครงการนี้มันมีความหมายมากกว่าการก่อสร้าง อาคารสำนักงานแห่งใหม่ เพราะเป็นการ ทดลองใช้ “นวัตกรรมทางการคลัง” เพื่อสร้าง “ต้นแบบ” การลงทุนภาครัฐที่สามารถยกระดับบริการประชาชน พัฒนาสวัสดิการบุคลากร เพิ่มประสิทธิภาพการใช้ทรัพย์สินของรัฐ และขับเคลื่อนการพัฒนาอาคารราชการสีเขียวไปพร้อมกัน
และหาก โมเดลนี้ประสบความสำเร็จ เชื่อว่า…จะมีแนวโน้มที่อาจขยายผลไปยังหน่วยงานราชการอื่นๆ ในอนาคต ซึ่งจะทำให้การลงทุนภาครัฐเปลี่ยนจากการสร้างอาคารเพียงอย่างเดียว ไปสู่การสร้าง “โครงสร้างพื้นฐานเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารประเทศ” อย่างแท้จริง!!!.








