ปรับสมดุลพลังงาน?

(ปูดปม ‘ซ่อนค่าไฟถนน’ สร้างภาระให้คนไทย สู่ ‘จัดระเบียบอำนาจรอบใหม่!’ ว่าด้วยผลประโยชน์หรือไม่?)

การเปิดปมค่าไฟที่สั่งสมมานานกว่าทศวรรษ อาจไม่ใช่แค่การลดภาระประชาชน แต่เป็นสัญญาณของการปรับสมดุลอำนาจในโครงสร้างพลังงานไทย และบทพิสูจน์ว่าการปฏิรูปครั้งนี้จะเปลี่ยนแปลงระบบเดิมได้จริง หรือเพียงจัดวางผลประโยชน์กันใหม่เท่านั้น

จาก “ต้นทุนแฝง” สู่การเปิดแผลระบบเดิม :

การออกมาเปิดเผยของ นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน เมื่อวานนี้ (22 มิถุนายน 2569) ตามด้วยคำชี้แจงของ นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรมว.คมนาคม เมื่อช่วงสายของวันนี้ (23 มิถุนายน) ซึ่งต่างอ้างถึง “ข้อสั่งการ” ของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย

ทำให้ประเด็น “ค่าไฟถนน” ซึ่งถูกมองว่าเป็น “ต้นทุนแฝงในระบบ” กลายเป็น…ประเด็นสาธารณะที่สังคมไทย ต่างหันมาให้ความสนใจ ชนิดคึกคักกันทั้งแผ่นดิน! เลยทีเดียว

สิ่งที่น่าสนใจ ไม่ได้อยู่ที่การยอมรับว่า…ปัญหาดังกล่าวมีมานานกว่าสิบปี แต่คือ…การที่ “ผู้มีอำนาจทางการเมือง” เลือกจะเปิดเผยเรื่องนี้ต่อสาธารณะ ทั้งที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องล้วนอยู่ภายใต้รัฐและรัฐบาลมาโดยตลอด

การ “เปิดแผล” ระบบเดิม เช่นนี้ ย่อมสะท้อนว่า…อย่างน้อยที่สุด! ได้มีการตัดสินใจในระดับนโยบายแล้วว่า ถึงเวลาเปลี่ยนวิธีคิดและวิธีจัดการต้นทุนที่เคยถูกซุกไว้ในโครงสร้างเดิม

สิบปีแห่งความต่อเนื่องของโครงสร้างพลังงาน :

หากย้อนกลับไปในรอบสิบกว่าปีที่ผ่านมา แม้รัฐบาลจะเปลี่ยนผ่านจาก รัฐบาลยิ่งลักษณ์ มาสู่..ยุค คสช. ยุครัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ และ รัฐบาลผสมหลายชุด แต่สิ่งที่แทบไม่เปลี่ยนแปลง นั่นก็คือ…

โครงสร้างอำนาจในภาคพลังงาน!!!

รมว.พลังงาน อาจเปลี่ยนหน้า! แต่…ระบบการบริหาร สัญญาระยะยาว กลุ่มโรงไฟฟ้า ผู้ค้าก๊าซ และเครือข่ายผลประโยชน์ที่เกี่ยวข้อง กลับดำรงอยู่ต่อเนื่อง???

จึงไม่น่าแปลกใจที่มี คำกล่าวในวงการการเมือง ว่า…ไม่ว่าใครจะขึ้นมาเป็นรัฐบาล แต่กระทรวงพลังงานมี “สมดุลอำนาจที่ถูกกำหนดไว้ล่วงหน้า” อยู่แล้ว

“รัฐบาล 3 ป.” ต่างรับรู้ รัฐบาลก่อนหน้านั้น ก็รับรู้ และ “ผู้เล่นทางการเมือง” แทบทุกฝ่ายต่ างต้องปรับตัวให้สอดคล้องกับสมดุลดังกล่าว!!??

ค่าไฟถนนอาจเป็นเพียงฉากแรก :

ในทางเศรษฐศาสตร์ การ “ลดต้นทุน” ไฟสาธารณะออกจากบิลค่าไฟประชาชน อาจช่วยลดภาระได้เพียงบางส่วน

แต่ ในทางการเมือง นี่อาจเป็นเพียง “ฉากแรก!” ของการปรับสมดุลครั้งใหญ่???

เพราะหลังจากนี้ ยังมีประเด็นสำคัญที่รออยู่ข้างหน้า ไม่ว่าจะเป็น…สัญญาแอดเดอร์ การรับซื้อไฟฟ้า การลงทุนของศูนย์ข้อมูลขนาดใหญ่ (Data Center) รวมถึง อนาคตของก๊าซธรรมชาติและทรัพยากรพลังงานในอ่าวไทย

เมื่อ “เค้กก้อนใหม่” กำลังจะเกิดขึ้น! ย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ที่…ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐ กลุ่มทุน และผู้มีอำนาจทางการเมือง จะต้องถูก “จัดวางใหม่” เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป!!??

การเปลี่ยนขั้ว หรือการเจรจาสมดุลใหม่ :

ในทางรัฐศาสตร์ การเปลี่ยนผ่านอำนาจของไทย มักไม่ได้จบลงด้วยการ “ล้มกระดานเดิม” ทั้งหมด! แต่เป็นการเจรจาเพื่อสร้าง “สมดุลชุดใหม่” ระหว่าง…“ผู้เล่นเดิม” กับ “ผู้เล่นหน้าใหม่”

ดังนั้น สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น อาจไม่ใช่การ “ตัดขาด” กับเครือข่ายเดิมโดยสิ้นเชิง! หากแต่เป็นการกำหนดเงื่อนไขใหม่ของการอยู่ร่วมกัน

กล่าวอีกนัยหนึ่ง ผู้มีอำนาจทางการเมือง อาจต้องการมีบทบาทในการกำหนดกติกามากขึ้น! ขณะที่ กลุ่มทุนเองก็จำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับสมดุลอำนาจที่เปลี่ยนไป

และเมื่อมี นายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล กระทรวงมหาดไทย โดยตรง ขณะที่ รัฐมนตรีพลังงาน และ รัฐมนตรีคมนาคม ที่ล้วนสังกัดพรรคการเมืองเดียวกัน นั่นคือ…“ภูมิใจไทย” และต่างก็ “ส่งสัญญาณ” ไปในทิศทางเดียวกัน!!??

ภาพที่ปรากฏ จึงคล้ายกับ…การวางหมากอย่างเป็นระบบ! มากกว่าจะเป็น…การให้สัมภาษณ์เฉพาะหน้า???

บทเรียนจากอดีตและโจทย์ของอนาคต :

ประวัติศาสตร์การเมืองไทยตลอดหลายทศวรรษ สอนว่า…การปฏิรูปใดที่กระทบผลประโยชน์มหาศาล ย่อมเผชิญแรงต้านเสมอ

ดังนั้น หลายเรื่องจึงอาจ “เริ่มต้น” ด้วยความหวังของคนทั้งชาติ แต่ “จบลง” ด้วยการประนีประนอม ระหว่าง… “ผู้ถืออำนาจรัฐ” และ “กลุ่มผลประโยชน์” คณะนั้น???

แน่นอนว่า…“บทพิสูจน์สำคัญ” อาจไม่ได้อยู่ที่คำประกาศ “ลดภาระของคนไทย” หากอยู่ที่ความสามารถในการทำให้เกิด “ผลลัพธ์” ที่ดีที่สุด! ซึ่งประชาชนคนไทยสัมผัสได้จริง!!!

ถ้าค่าไฟลดลงจริง ระบบมีความโปร่งใสมากขึ้น และภาระต้นทุนถูกจัดสรรอย่างเป็นธรรม ประชาชนย่อมเป็นผู้ได้รับประโยชน์สูงสุด!!??

แต่หากสุดท้าย เรื่องทั้งหมดเป็นเพียงแค่…การย้ายภาระจากบิลค่าไฟไปสู่ภาษี หรือ “เปลี่ยนผู้ถืออำนาจ” โดยไม่เปลี่ยนวิธีคิด

ปัญหาเดิมก็อาจกลับมาในรูปแบบใหม่อีกครั้ง!!??

พลังงานต้องเป็นของประชาชน? :

ไม่ว่า…การปรับสมดุลครั้งนี้จะนำไปสู่ทิศทางใด? หลักการพื้นฐานที่ควรได้รับการยึดถือ นั่นก็คือ…พลังงานไม่ใช่สินค้าของคนกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็น….โครงสร้างพื้นฐานของประเทศ ที่มีคนไทยทุกคนเป็นเจ้าของร่วมกัน!!!

การกำหนดนโยบายจึงควรตั้งอยู่บนความโปร่งใส การแข่งขันที่เป็นธรรม และการคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชนเป็นสำคัญ

เพราะท้ายที่สุดแล้ว ไม่ว่า…รัฐบาลใด? กลุ่มทุนไหน? หรือ เครือข่ายอำนาจใด? จะเข้ามามีบทบาท สิ่งที่ประชาชนต้องการมากที่สุด ไม่ใช่สงครามระหว่างฝ่ายต่าง ๆ

แต่เป็น…ระบบพลังงานที่เป็นธรรม มีประสิทธิภาพ และทำให้คนไทยทั้งประเทศ สามารถเข้าถึงพลังงานในราคาที่สมเหตุสมผลอย่างแท้จริง!!!

ก่อนจาก…“ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ขอฝากให้ พรรคการเมืองที่ไม่เคยเป็นรัฐบาล และอาจไม่รับผลประโยชน์ใดๆ จากกลุ่มทุนพลังงาน อย่าง…พรรคประชาชน ได้โปรดเกาะติด…เชิงลึก! กับเรื่องราวเหล่านี้ โดยเฉพาะปมที่ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ชี้เป้าให้ได้เห็นกันบ้างแล้ว อย่าได้ปล่อยผ่านเป็นอันขาด!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password