Webull ปักหมุด ‘หุ้นไทยไปหุ้นโลก!’

(พลิกเกมโบรกเกอร์ไทย? หลังซื้อ Pi – วาง ‘ฮ่องกง’ เป็นฮับแรก! เชื่อมหุ้นไทยสู่ฐานนักลงทุนทั่วโลก พร้อมผสาน AI-Wealth)
“ซีอีโอ Webull – ชลเดช เขมะรัตนา” แจงเหตุการเข้าซื้อกิจการบริษัทหลักทรัพย์ พาย (Pi Securities) ย้ำ! ไม่ใช่เพียงดีลควบรวมธุรกิจ ที่เพียงหวังขยายฐานลูกค้า หรือเพิ่มส่วนแบ่งตลาด แต่วางกลยุทธ์ “จุดเริ่มต้น” ของยุทธศาสตร์ใหม่ เชื่อม “หุ้นไทย” เข้าสู่เครือข่ายนักลงทุนทั่วโลก ผ่านแพลตฟอร์มการลงทุนระดับสากล ยกระดับการแข่งขันของอุตสาหกรรมโบรกเกอร์ไทย พร้อมใช้ฮ่องกงเป็นประตูบานแรก ก่อนขยายสู่ตลาดต่างประเทศในอนาคต
“เราไม่ได้ซื้อ Pi เพราะต้องการใบอนุญาต แต่เราต้องการคน ต้องการทีม และต้องการฐานลูกค้า”
ประโยคข้างต้นที่ นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ วีบูลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์ สื่อสายเศรษฐกิจ ในเวทีเล็ก Group Interview เมื่อบ่ายแก่ๆ ของวานนี้ (13 ก.ค.2569) ณ อาคารสำนักงาน Webull ตึกเกษรอัมรินทร์ ชั้น 12 สิ่งนี้ มันสะท้อนชัดว่า…
การเข้าซื้อกิจการมูลค่าราว 3 พันล้านบาทในครั้งนี้ ไม่ได้มีเป้าหมายเพียงการขยายขนาดธุรกิจ หากแต่เป็นการเร่งสร้างศักยภาพของ Webull ในตลาดทุนไทย…
ดีลที่ซื้อ “ศักยภาพ” มากกว่าใบอนุญาต :
“ถ้าจะสร้างทีมเอง คงใช้เวลาหลายปี การซื้อ Pi คือทางลัด” นั่นคือเหตุผลที่ นายชลเดช อธิบายถึงเหตุผลของการประกาศเข้าซื้อกิจการบริษัทหลักทรัพย์ พาย (Pi Securities) ของ Webull ซึ่งถูกมองจากภายนอกว่า….เป็นการขยายธุรกิจในประเทศไทย
โดยที่เขายืนยันว่า…เป้าหมายสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “ใบอนุญาต” เพราะ Webull มีใบอนุญาตประกอบธุรกิจหลักทรัพย์และเป็นสมาชิกตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยอยู่แล้ว
สิ่งที่บริษัทต้องการ คือ ฐานลูกค้า สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ทีมผู้แนะนำการลงทุน (IC) ผู้จัดการความสัมพันธ์ลูกค้า (RM) และ ศักยภาพของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง ซึ่งต้องใช้เวลาหลายปีหากสร้างขึ้นเอง
ดังนั้น การเข้าซื้อกิจการจึงเป็น “ทางลัด” ที่ช่วยเร่งการเติบโตได้ทันที!!!
ผสานจุดแข็งไทยกับเทคโนโลยีระดับโลก :
ยุทธศาสตร์หลังการเข้าซื้อกิจการ คือ…การสร้าง Synergy ระหว่าง…ความแข็งแกร่งของ Pi กับเทคโนโลยีของ Webull
Pi มีจุดแข็งด้านฐานลูกค้าหุ้นไทย ธุรกิจ Wealth Management และบุคลากรที่มีประสบการณ์
ขณะที่ Webull มีแพลตฟอร์มการลงทุนระดับโลก เทคโนโลยี AI เครื่องมือวิเคราะห์ข้อมูล และเครือข่ายการลงทุนต่างประเทศ
แนวทางของบริษัทจึงไม่ใช่การเปลี่ยนทุกอย่างในทันที แต่จะรักษาการดำเนินงานของ Pi ควบคู่กับการค่อย ๆ นำเทคโนโลยีเข้าไปยกระดับประสิทธิภาพ ทั้งในด้านการวิเคราะห์ การให้บริการลูกค้า และการเข้าถึงผลิตภัณฑ์การลงทุนใหม่ ๆ
จาก “หุ้นโลกเข้าไทย” สู่ “หุ้นไทยไปหุ้นโลก” :
“ผมอยากให้หุ้นไทยไปอยู่บนหน้าจอมือถือของนักลงทุนทั่วโลก…”
ประเด็นที่น่าสนใจที่สุด! ของการสัมภาษณ์ นายชลเดช ในครั้งนี้ คงไม่พ้นวิสัยทัศน์ “หุ้นไทยไปหุ้นโลก”
ที่ผ่านมา นักลงทุนไทยคุ้นเคยกับการใช้แพลตฟอร์มต่างประเทศเพื่อซื้อหุ้นสหรัฐฯ หรือหุ้นต่างประเทศ แต่ Webull กำลังวางยุทธศาสตร์ในทิศทางตรงกันข้าม นั่นคือ…
การนำหุ้นไทยไปปรากฏบนแพลตฟอร์มระดับโลก เพื่อให้นักลงทุนต่างประเทศ โดยเฉพาะนักลงทุนรายย่อย สามารถเข้าถึงหุ้นไทยได้ง่ายขึ้น
โดย บริษัทมีแผนที่จะใช้ ฮ่องกงเป็นศูนย์กลาง (Hub) แห่งแรก เนื่องจากเป็นตลาดที่นักลงทุนรู้จักหุ้นไทยอยู่แล้ว และมีความสนใจหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่งและจ่ายเงินปันผลสูง ก่อนขยายไปยังตลาดอื่นในอนาคต
คัดเลือกหุ้นไทยที่มี “เสน่ห์” :
Webull ไม่ได้ตั้งเป้านำหุ้นไทยทั้งหมดออกสู่ตลาดโลก แต่จะคัดเลือกหุ้นที่มีศักยภาพและตรงกับความต้องการของนักลงทุนต่างชาติ
กลุ่มแรก ที่ถูกมองว่าเป็น “จุดขาย” ได้แก่ หุ้นธนาคาร ซึ่งมีอัตราผลตอบแทนเงินปันผลอยู่ในระดับ 5-7% และมีการเติบโตต่อเนื่อง ตามด้วย กลุ่มโทรคมนาคมที่มีความแข็งแกร่งด้านโครงสร้างธุรกิจ และ หุ้นพลังงานบางบริษัทที่มีศักยภาพ
แนวคิดนี้สะท้อนว่า…Webull ต้องการนำเสนอ “ธีมการลงทุนของประเทศไทย” มากกว่าการเปิดซื้อขายหุ้นไทยทั้งตลาดในคราวเดียว
Roadshow ถึงนักลงทุนรายย่อยทั่วโลก :
อีกความแตกต่างที่บริษัทวางไว้ นั่นคือ…การทำ Roadshow ร่วมกับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยเน้นนักลงทุนรายย่อยผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล มากกว่าการนำเสนอเฉพาะนักลงทุนสถาบันแบบเดิม
เป้าหมาย คือ…ทำให้หุ้นไทยสามารถเข้าถึงผู้ใช้งาน Webull ในต่างประเทศผ่านโทรศัพท์มือถือ ซึ่งอาจช่วยขยายฐานนักลงทุนของบริษัทจดทะเบียนไทยได้ในระยะยาว
พลิกบทบาทตลาดทุนไทย :
หากยุทธศาสตร์ดังกล่าวเกิดขึ้นได้จริง ผลกระทบอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียง Webull หรือ Pi เท่านั้น แต่จะสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงของตลาดทุนไทยทั้งระบบ!!!
จากเดิมที่การแข่งขันของโบรกเกอร์มุ่งเน้นการดึงนักลงทุนไทยออกไปลงทุนต่างประเทศ อาจเปลี่ยนเป็นการแข่งขันเพื่อพาหุ้นไทยเข้าสู่เครือข่ายนักลงทุนระดับโลก ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล เทคโนโลยี AI และพันธมิตรทางการเงินระหว่างประเทศ
ในอีก มิติหนึ่ง ดีลครั้งนี้ยังสะท้อนว่า…การแข่งขันของธุรกิจหลักทรัพย์กำลังเปลี่ยนจากการแข่งขันด้านค่าคอมมิชชัน ไปสู่การแข่งขันด้านเทคโนโลยี ฐานข้อมูล การบริหารความมั่งคั่ง และการเชื่อมโยงตลาดทุนข้ามพรมแดน
ในมุมของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” แล้ว เชื่อว่า…การที่ Webull เข้าเทคโอเวอร์กิจการของ Pi จะไม่ใช่เพียงการเพิ่มขนาดธุรกิจในประเทศไทย แต่เป็นก้าวสำคัญของยุทธศาสตร์ที่ต้องการเปลี่ยนประเทศไทยจาก “ปลายทางของเงินลงทุนต่างชาติ” ให้กลายเป็น “จุดเริ่มต้นของการนำหุ้นไทยไปสู่ตลาดโลก”
ซึ่งหาก บล.วีบูลล์ (ประเทศไทย) ภายใต้การนำของ นายชลเดช เขมะรัตนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สามารถจะดำเนินการได้ตามแผนที่วางไว้แล้วล่ะก็
สิ่งนี้…อาจเป็นการเปลี่ยนบทบาทของตลาดทุนไทยครั้งสำคัญในยุคดิจิทัลเลยก็เป็นได้!!!.






