SACIT ดันหัตถกรรมไทย สร้างมูลค่าเศรษฐกิจสู่ตลาดโลก

สถาบันส่งเสริมศิลปหัตถกรรมไทย เดินหน้าขยายตลาดงานศิลปหัตถกรรมไทยทั้งในและต่างประเทศ พร้อมต่อยอดช่องทางจำหน่ายและสร้างมูลค่าเพิ่มจากอัตลักษณ์ไทย มุ่งยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

นายอนุชา ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการ SACIT นำชมการดำเนินงาน ของ SACIT ณ อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ซึ่งกำลังโปรโมตเส้นทางท่องเที่ยวภายใน SACIT ควบคู่กับเส้นทางทำบุญ มีทั้งนิทรรศการงานหัตถกรรม เช่น จักสาน ผ้าไหม และผ้าไทย รวมไปถึง มีร้านค้าสินค้าหัตถกรรมต่างๆ ที่เป็นช่องให้นักท่องเที่ยว สามารถอุดหนุนสินค้าชุมชนได้ เป็นหนึ่งในแนวทางส่งเสริมการตลาดผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย

ถือเป็นการต่อยอดจาก ปีนี้ ที่เน้นการส่งเสริมช่องทางการจัดจำหน่าย ผ่าน การจัดงานแฟร์ในประเทศ เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคอย่างเป็นรูปธรรม เช่น งาน อัตลักษณ์แห่งสยาม ครั้งที่ 17 และที่สำคัญ งาน Crafts Bangkok 2026 ซึ่งประสบความสำเร็จสูงสุดครั้งหนึ่งนับตั้งแต่มีการจัดงานมา สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจได้กว่า 193 ล้านบาท เพิ่มขึ้นถึง 76.85% จากปีก่อน และมีผู้เข้าชมงานกว่า 92,000 คน ซึ่งเตรียมนำโมเดลของงานนี้ มาทบทวนแนวทางการส่งเสริมการขายใหม่ๆ ให้ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค สะท้อนให้เห็นว่าผลงานหัตถกรรม ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง

ขณะเดียวกันอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้ในการเปิดจุดจำหน่ายสินค้าแห่งใหม่ในเมือง โดยเน้นทำเลที่เข้าถึงได้ง่ายตามแนวรถไฟฟ้า คาดว่าจะชัดเจนภายในปีนี้ พร้อมเตรียมใช้รูปแบบ Pop-up Store เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการเข้าถึงผู้บริโภคและนักท่องเที่ยว สร้างประสบการณ์ร่วมกับงานหัตถกรรมไทยได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น นอกเหนือจากจุดจำหน่ายหลัก ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และสนามบินภูเก็ต

นอกจากนี้ ยังเตรียมจัดงาน “SACIT Symposium 2026” ระหว่างวันที่ 6 – 7 สิงหาคม 2569 ที่จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภายใต้แนวคิด Crafting Sustainability across ASEAN and Beyond” โดยมุ่งเน้นการแลกเปลี่ยนงานเครื่องกระเบื้องและงานเบญจรงค์ ตอกย้ำบทบาทของ SACIT ในการเป็นศูนย์กลางองค์ความรู้ด้านศิลปหัตถกรรมไทยของภูมิภาคอาเซียน และอาเซียนพลัส (ASEAN Plus)

ส่วนการผลักดัน งานหัตศิลป์ไทย สู่เวทีโลก ได้จัดนิทรรศการผ้าไทยและชุดไทยพระราชนิยม ณ สาธารณรัฐฝรั่งเศส เพื่อสร้างภาพลักษณ์อันทรงคุณค่าของประเทศสู่สายตาสากล โดย นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ มอบให้เร่งส่งเสริมขยายตลาด ผ้าไทย ไปขยายสู่ตลาดต่างประเทศ และเพื่อสนับสนุนการผลักดัน “ชุดไทยพระราชนิยม” สู่การขึ้นทะเบียนเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่จับต้องไม่ได้ของมนุษยชาติ  ต่อ UNESCO

สำหรับการผลักดันการส่งออก จะต้องเน้นการสร้างเรื่องราว มุ่งสู่ตลาดเฉพาะคุณภาพสูง เพราะต้องยอมรับว่าการผลิตยังอยู่ในระดับชุมชนไม่ใช่สินค้าอุตสาหกรรมที่ผลิตได้ครั้งละจำนวนมาก  และบุกตลาดใหม่ๆ มากขึ้น ด้วยการออกแบบให้ตอบโจทย์ผู้บริโภค ซึ่ง ในช่วง 4 เดือนแรกของปี 2569 มีมูลค่าการส่งออกผลิตภัณฑ์ศิลปหัตถกรรมไทย กว่า  3 แสนล้านบาท ตลาดส่งออกสำคัญ ได้แก่ อินเดีย สหรัฐอเมริกา และจีน ขณะที่ตลาดที่มีการเติบโตโดดเด่น ได้แก่ สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จีน และเนเธอร์แลนด์ โดยกลุ่มสินค้าที่ขยายตัวสูงสุด คือ เครื่องประดับแท้ทำด้วยโลหะมีค่าอื่น ๆ ที่เติบโตถึง 894.08%

ส่วนในปี 2570 SACIT จะต่อยอดแนวทางการพัฒนางานหัตถกรรมอย่างยั่งยืน (Sustainable Craft Model) ไปยังชุมชนต่างๆ หลังจากทดลองดำเนินการในพื้นที่ต้นแบบแล้ว โดยมุ่งพัฒนาศักยภาพชุมชนผู้ผลิตวัตถุดิบและงานหัตถกรรม เพื่อยกระดับคุณภาพวัตถุดิบ กระบวนการผลิต และสร้างความเข้มแข็งให้กับเศรษฐกิจฐานราก.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password