กรมทรัพย์สินฯ ยกสินค้า GI เด่นทั่วไทย บุก OTOP Midyear 2026

กรมทรัพย์สินทางปัญญา นำสินค้า GI คุณภาพ 16 รายการ จาก 13 จังหวัดทั่วประเทศ ร่วมจัดแสดงและจำหน่ายในงาน OTOP Midyear 2026 ชูอัตลักษณ์ท้องถิ่น สร้างโอกาสทางการตลาดและรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569 นางอรมน ทรัพย์ทวีธรรม อธิบดีกรมทรัพย์สินทางปัญญา ให้การต้อนรับนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ ในโอกาสเยี่ยมชมบูธและให้กำลังใจผู้ประกอบการสินค้าสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ (Geographical Indications: GI) ในงาน OTOP Midyear 2026 ซึ่งกรมทรัพย์สินทางปัญญาได้ยกขบวนสินค้า GI 16 รายการจากท้องถิ่นต่างๆ ทั่วประเทศ มาร่วมจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าภายในงาน เพื่อแสดงศักยภาพสินค้าอัตลักษณ์ไทย และสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการและชุมชนท้องถิ่น โดยงานจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20 – 28 มิถุนายน 2569 ณ อิมแพ็คเมืองทองธานี

นางอรมน เปิดเผยว่า กรมทรัพย์สินทางปัญญามุ่งมั่นยกระดับมูลค่าสินค้า GI ไทย ผ่านการส่งเสริมการควบคุมคุณภาพสินค้า ต่อยอดพัฒนาผลิตภัณฑ์ และขยายโอกาสทางการตลาด เพื่อสร้างรายได้ให้กับผู้ประกอบการและชุมชนผู้ผลิตอย่างยั่งยืน ตามแนวนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯและรมว.พาณิชย์ โดยปัจจุบันมีสินค้าไทยที่ขึ้นทะเบียน GI แล้วกว่า 260 รายการ ครอบคลุมสินค้าในกลุ่มอาหาร สินค้าเกษตร และงานหัตถกรรมที่หลากหลาย สามารถสร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจรวมกว่า 116,253 ล้านบาท สะท้อนศักยภาพสินค้า GI ไทยที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

นางอรมน กล่าวว่า สำหรับงาน OTOP Midyear 2026 เป็นงานจำหน่ายสินค้าอัตลักษณ์ชุมชนกลางปีที่รวบรวมสินค้าเด่นจากผู้ผลิตและผู้ประกอบการทั่วประเทศ จัดโดย กรมพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย เพื่อส่งเสริมเศรษฐกิจท้องถิ่นและสร้างโอกาสทางการตลาดให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญาเล็งเห็นว่างานดังกล่าวเป็นอีกหนึ่งช่องทางที่ช่วยขยายฐานผู้บริโภคและสร้างการรับรู้สินค้า GI ในวงกว้าง โดยสินค้า GI และสินค้า OTOP ต่างมีรากฐานมาจากภูมิปัญญาและทรัพยากรท้องถิ่น แต่สินค้า GI มีความแตกต่างตรงที่ได้รับความคุ้มครองสิทธิจากการขึ้นทะเบียนกับกรมทรัพย์สินทางปัญญา และมีระบบควบคุมคุณภาพการผลิต ซึ่งจะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภคว่าจะได้รับสินค้าที่มีคุณภาพตรงตามความคาดหวังและมาจากแหล่งผลิตที่แท้จริง
ในโอกาสนี้ กรมฯ จึงได้นำสินค้า GI 16 รายการ จาก 13 จังหวัดทั่วประเทศ เข้าร่วมจัดจำหน่ายในงาน OTOP Midyear 2026 ดังนี้

– สินค้า GI ในกลุ่มอาหารและวัตถุดิบในการปรุงอาหาร 8 รายการ ได้แก่ 1) ปลาทูแม่กลอง (สมุทรสงคราม) ปลาทูเนื้อแน่นนุ่ม หน้างอคอหัก รสชาติกลมกล่อม 2) หอยนางรมสุราษฎร์ธานี ตัวใหญ่เต็มคำ เนื้ออวบแน่น รสชาติหวาน 3) ไข่เค็มไชยา (สุราษฎร์ธานี) ที่มีไข่แดงมันเยิ้มและรสชาติเค็มกำลังดี 4) หอมแดงศรีสะเกษ ที่ให้กลิ่นหอมฉุน รสชาติเผ็ดร้อนจัดจ้าน 5) เกลือภูเขาบ่อเกลือน่าน ผลิตจากน้ำใต้ดินธรรมชาติที่ผ่านการต้มด้วยเตาหินภูเขา ให้รสชาติเค็มไม่โดด 6) ขนมหม้อแกงเมืองเพชร (เพชรบุรี) ชูรสด้วยน้ำตาลโตนดเมืองเพชร ทำให้ขนมมีความหอมมันละมุนลิ้น 7) กล้วยตากบางกระทุ่มพิษณุโลก เนื้อแห้งเนียนละเอียดเหนียวนุ่ม และ 8) กาแฟเทพเสด็จ (เชียงใหม่) รสชาตินุ่มลึก กลิ่นหอมคล้ายดอกไม้ป่า

– สินค้า GI ในกลุ่มผลไม้ 5 รายการ ได้แก่ 1) มะพร้าวน้ำหอมบ้านแพ้ว (สมุทรสาคร) เนื้อมะพร้าวเหนียวนุ่ม น้ำมะพร้าวรสหวานชื่นใจและกลิ่นหอมคล้ายใบเตย 2) ทุเรียนภูเขาไฟศรีสะเกษ เนื้อละเอียดแห้ง รสชาติหวานมัน กลิ่นไม่ฉุน 3) น้อยหน่าปากช่องเขาใหญ่ (นครราชสีมา) รสชาติหวาน หรือหวานอมเปรี้ยว กลิ่นหอมละมุน เนื้อละเอียด เหนียว เมล็ดเล็ก 4) ทุเรียนจันท์ (จันทบุรี) เนื้อหนาละเอียด มีเส้นใยน้อย รสชาติหวานมันหรือหวานแหลม และ 5) มะขามหวานเพชรบูรณ์ เนื้อหนานุ่มเหนียว รสชาติหวานหอม

– สินค้า GI ในกลุ่มงานหัตถกรรม 3 รายการ ได้แก่ 1) เครื่องปั้นดินเผาบ้านเชียง (อุดรธานี) ที่มีรูปทรงและการปั้นที่ประณีต ลวดลายสวยงาม 2) ชามไก่ลำปาง ผลิตจากดินขาวคุณภาพดี วาดลวดลายไก่และดอกไม้ประดับด้วยมือ มีความงดงามและคลาสสิกเหนือกาลเวลา และ 3) เครื่องปั้นดินเผาด่านเกวียน (นครราชสีมา) งานหัตถกรรมชนิดไม่เคลือบ ผ่านการเผาด้วยอุณหภูมิสูงจนเกิดเฉดสีดินธรรมชาติและมีความมันเงา เนื้อแข็งทนทาน เมื่อเคาะจะมีเสียงดังกังวาลชัดเจน
กรมทรัพย์สินทางปัญญา จึงขอเชิญชวนผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชม ชิม ช็อปสินค้า GI ของแท้ส่งตรงจากแหล่งผลิตต่างๆ ทั่วไทย ได้ที่บูธ GI Pavilion ในงาน OTOP Midyear 2026 อาคารชาเลนเจอร์ 2 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค เมืองทองธานี ตั้งแต่เวลา 10.00 – 21.00 น. ตั้งแต่วันนี้ จนถึงวันที่ 28 มิถุนายน 2569 เพื่อร่วมสนับสนุนสินค้า GI และผู้ประกอบการไทยให้เติบโต พร้อมร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสืบสานอัตลักษณ์ภูมิปัญญาท้องถิ่นอย่างยั่งยืน.






