แค่…คนกลาง! ‘บิ๊กเต่า’ แฉกลับ ‘โทน+พวก’ เอี่ยวคดีฉ้อโกงพระเครื่องกว่า 2 พันล.

“บิ๊กเต่า” แจงปม “โทน บางแค” ร้องถูกขู่ใช้หนี้ ย้ำ! ทำหน้าที่แค่คนกลาง ไม่ใช้อำนาจข่มขู่ พร้อมเปิด ‘ไทม์ไลน์’ คดีฉ้อโกงพระเครื่อง พบเสียหายกว่า 2 พันล้าน ลั่น! เตรียมฟ้องกลับ! หลังถูกพาดพิงเสียหายหนัก

พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว หรือ “บิ๊กเต่า” รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง ชี้แจงกรณี “โทน บางแค” เซียนพระชื่อดัง เข้าแจ้งความกล่าวหาว่า ถูกข่มขู่บังคับใช้หนี้ โดยยืนยันว่า ตนทำหน้าที่เพียงคนกลางในการเจรจา เพื่อให้ความเป็นธรรมกับทั้งสองฝ่าย ไม่มีการใช้อำนาจข่มขู่หรือใช้คำพูดไม่เหมาะสม พร้อมตั้งข้อสังเกตว่าการร้องเรียนดังกล่าว อาจเป็นการให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนจากข้อเท็จจริง
พล.ต.ต.จรูญเกียรติ เปิดไทม์ไลน์คดี ก่อนจะย้ำว่า จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นตั้งแต่ต้นปี 2568 เมื่อผู้เสียหายเข้าร้องเรียนว่าถูกกลุ่มบุคคล 7 คน ร่วมกันฉ้อโกงซื้อขายพระเครื่อง มูลค่าความเสียหายกว่า 1,000 ล้านบาท ก่อนสืบสวนต่อเนื่อง จนพบผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเป็น 9 คน และมี “โทน บางแค” เป็นหนึ่งในนั้น รวมมูลค่าความเสียหายพุ่งเกิน 2,000 ล้านบาท โดยพฤติการณ์เป็นการ หลอกขายพระราคาสูง ก่อนใช้เช็คเด้งชำระเงิน และนำพระไปจำนำ สร้างความเสียหายซ้ำซ้อนในลักษณะ “ซื้อของด้วยกระดาษเปล่า”
ส่วนการพบกันที่ห้องทำงานชั้น 27 พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ยืนยันว่า “โทน บางแค” เป็นฝ่ายประสานขอเข้าพบเอง ผ่านคนรู้จัก เพื่อเจรจาหาทางออก โดยมีการพูดคุยหลายรอบ แต่การนำทรัพย์สินมาชดใช้ยังไม่เป็นธรรมกับผู้เสียหาย ขณะที่ เจ้าตัว (โทน บางแค) ยังพาดพิงว่า ตนได้รับผลประโยชน์จากการทวงหนี้ ซึ่งไม่เป็นความจริง
ล่าสุดเตรียมพิจารณาดำเนินคดีฟ้องกลับแล้ว ส่วนคดีหลักขณะนี้มีผู้ถูกแจ้งข้อหาแล้ว 3 ราย ในความผิดฐานลักทรัพย์และฉ้อโกง และอยู่ระหว่างดำเนินการตามกฎหมาย ต่อไป.







