ปั้นตลาดเหรียญไทย

(Coin Market Platform ยกระดับตลาดนักสะสม ‘เหรียญกษาปณ์’ รับเศรษฐกิจดิจิทัล)

กรมธนารักษ์เดินหน้าต่อยอดภารกิจด้านเงินตรา เตรียมเปิด Coin Market Platform เป็นตลาดกลางซื้อขายและประมูลเหรียญกษาปณ์อย่างเป็นทางการ ประเดิมเหรียญ 10 บาท ปี 2533 มูลค่าหลักล้านบาท พร้อมยกระดับตลาดนักสะสม ปรับบทบาทกองกษาปณ์รับเศรษฐกิจดิจิทัล และต่อยอดการสร้างมูลค่าเพิ่มจากทรัพย์สินของรัฐ

มากกว่าการผลิตเหรียญ :

หากย้อนกลับไปเมื่อหลายสิบปีก่อน ภารกิจของกองกษาปณ์ กรมธนารักษ์ คือ การผลิตเหรียญกษาปณ์ให้เพียงพอต่อการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศ แต่เมื่อ เทคโนโลยีการชำระเงินเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะ การเติบโตของระบบชำระเงินอิเล็กทรอนิกส์และสังคมไร้เงินสด บทบาทของหน่วยงานด้านเงินตราจึงต้องปรับตัวให้สอดรับกับบริบทเศรษฐกิจยุคใหม่

การเปิดตัว Coin Market Platform จึงไม่ใช่เพียงการเพิ่มช่องทางซื้อขายเหรียญกษาปณ์ แต่เป็นก้าวสำคัญของการยกระดับภารกิจด้านเงินตรา จากผู้ผลิตเหรียญหมุนเวียน ไปสู่การสร้าง “มูลค่าเพิ่ม” ให้กับเหรียญกษาปณ์ในฐานะทรัพย์สินสะสมที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และการลงทุน

แนวคิดดังกล่าวสอดคล้องกับ “วิสัยทัศน์” ของกรมธนารักษ์ ที่ต้องการ “เพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน” ผ่านการบริหารจัดการสินทรัพย์ของรัฐในรูปแบบใหม่ ไม่ว่าจะเป็น…ที่ราชพัสดุ ทรัพย์สินทางประวัติศาสตร์ หรือแม้แต่เหรียญกษาปณ์

ทั้งหมดล้วนสามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจได้มากกว่าหน้าที่ดั้งเดิมของตนเอง

ปั้นตลาดนักสะสม :

นายอัครุตม์ สนธยานนท์ อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า กรมมีกำหนดเปิดตัวเว็บไซต์และแอปพลิเคชัน “Coin Market Platform” อย่างเป็นทางการในวันที่ 19 สิงหาคม 2569 โดยถือเป็นการยกระดับภารกิจด้านเงินตราในระยะต่อไป (Episode 2) พร้อมเปิดตลาดรองสำหรับการซื้อขายและประมูลเหรียญกษาปณ์ที่มีมาตรฐาน ภายใต้การกำกับดูแลของกรมธนารักษ์ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักสะสม นักลงทุน และผู้สนใจทั่วไป

ที่ผ่านมา การซื้อขายเหรียญหายากมักเกิดขึ้นในวงจำกัด ผ่านนักสะสม ร้านค้า หรือการประมูลเฉพาะกลุ่ม ทำให้การตรวจสอบความแท้ การรับรองคุณภาพ และการกำหนดราคายังไม่มีมาตรฐานกลาง การเข้ามาของ Coin Market Platform จึงมีเป้าหมายสร้างความเชื่อมั่นให้กับทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย และนักสะสม ด้วยระบบการประมูลที่มีมาตรฐานและอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมธนารักษ์

นอกจาก การสร้างตลาดรองที่มีประสิทธิภาพแล้ว แพลตฟอร์มดังกล่าวยังเป็นอีกกลไกหนึ่งที่จะช่วยส่งเสริมการอนุรักษ์เหรียญกษาปณ์ที่มีคุณค่าทางประวัติศาสตร์ ควบคู่กับการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจให้กับวงการนักสะสมไทยในระยะยาว

ประเดิมเหรียญหลักล้าน :

“ไฮไลต์” สำคัญของ Coin Market Platform นั่นคือ การนำ เหรียญกษาปณ์ 10 บาท ปี พ.ศ.2533 ออกประมูลเป็นครั้งแรก ซึ่งถือเป็นหนึ่งในเหรียญที่นักสะสมให้ความสนใจมากที่สุดของประเทศไทย

อธิบดีกรมธนารักษ์ ระบุว่า เหรียญดังกล่าวผลิตขึ้นเพียง 100 เหรียญ เพื่อใช้เป็นเหรียญต้นแบบก่อนการผลิตเหรียญหมุนเวียนจริง ปัจจุบันคาดว่ามีหมุนเวียนอยู่ในตลาดนักสะสมเพียงประมาณ 50 เหรียญ ส่วนที่เหลือยังอยู่ในความดูแลของกรมธนารักษ์ ทำให้มูลค่าซื้อขายในตลาดสะสมสูงถึงประมาณ 1 ล้านบาทต่อเหรียญ

การนำเหรียญรุ่นนี้ออกประมูล จึงไม่ได้เป็นเพียงกิจกรรมสำหรับนักสะสมเท่านั้น แต่ยังสะท้อนแนวคิดใหม่ของกรมธนารักษ์ที่ต้องการให้ “เหรียญกษาปณ์” เป็นมากกว่าสื่อกลางในการชำระเงิน หากยังเป็น ทรัพย์สินที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้นตามกาลเวลา และสามารถสร้างกิจกรรมทางเศรษฐกิจได้เช่นเดียวกับงานศิลปะ ของสะสม หรือวัตถุทางประวัติศาสตร์ในต่างประเทศ

มูลค่าที่มากกว่าหน้าเหรียญ :

ในมุมของนักสะสม มูลค่าของเหรียญไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเลขที่ปรากฏบนหน้าเหรียญ หากแต่เกิดจากปัจจัยหลายด้าน ทั้งจำนวนการผลิต ความหายาก ความสมบูรณ์ของสภาพเหรียญ ความสำคัญทางประวัติศาสตร์ ตลอดจนความต้องการของตลาด

เหรียญยังจำเป็น :

แม้ประเทศไทยจะก้าวเข้าสู่ยุคสังคมไร้เงินสดอย่างรวดเร็ว แต่บทบาทของเหรียญกษาปณ์ โดยเฉพาะเหรียญ 10 บาท ยังคงมีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจ ทั้งการใช้ในระบบขนส่งสาธารณะ เครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ร้านค้าปลีก และการทำธุรกรรมในชีวิตประจำวัน ซึ่งยังไม่สามารถทดแทนด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ได้ทั้งหมด

อธิบดีกรมธนารักษ์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันกองกษาปณ์ยังคงผลิตเหรียญ 10 บาทเข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่องปีละประมาณ 200 ล้านเหรียญ เพื่อรองรับความต้องการใช้ของประชาชน แม้ว่าพฤติกรรมการใช้เงินสดจะลดลงอย่างต่อเนื่องก็ตาม

สะท้อนให้เห็นว่า แม้ระบบการชำระเงินของประเทศจะเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล แต่เหรียญกษาปณ์ยังคงเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้างพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่ยังมีความจำเป็นต่อการหมุนเวียนของระบบการเงินไทย

เหรียญไม่หาย…แต่ไม่กลับ :

อีกประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชน นั่นคือ คำถามเกี่ยวกับ “เหรียญ 10 บาทหายไปจากตลาด” ซึ่ง อธิบดีกรมธนารักษ์ ชี้แจงว่า ข้อเท็จจริงไม่ได้หมายความว่าเหรียญสูญหายหรือเกิดภาวะขาดแคลน หากแต่เป็นปรากฏการณ์ที่ เหรียญจำนวนหนึ่งไม่ได้หมุนเวียนกลับเข้าสู่ระบบรับคืนของกรมธนารักษ์

สาเหตุอาจเกิดจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็น…การเก็บสะสมของประชาชน การค้างอยู่ในระบบเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ตู้รับชำระเงิน หรือหมุนเวียนอยู่ในภาคธุรกิจต่าง ๆ ทำให้กรมยังต้องผลิตเหรียญใหม่เข้าสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง เพื่อรักษาปริมาณเหรียญให้เพียงพอต่อความต้องการใช้งานของประชาชน

อย่างไรก็ตาม กรมธนารักษ์ ยืนยันว่า สถานการณ์ดังกล่าว ยังไม่ส่งผลกระทบต่อฐานะทางการเงินของหน่วยงาน เนื่องจากต้นทุนการผลิตเหรียญ 10 บาทในปัจจุบันยังต่ำกว่ามูลค่าหน้าเหรียญ จึงยังไม่จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนชนิดโลหะหรือมูลค่าหน้าเหรียญแต่อย่างใด แม้จะต้องติดตามต้นทุนวัตถุดิบและราคาตลาดโลกอย่างใกล้ชิดก็ตาม

กองกษาปณ์กับบทบาทใหม่ :

การก้าวเข้าสู่ยุคเศรษฐกิจดิจิทัล ไม่ได้ทำให้บทบาทของกองกษาปณ์ลดความสำคัญลง หากแต่เป็นจุดเริ่มต้นของการปรับบทบาทครั้งสำคัญ จากผู้ผลิตเหรียญหมุนเวียน สู่การเป็นหน่วยงานที่สร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเงินตราและทรัพย์สินทางประวัติศาสตร์ของประเทศ

ดังนั้น Coin Market Platform จึงเป็นเพียงก้าวแรกของการยกระดับภารกิจดังกล่าว โดยในอนาคต กรมธนารักษ์ยังมีแผนส่งเสริมตลาดเหรียญกษาปณ์ที่ระลึก พัฒนาระบบรับรองมาตรฐานเหรียญ และต่อยอดกิจกรรมด้านการสะสมให้มีความน่าเชื่อถือมากยิ่งขึ้น เพื่อยกระดับตลาดนักสะสมของไทยให้สามารถเชื่อมโยงกับตลาดต่างประเทศได้

ควบคู่กันนั้น กรมยังอยู่ระหว่างศึกษาทิศทางการพัฒนากองกษาปณ์ในระยะยาว ทั้งการเพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การบริหารต้นทุน และการขยายบทบาทด้านบริการ เพื่อให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงของระบบการเงินโลกในอนาคต

ต่อยอดสู่ทรัพย์สินรัฐ :

แม้การจัดตั้ง Coin Market Platform จะเกี่ยวข้องกับภารกิจด้านเงินตราโดยตรง แต่เมื่อมองในภาพรวม จะเห็นว่า กลไกดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของยุทธศาสตร์เดียวกับการบริหารที่ราชพัสดุและทรัพย์สินของรัฐที่กรมธนารักษ์กำลังขับเคลื่อน

ไม่ว่าจะเป็น…การเปิดประมูลที่ดินศักยภาพสูง การพัฒนาอาคารราชพัสดุ การศึกษาการจัดหาประโยชน์จากทรัพย์สินพิเศษ รวมถึง พื้นที่เกาะที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยว

ทั้งหมด ล้วนมีเป้าหมายเดียวกัน! นั่นก็คือ การเพิ่มมูลค่าและสร้างผลตอบแทนจากทรัพย์สินของแผ่นดิน ภายใต้หลักความโปร่งใส การใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า และการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ในมิติการบริหารสินทรัพย์ของรัฐ เหรียญกษาปณ์จึงไม่ได้เป็นเพียงเงินตราที่ใช้หมุนเวียนในชีวิตประจำวัน หากยังเป็นทรัพย์สินของชาติที่สามารถสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ วัฒนธรรม และประวัติศาสตร์ควบคู่กันไป

ยุทธศาสตร์เพิ่มคุณค่าทรัพย์สินแผ่นดิน :

ดังนั้น การเปิดตัว Coin Market Platform การประมูลเหรียญ 10 บาท ปี 2533 การยกระดับตลาดนักสะสม และการปรับบทบาทกองกษาปณ์ ที่ล้วนสะท้อนให้เห็นถึง แนวคิดใหม่ของกรมธนารักษ์ ที่ไม่ได้มองทรัพย์สินของรัฐในมิติของการดูแลรักษาเพียงอย่างเดียว หากแต่ต้องสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม

จาก…ที่ราชพัสดุ อาคารของรัฐ เหรียญกษาปณ์ ไปจนถึงทรัพย์สินพิเศษของแผ่นดิน ทั้งหมดกำลังถูกนำมาบริหารภายใต้วิสัยทัศน์เดียวกัน นั่นคือ…

“การเพิ่มมูลค่าและคุณค่าทรัพย์สินของแผ่นดิน ขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรม เดินหน้าประเทศไทยสู่ความยั่งยืน”

แน่นอนว่า…Coin Market Platform จึงไม่ใช่เพียง “ตลาดซื้อขายเหรียญ” แต่เป็นสัญลักษณ์ของการปรับบทบาทกรมธนารักษ์ในยุคใหม่ ที่นำ กลไกตลาด เทคโนโลยี และนวัตกรรม มาต่อยอดทรัพย์สินของรัฐให้เกิดประโยชน์สูงสุด

ทั้งในมิติของการอนุรักษ์ การลงทุน และการสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจ เพื่อส่งต่อคุณค่าของทรัพย์สินแผ่นดินสู่คนรุ่นต่อไป

ด้วยเหตุนี้ กรมธนารักษ์จึงมีแผนทยอยนำเหรียญกษาปณ์ที่ระลึกในวาระสำคัญออกเผยแพร่และส่งเสริมการสะสมอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นเหรียญที่ระลึกครบ 100 ปี การสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว เหรียญที่ระลึกการประชุมธนาคารโลก เหรียญที่ระลึกการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ รวมถึงเหรียญสำคัญในโอกาสต่าง ๆ ที่ล้วนมีศักยภาพในการสร้างมูลค่าเพิ่มในตลาดนักสะสมทั้งในประเทศและต่างประเทศ

ดังนั้น การพัฒนาตลาดรองอย่างเป็นระบบของกรมธนารักษ์ จึงไม่เพียงช่วยเพิ่มสภาพคล่องในการซื้อขาย แต่ยังช่วยยกระดับความน่าเชื่อถือของวงการสะสมเหรียญไทย และอาจต่อยอดสู่การเป็นอีกหนึ่งตลาดเฉพาะทางที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้ในอนาคต!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password