DITP ชี้ช่องผู้ประกอบการอาหาร ใช้วัตถุดิบบราซิลบุกตลาดโลก

กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ แนะผู้ประกอบการไทยใช้จุดแข็งด้านการแปรรูปและนวัตกรรม ผสานวัตถุดิบจากบราซิล เพื่อขยายโอกาสส่งออกสู่ตลาดลาตินอเมริกาและตลาดโลก

นางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมได้มอบนโยบายให้ทูตพาณิชย์ที่ประจำอยู่ในประเทศต่างๆ ทำการสำรวจลู่ทางการค้า และโอกาสการส่งออกสินค้าไทยไปยังประเทศที่ประจำอยู่ ตามนโยบายนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ล่าสุดได้รับรายงานจาก นางสาวพุทธชาติ วงษ์มงคล ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ นครเซาเปาโล ประเทศบราซิล ถึงผลการสำรวจสถานการณ์ด้านการผลิตอาหารและเครื่องดื่มของบราซิล หลังจากมีการยกระดับผลผลิตอุตสาหกรรมการเกษตร และผลกระทบต่อการส่งออกสินค้าอาหารและเครื่องดื่มของไทย
โดยทูตพาณิชย์ได้รายงานว่า ผลสำรวจในเดือน มีนาคม 2569 พบว่า ผลผลิตอุตสาหกรรมเกษตรของบราซิลเพิ่มขึ้น 2.9% โดยสาเหตุหลักมาจากการเติบโตของภาคอาหารและเครื่องดื่ม ตามดัชนีการผลิตอุตสาหกรรมเกษตร (PIMAgro) จาก FGV Agro ซึ่งเป็นหน่วยวิจัยธุรกิจการเกษตรของ Fundação Getulio Vargas FGV Agro และยอดรวมไตรมาสแรก ปี 2569 ผลผลิตอุตสาหกรรมเกษตร เพิ่ม 0.4% โดยอุตสาหกรรมอาหาร เพิ่ม 2.7% การผลิตเครื่องดื่มเพิ่ม 3.3% แต่อุตสาหกรรมที่ไม่ใช่อาหาร ลด 2.7%

นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์จากสัตว์ เป็นผู้นําการเติบโต โดยเพิ่ม 6.2% ได้รับแรงหนุนจากผลผลิตเนื้อสัตว์ และนมที่แข็งแกร่ง อาหารจากพืชเพิ่ม 4.6% โดยได้รับแรงหนุนจากการผลิตอาหารแปรรูป น้ำผลไม้ น้ำมัน ไขมัน ข้าว และผลิตภัณฑ์จากข้าวสาลีที่สูงขึ้น การผลิตเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพิ่ม 5% ซึ่งส่งผลให้กลุ่มเครื่องดื่มโดยรวมเพิ่ม 2.1%
ทั้งนี้ ทูตพาณิชย์รายงานอีกว่า การที่ภาคอาหารและเครื่องดื่ม ของบราซิลยกระดับผลผลิตและอุตสาหกรรมเกษตรที่เพิ่มขึ้น มีทั้งผลกระทบเชิงแข่งขันและโอกาสเชิงยุทธศาสตร์ต่อไทย โดยเฉพาะในการที่บราซิลเป็นมหาอำนาจเกษตรและตลาดลาตินอเมริกากำลังเติบโต โดยไทยจะมีการแข่งขันกับบราซิลมากขึ้นในสินค้าอาหารแปรรูปและมูลค่าสูงมากขึ้น เช่น อาหารแปรรูปและอาหารพร้อมรับประทาน (ready-to-eat) พวก Plant-based และส่วนประกอบอาการ (food ingredients) ผู้ส่งออกไทยอาจเผชิญการแข่งขันด้านต้นทุนจากบราซิลที่มีขีดความสามารถการผลิตสูง แรงกดดันด้านราคาในตลาดโลก และการแข่งขันในตลาดที่ไทยเคยได้เปรียบ เช่น อาหารแปรรูปและวัตถุดิบอาหารเครื่องแกง ซอส และอาหารสุขภาพ
ส่วนอีกด้านหนึ่ง ความแข็งแกร่งของบราซิล ช่วยให้ไทยมีแหล่งวัตถุดิบขนาดใหญ่และมีเสถียรภาพมากขึ้น เช่น ถั่วเหลืองและโปรตีนพืช ข้าวโพดอาหารสัตว์ น้ำตาล และเนื้อสัตว์ จึงเป็นโอกาสต่ออุตสาหกรรมอาหารไทยที่ต้องการลดต้นทุนหรือพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ ดังนั้น ผู้ประกอบการไทยจึงไม่ใช่แข่งขันกับบราซิลในเรื่องปริมาณ แต่ใช้จุดแข็งของบราซิลด้านวัตถุดิบ มาผสานกับจุดแข็งของไทยด้านการแปรรูป นวัตกรรม และแบรนด์อาหาร เพื่อสร้างตลาดใหม่ร่วมกัน โดยเฉพาะในลาตินอเมริกาและตลาดโลก
สำหรับผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ โทร. 1169 หรือเว็บไซต์ www.ditp.go.th และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม THAITRADE.COM คิดจะส่งออก นึกถึง DITP.






