Land Bridge และสงครามโครงสร้างพื้นฐานของโลกยุคใหม่  

(ตอนที่ 1 : โอกาสแห่งศตวรรษ หรือจุดเริ่มต้นของเดิมพันระดับชาติ?)

ในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ชื่อของ “Land Bridge” ได้กลายเป็นหนึ่งในประเด็นที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของประเทศไทย

บางคนมองว่า นี่คือโอกาสครั้งประวัติศาสตร์ ที่จะเปลี่ยนประเทศไทยให้กลายเป็นศูนย์กลางโลจิสติกส์แห่งใหม่ของโลก เชื่อมมหาสมุทรอินเดียกับมหาสมุทรแปซิฟิก ลดการพึ่งพาช่องแคบมะละกา และดึงดูดการลงทุนระดับมหาศาลเข้าสู่ภาคใต้ของไทย

แต่ในอีกด้านหนึ่ง เสียงวิพากษ์วิจารณ์กลับเริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ

มีทั้งคำถามเรื่อง…ความคุ้มทุน ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ ผลกระทบต่อชุมชน สิ่งแวดล้อม ไปจนถึงข้อกังวลว่า ประเทศไทยอาจกำลังเดินเข้าสู่เส้นทางเดียวกับหลายประเทศ ที่เคยสร้างโครงการขนาดมหาศาลด้วยความหวัง ก่อนจะพบว่า…โลกความจริงไม่ได้เป็นไปตามแผนที่วางไว้

บทความหนึ่งที่ถูกแชร์อย่างกว้างขวางในโลกออนไลน์ ได้ยกกรณีศึกษาของศรีลังกา อินโดนีเซีย และลาว มาเปรียบเทียบกับประเทศไทย

ตั้งแต่…ท่าเรือ Hambantota ของศรีลังกา ที่สุดท้ายต้องให้จีนเช่า 99 ปี รถไฟความเร็วสูง Whoosh ของอินโดนีเซีย ที่ต้นทุนบานปลายและกำลังเผชิญปัญหาทางการเงิน ไปจนถึง รถไฟลาว-จีน ที่ทำให้ลาวต้องแบกรับภาระหนี้จำนวนมหาศาล

เนื้อหาดังกล่าว พยายามชี้ให้เห็นว่า Mega Project หลายแห่งในโลก อาจเริ่มต้นด้วยความฝันที่สวยงาม แต่สุดท้ายกลับกลายเป็นภาระทางเศรษฐกิจระยะยาว

และคำถามสำคัญก็คือ… ประเทศไทยกำลังเดินเข้าสู่เส้นทางเดียวกันหรือไม่?

อย่างไรก็ตาม คำถามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ…

บทความเหล่านี้สะท้อน “ความจริงทั้งหมด” หรือเป็นเพียงอีกด้านหนึ่งของสงครามข้อมูลข่าวสาร ที่มักเกิดขึ้นทุกครั้ง เมื่อประเทศใดก็ตามกำลังจะตัดสินใจลงทุนในโครงการระดับยุทธศาสตร์?

เพราะในโลกยุคใหม่ โครงการโครงสร้างพื้นฐานไม่ได้เป็นเพียงเรื่องเศรษฐกิจอีกต่อไป!!!

แต่มันคือ…เรื่องของอำนาจ เรื่องของเส้นทางการค้า เรื่องของ supply chain เรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ และบางครั้ง มันอาจหมายถึงการเปลี่ยนสมดุลของภูมิภาคทั้งภูมิภาค!!??

ลองมองย้อนกลับไปยัง…โครงการสำคัญของโลก

คลองสุเอซ…ไม่ได้เป็นเพียงคลองขุด คลองปานามาไม่ได้เป็นเพียงเส้นทางเดินเรือ ช่องแคบมะละกาไม่ได้เป็นเพียงทะเลระหว่างประเทศ

ทั้งหมดล้วนเป็น “เส้นเลือด” ของเศรษฐกิจโลก!!!

และ เมื่อใดก็ตาม ที่หากจะมีโครงการใหม่ๆ ซึ่งอาจเปลี่ยนเส้นทางเหล่านั้น เมื่อนั้น…ย่อมมีทั้งผู้ที่อยากให้เกิด และผู้ที่ไม่อยากให้เกิด

นั่นคือ…เหตุผลที่ Land Bridge ของไทย ไม่ได้เป็นเพียงประเด็นภายในประเทศอีกต่อไป

มันเชื่อมโยงไปถึง…การแข่งขันของมหาอำนาจ เชื่อมโยงถึงการลงทุนระดับโลก เชื่อมโยงถึงอนาคตของภูมิภาค Indo-Pacific และ เชื่อมโยงถึงคำถามว่า ประเทศไทยจะวางตำแหน่งของตัวเองอย่างไร ในโลกที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

ฝ่ายสนับสนุน เชื่อว่า…ไทยกำลังมีโอกาสสร้าง “ประตูเศรษฐกิจใหม่” ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

แต่ฝ่ายคัดค้าน กลับมองว่า ประเทศไทยอาจกำลังถูกผลักเข้าสู่การเดิมพันขนาดใหญ่ ที่ยังไม่มีใครพิสูจน์ได้จริงว่า จะมีเรือมาใช้มากเพียงพอหรือไม่?

และนี่คือ…จุดที่สังคมไทยเริ่มแตกออกเป็น 2 ด้านอย่างชัดเจน

ด้านหนึ่ง คือ ความหวัง

อีกด้านหนึ่ง คือ ความระแวง

ระหว่าง 2 สิ่งนี้เอง ที่กำลังก่อตัวเป็น “สงคราม narrative” ครั้งสำคัญของยุค คำถามสำคัญจึงอาจไม่ใช่เพียงว่า… Land Bridge ควรสร้างหรือไม่ควรสร้าง???

แต่คือ…

ประเทศไทยกำลังมีข้อมูลเพียงพอแล้วหรือยัง สำหรับการเดิมพันระดับล้านล้าน ที่อาจส่งผลต่อประเทศไปอีกหลายสิบปี?

เพราะในท้ายที่สุด ไม่ว่า…คำตอบจะออกมาอย่างไร? สิ่งที่สำคัญที่สุดอาจไม่ใช่การเลือกข้างระหว่าง “เชียร์” หรือ “คัดค้าน”

แต่คือ…การทำให้สังคมไทยสามารถมองโครงการระดับชาติ ด้วยสายตาที่ลึกกว่าความรู้สึกชั่วคราว และลึกกว่าพาดหัวข่าวรายวัน

เพราะ…โลกยุคใหม่ ไม่ได้แข่งขันกันแค่ด้วยกองทัพ หรือขนาดเศรษฐกิจ อีกต่อไป

แต่แข่งขันกันด้วยโครงสร้างพื้นฐาน เส้นทางการค้า อิทธิพลทางภูมิรัฐศาสตร์ และความสามารถในการกำหนดอนาคตของภูมิภาค

และบางที… Land Bridge อาจเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของคำถามที่ใหญ่กว่านั้นมาก

คำถามว่า…ประเทศไทยจะเดินเข้าสู่อนาคต ด้วยวิธีคิดแบบใด?

และ เราพร้อมหรือยัง…กับโลกที่ทุกโครงการล้วนมีราคา?.

(พรุ่งนี้…พบกับ ตอนที่ 2…บทเรียนจากโลก : จาก Hambantota ถึงรถไฟลาว-จีน อะไรคือเส้นแบ่งระหว่าง ‘วิสัยทัศน์’ กับ ‘กับดักหนี้’? เราจะเริ่มพาไปดู “บทเรียนจากโลก” ว่า…เหตุใด mega project บางแห่งจึงกลายเป็นความรุ่งโรจน์ของชาติ ขณะที่บางแห่งกลับกลายเป็นอนุสาวรีย์แห่งหนี้สิน)

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password