ถอยก็เจ็บ เดินหน้าก็เสี่ยง!

(จากโครงการ AI สู่ ‘กับดัก’ ทางนโยบายของ ‘รัฐบาลอนุทิน’ ที่ทำเองมากับมือ)
ปมเสียงวิพากษ์ใส่ TH AI Passport อาจเป็นมากกว่าที่ “รัฐบาลอนุทิน” ถูกถามหนักถึงความคุ้มค่า แต่มันให้ใครบางคน? ตกในสภาพ “ถอยก็เจ็บ เดินหน้าก็เสี่ยง” หากต้องยุติโครงการที่ส่อจะสร้าง “ต้นทุน” ทางการเมืองและข้อพิพาททางกฎหมาย ทว่าเมื่อเดินหน้าต่อ ก็อาจนำไปสู่การตรวจสอบในอนาคต ปรากฏการณ์นี้ จึงอาจเป็นอีกตัวอย่างของ “กับดักทางนโยบาย” ที่รัฐสร้างขึ้นมาเอง!!??
จุดเปลี่ยนจากนโยบายสู่คำถาม :
จาก นโยบายส่งเสริมการเข้าถึงเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ของคนไทย ผ่านโครงการ TH AI Passport วงเงินกว่า 1.6 พันล้านบาท ที่ “รัฐบาล” ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย มุ่งหวังให้ประชาชนหลายล้านคนสามารถเข้าถึง AI ระดับมืออาชีพ
พร้อมกับ “ยกระดับ” ศักยภาพการแข่งขันของประเทศ ในเวลาไม่นานนัก
โครงการดังกล่าว กลับกลายเป็นประเด็นร้อนทางการเมือง และถูกตั้งคำถามถึงความคุ้มค่า ความโปร่งใส และกระบวนการดำเนินงาน
แม้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อย่าง…กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ทั้งตัว รัฐมนตรี (นายไชยชนก ชิดชอบ) และ ปลัดกระทรวงดีอี (นายพชร อนันตศิลป์) จะพยายามชี้แจง และ “ปรับ” เงื่อนไขบางประการเพื่อคลายข้อกังวล
แต่กระแสวิพากษ์วิจารณ์กลับไม่ได้ยุติลง? ตรงกันข้าม! หลายฝ่ายเริ่มตั้งข้อสังเกตว่า…เหตุใดรัฐบาลจึงยังคงเลือกเดินหน้าต่อ? ทั้งที่โครงการดังกล่าวกำลัง เผชิญภาวะ “Trust Crisis” หรือวิกฤตความเชื่อมั่นอย่างต่อเนื่อง
ต้นทุนของการหยุด :
ในทางการเมือง การยอมถอยหรือยุติโครงการกลางคัน ไม่ได้หมายถึงเพียงการระงับการใช้งบประมาณเท่านั้น แต่ยังอาจตีความได้ว่า…การตัดสินใจที่ผ่านมา อาจมีข้อผิดพลาดหรือขาดความรอบคอบเพียงพอ
ยิ่งหากโครงการได้เข้าสู่ขั้นตอนที่มีข้อผูกพันทางกฎหมายกับภาคเอกชนแล้ว การยกเลิกหรือระงับโครงการอาจเปิดช่องให้เกิดข้อพิพาททางสัญญา และนำไปสู่การฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายผ่านกระบวนการศาลปกครองได้
นั่นหมายความว่า…ต้นทุนของการหยุดโครงการฯ อาจไม่ได้ต่ำไปกว่าต้นทุนของการเดินหน้า ก็เป็นได้!!!
ทางเลือกที่ไม่ง่าย :
อย่างไรก็ตาม การเดินหน้าต่อ ก็ไม่ได้หมายความว่า…ความเสี่ยงจะหมดไป???
หากในอนาคต…มีการตรวจพบข้อบกพร่อง หรือมีข้อเท็จจริงใหม่ที่สะท้อนถึงความไม่ชอบมาพากลในกระบวนการดำเนินงาน แล้วล่ะก็…
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึง ผู้มีอำนาจตัดสินใจ อาจต้องเผชิญกับการ “ตรวจสอบ” อย่างเข้มข้น! จากองค์กรอิสระ ไม่ว่าจะเป็น…สำนักงานการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) หรือ กระบวนการยุติธรรมที่เกี่ยวข้อง
กล่าวอีกนัยหนึ่ง การเดินหน้าต่ออาจช่วยคลี่คลายแรงกดดันเฉพาะหน้าได้ แต่ไม่ได้หมายความว่าจะช่วยลบความเสี่ยงในระยะยาว
เกมรักษาความชอบธรรม :
ปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นตลอดช่วงที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น…การปรับรูปแบบการจ่ายเงินแบบ Pay per Use การเพิ่มมาตรการควบคุม หรือ ความพยายามชี้แจงต่อสาธารณะ ล้วนสะท้อนให้เห็นว่า…
สิ่งที่รัฐบาลกำลังบริหารจัดการอยู่ในขณะนี้ อาจไม่ใช่เพียงตัวโครงการ TH AI Passport เท่านั้น แต่คือ…การบริหาร “ความชอบธรรม” และ “ความไว้วางใจ” ของสังคมที่มีต่อภาครัฐ!!??
เพราะใน…โลกการเมือง? การสูญเสียความเชื่อมั่นอาจมีต้นทุนสูงกว่างบประมาณที่ใช้ไปเสียอีก!
กับดักทางนโยบาย :
นักรัฐศาสตร์จำนวนไม่น้อยเรียก สภาวะเช่นนี้ ว่า…“กับดักทางนโยบาย” (Policy Trap)
กล่าวคือ…เมื่อรัฐได้ลงทุนทั้งงบประมาณ เวลา ชื่อเสียง และความน่าเชื่อถือทางการเมืองลงไปกับนโยบายใดนโยบายหนึ่งแล้ว การยอมรับความผิดพลาดและถอยกลับย่อมไม่ใช่เรื่องง่าย!!!
แต่ในขณะเดียวกัน การเดินหน้าต่อก็อาจยิ่งเพิ่มต้นทุนและความเสี่ยงให้สูงขึ้นกว่าเดิม
ภาวะเช่นนี้ จึงทำให้ “ผู้มีอำนาจ” จึงต้องเลือกหนทางที่สร้างความเสียหายน้อยที่สุด! มากกว่าการเลือกหนทางที่สมบูรณ์แบบที่สุด!
ถอยก็เจ็บ เดินหน้าก็เสี่ยง :
มีการตั้งข้อสังเกตในวงกว้างว่า…สิ่งที่เกิดขึ้นกับ TH AI Passport อาจสะท้อนให้เห็นสภาวะที่รัฐบาลกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน
หากถอย ก็อาจต้องเผชิญกับ…แรงกระแทกทางการเมือง ความเสียหายทางกฎหมาย และ การยอมรับโดยปริยาย ว่า…การตัดสินใจที่ผ่านมาอาจผิดพลาด!!!
แต่ หากเดินหน้าต่อ ก็อาจต้อง “แบกรับ” ความเสี่ยงจากการตรวจสอบในอนาคต หากมีข้อเท็จจริงใหม่ปรากฏขึ้น
ประเด็ฯสำคัญของเรื่องนี้ จึงอาจไม่ได้อยู่ที่ว่า…โครงการ TH AI Passport จะเดินหน้าต่อหรือไม่?
แต่ “ใจความหลัก” มันอยู่ที่ว่า…“รัฐบาลอนุทิน” จะสามารถบริหารจัดการวิกฤตความเชื่อมั่นครั้งนี้ได้อย่างไร?
และจะทำให้ “สังคมไทย” เชื่อมั่นได้หรือไม่ว่า…ทุกการตัดสินใจที่ผ่านมาและที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ ตั้งอยู่บนหลักความโปร่งใสและประโยชน์สาธารณะอย่างแท้จริง!
เพราะถึงที่สุดแล้ว สิ่งที่ “รัฐบาลอนุทิน” จำต้องรักษาเอาไว้ อาจไม่ใช่เพียงโครงการ TH AI Passport หากแต่เป็น “ความชอบธรรมทางการเมือง” และ “ความไว้วางใจของคนไทย” ซึ่งเป็น “ทุนสำคัญที่สุด!” ของ “ผู้มีอำนาจ” ในทุกยุคทุกสมัย!!!.






