รัฐบนแอปฯในมือคนไทย?

(จาก ‘ไทยช่วยไทย พลัส’ ถึง ‘บัตรคนจน’ : เมื่อสวัสดิการ เทคโนโลยี และการเมือง หลอมรวมเป็นเรื่องเดียวกัน!)

ท่ามกลางกระแสการลงทะเบียนบัตรสวัสดิการแห่งรัฐรอบใหม่ ความสำเร็จของโครงการไทยช่วยไทย พลัส และการขับเคลื่อนนโยบายดิจิทัลของภาครัฐ หลายคนอาจมองว่านี่เป็นเพียงมาตรการเศรษฐกิจหรือสวัสดิการตามปกติ แต่หากมองลึกลงไปใน “มิติรัฐศาสตร์” สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น! อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญของประเทศไทย? เมื่อรัฐกำลังเคลื่อนตัวจาก…ระบบราชการแบบเดิม สู่ “รัฐแพลตฟอร์ม” ที่เชื่อมโยงกับคนไทยโดยตรง ผ่านโทรศัพท์มือถือและเทคโนโลยีดิจิทัล

เมื่อรัฐไม่ได้อยู่แค่ในกระทรวง :

ในอดีต หากคนไทยต้องการติดต่อกับรัฐ พวกเขาต้องเดินทางไปยัง…ที่ว่าการอำเภอ สำนักงานเขต องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น หรือหน่วยงานราชการต่าง ๆ การเข้าถึงสิทธิและบริการของรัฐมักต้องผ่านขั้นตอน เอกสาร และเจ้าหน้าที่จำนวนมาก

แต่ภาพดังกล่าวกำลังเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว!!!

ทุกวันนี้ คนไทยจำนวนมาก “รับสิทธิ” จากภาครัฐ ผ่าน “แอปพลิเคชัน” บนโทรศัพท์มือถือ ไม่ว่าจะเป็น…การรับสวัสดิการ การยืนยันตัวตน การตรวจสอบสิทธิ หรือการเข้าร่วมโครงการกระตุ้นเศรษฐกิจ

รัฐจึงไม่ได้อยู่เพียงในกระทรวง ทบวง กรม อีกต่อไป หากแต่อยู่บนหน้าจอมือถือที่คนไทยเปิดใช้งานทุกวัน

และนี่คือ…การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างที่สำคัญกว่าการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี เพราะมันกำลังเปลี่ยนรูปแบบความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับคนไทยโดยตรง!!??

ไทยช่วยไทย พลัส มากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจ :

ตัวเลขการใช้จ่ายหลายหมื่นล้านบาทในเวลาเพียงไม่กี่สัปดาห์ อาจเป็นตัวชี้วัดความสำเร็จในเชิงเศรษฐกิจของโครงการไทยช่วยไทย พลัส

แต่ในมิติทางการเมือง โครงการนี้อาจมีความสำคัญมากกว่านั้น???

เมื่อคนไทยกว่า 20 ล้านคน สามารถเข้าถึงสิทธิจากรัฐโดยตรง ผ่านระบบดิจิทัลและร้านค้าที่เชื่อมต่อกับแพลตฟอร์มของภาครัฐ สิ่งที่เกิดขึ้น…จึงไม่ใช่เพียงการจับจ่ายใช้สอย แต่เป็นการสร้างความสัมพันธ์รูปแบบใหม่ระหว่างรัฐกับพลเมือง!

รัฐสามารถส่งนโยบายไปถึงคนไทยโดยตรง ขณะที่คนไทยสามารถรับรู้ถึงบทบาทของรัฐได้ทันทีผ่านสิทธิประโยชน์ที่จับต้องได้

ความสัมพันธ์เช่นนี้แตกต่างจากอดีต ที่ประชาชนมักรับรู้บทบาทของรัฐผ่านนักการเมืองท้องถิ่น ผู้นำชุมชน หรือระบบอุปถัมภ์ทางการเมือง

เมื่อบัตรคนจนไม่ใช่เรื่องของคนจนเท่านั้น :

ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนคนไทย เกี่ยวกับบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในปี 2569 ของ นิด้าโพล ล่าสุด สะท้อนภาพที่น่าสนใจ กล่าวคือ…

คนจำนวนไม่น้อยยอมรับว่า…ตนเองไม่ได้อยู่ในภาวะยากจน แต่ก็ยังอยากได้รับสิทธิจากบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ

ตัวเลขดังกล่าวอาจดูเป็นเพียงรายละเอียดในผลสำรวจ แต่ในทางรัฐศาสตร์ นี่คือ…สัญญาณสำคัญมาก!!??

เพราะมันสะท้อนว่า…บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ กำลังเปลี่ยนสถานะจาก “นโยบายช่วยเหลือคนจน” ไปสู่ “นโยบายมวลชน”

เมื่อมีคนไทยจำนวนมากรู้สึกว่า…ตนเองมีส่วนได้ส่วนเสียกับนโยบายใดนโยบายหนึ่ง นโยบายนั้นจะค่อย ๆ กลายเป็นสถาบันทางสังคมและการเมืองที่ยากจะยกเลิก

เช่นเดียวกับที่ “ระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า” เคยพัฒนาไปสู่การเป็นนโยบายที่ทุกพรรคการเมืองต้องให้ความสำคัญ

รัฐแพลตฟอร์มกำลังก่อตัวขึ้นหรือไม่? :

หากมองภาพรวมของนโยบายต่าง ๆ ในปัจจุบัน จะพบว่า…หลายโครงการกำลังเชื่อมโยงกัน ทั้ง ไทยช่วยไทย พลัส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระบบยืนยันตัวตนดิจิทัล ฐานข้อมูลภาครัฐ และ การลงทุนด้านเทคโนโลยีสมัยใหม่

แม้แต่ โครงการด้านปัญญาประดิษฐ์ หรือ ระบบข้อมูลภาครัฐ (TH-AI Passport) ที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ในบางมิติ ก็อาจเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลสำหรับอนาคต???

ในมุมนี้ คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า…โครงการใดใช้งบประมาณมากหรือน้อย? แต่คือ…ประเทศไทยกำลังสร้างรัฐดิจิทัลแบบใด? และรัฐดิจิทัลนั้นจะส่งผลต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐกับคนไทยอย่างไร?

เพราะในอนาคต การรับสวัสดิการ การใช้บริการภาครัฐ การเข้าถึงข้อมูล หรือแม้แต่การมีส่วนร่วมทางเศรษฐกิจ อาจเกิดขึ้นผ่านแพลตฟอร์มเดียวกันมากขึ้นเรื่อย ๆ

รัฐดิจิทัล หรือการเมืองดิจิทัล? :

อย่างไรก็ตาม การก่อรูปของรัฐแพลตฟอร์มไม่ได้มีเพียงมิติด้านเทคโนโลยีหรือประสิทธิภาพการบริหารเท่านั้น หากยังมีนัยสำคัญในเชิงอำนาจและการเมืองที่สังคมไทยควรติดตามอย่างใกล้ชิด

ในอดีต รัฐบาลมักสื่อสารกับคนไทยผ่าน…หน่วยงานราชการ นักการเมืองท้องถิ่น หรือกลไกทางสังคมรูปแบบต่าง ๆ แต่เมื่อเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามาเป็นตัวกลาง ความสัมพันธ์ดังกล่าวกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

วันนี้…คนไทยจำนวนมากรับรู้การมีอยู่ของรัฐผ่านแอปพลิเคชันบนโทรศัพท์มือถือ ผ่านสิทธิประโยชน์ที่ได้รับโดยตรง ผ่านข้อความแจ้งเตือน และผ่านบริการสาธารณะที่เชื่อมโยงกับฐานข้อมูลกลางของภาครัฐ

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า…เทคโนโลยีช่วยให้การบริการมีประสิทธิภาพมากขึ้นหรือไม่? แต่คือ…เทคโนโลยีกำลังเปลี่ยนรูปแบบความสัมพันธ์ทางการเมืองระหว่างรัฐกับคนไทยหรือเปล่า?

เพราะเมื่อ…คนไทยหลายสิบล้านคนเชื่อมต่อกับรัฐผ่านแพลตฟอร์มเดียวกัน รัฐก็จะมีศักยภาพในการสื่อสาร การบริหาร และการกำหนดนโยบายได้โดยตรงมากกว่าที่เคยเป็นมา

จากนโยบายสาธารณะสู่ทุนทางการเมือง :

ในทางรัฐศาสตร์ นโยบายที่เข้าถึงคนจำนวนมาก มักไม่ได้สร้างผลลัพธ์ทางเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียว แต่ยังสร้าง “ทุนทางการเมือง” ให้กับผู้กำหนดนโยบายอีกด้วย

ไทยช่วยไทย พลัส บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รวมถึง มาตรการช่วยเหลือต่าง ๆ ที่เข้าถึงคนไทยหลายสิบล้านคน อาจเป็นตัวอย่างของนโยบายที่มีผลทั้งในมิติทางเศรษฐกิจและทางการเมืองพร้อมกัน

เรื่องนี้ไม่ใช่สิ่งผิดหรือถูก! หากเป็นธรรมชาติของระบอบประชาธิปไตย ที่รัฐบาลย่อมต้องการให้ประชาชนรับรู้ถึงผลงานของตนเอง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สังคมไทยควรตั้งคำถาม นั่นก็คือ…ความนิยมทางการเมืองที่เกิดขึ้นนั้นตั้งอยู่บนผลสัมฤทธิ์ที่แท้จริงของนโยบาย หรือเกิดขึ้นจากการอัดฉีดทรัพยากรระยะสั้นที่อาจไม่สามารถดำรงอยู่ได้อย่างยั่งยืน

ความท้าทายของประเทศไทยในวันข้างหน้า :

ความท้าทายที่แท้จริง! จึงอาจไม่ใช่การสร้างแอปพลิเคชันใหม่ หรือการเพิ่มจำนวนผู้ได้รับสิทธิให้มากขึ้น แต่คือ…การทำให้รัฐแพลตฟอร์มกลายเป็นเครื่องมือสร้างโอกาส สร้างความเป็นธรรม และเพิ่มศักยภาพการแข่งขันของประเทศ

ไม่ใช่เพียงเครื่องมือในการสร้างความนิยมทางการเมืองระยะสั้น!!!

เพราะหากเทคโนโลยีสามารถทำให้คนไทยเข้าถึงบริการของรัฐได้ดีขึ้น ประเทศไทยก็จะก้าวไปข้างหน้า

แต่หากเทคโนโลยี…กลายเป็นเพียงช่องทางใหม่ของการแข่งขันทางการเมือง ความก้าวหน้าทางดิจิทัลอาจไม่สามารถนำพาสังคมไทยไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนได้อย่างแท้จริงได้เช่นกัน!!??

โอกาสและความท้าทายของรัฐยุคใหม่ :

การพัฒนาไปสู่รัฐแพลตฟอร์มมีข้อดีหลายประการ??? ทั้งการลดต้นทุนการบริหาร เพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการ และช่วยให้การช่วยเหลือประชาชนเป็นไปอย่างตรงเป้าหมายมากขึ้น

อย่างไรก็ตาม ความเปลี่ยนแปลงดังกล่าวก็มาพร้อมคำถามสำคัญ ไม่ว่าจะเป็น…

ใครจะเป็นผู้ดูแลข้อมูลจำนวนมหาศาลของคนไทย?

ระบบจะมีความโปร่งใสเพียงใด?

ประชาชนจะสามารถตรวจสอบการใช้อำนาจของรัฐได้มากน้อยแค่ไหน?

และ คนไทยที่ยังเข้าไม่ถึงเทคโนโลยีจะถูกทิ้งไว้ข้างหลังหรือไม่?

หาก “รัฐแพลตฟอร์ม” ขาดกลไกกำกับดูแลที่ดี ความสะดวกสบายที่เกิดขึ้น ก็อาจต้องแลกมาด้วยความเสี่ยงต่อสิทธิส่วนบุคคลและความเป็นธรรมทางสังคม!!??

เทคโนโลยีต้องรับใช้คนไทย ไม่ใช่แทนที่คนไทย :

การเปลี่ยนผ่านจากรัฐราชการสู่รัฐแพลตฟอร์มอาจเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ในโลกยุคดิจิทัล ดังนั้น คำถามสำคัญจึงไม่ใช่ว่า…ประเทศไทยควรเดินไปในทิศทางนี้หรือไม่? แต่คือ…

แล้วเราจะเดินไปอย่างไร???

รัฐควรใช้เทคโนโลยี เพื่อ…เพิ่มโอกาส ลดความเหลื่อมล้ำ และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้กับคนไทยทุกกลุ่ม ไม่ใช่เพียงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ เท่านั้น

ในขณะเดียวกัน สังคมไทยต้องร่วมกันสร้างกลไกตรวจสอบที่เข้มแข็ง เพื่อให้การพัฒนาเทคโนโลยีของภาครัฐดำเนินไปควบคู่กับความโปร่งใส เสรีภาพ และความรับผิดชอบต่อสาธารณะ

ท้ายที่สุด! ความสำเร็จของรัฐบนแอปฯในมือคนไทย จะไม่ได้วัดจากจำนวนผู้ลงทะเบียนหรือยอดการใช้จ่ายเพียงอย่างเดียว

แต่จะวัดจากการที่เทคโนโลยีสามารถสร้างความไว้วางใจระหว่างรัฐกับคนไทย และช่วยให้ประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างสมดุล เป็นธรรม และยั่งยืนได้มากเพียงใด???.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password