อำนาจรัฐหรือเกมการเมือง!!??

เปิดหน้า…ตัวละครใหม่ เมื่อ “นักร้อง” ศรีสุวรรณ จรรยา ยื่นหนังสือถึง ป.ป.ช. จี้ตรวจสอบ “สุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ” ปมโยกย้าย…อธิบดีกรมฝนหลวงฯ และยอมรับ “มีเรื่องหลาน” มาคั่นกลาง สิ่งนี้…อาจดูเป็นเพียงข่าวการเมืองรายวัน แต่เบื้องหลัง! กลับสะท้อน “คำถามใหญ่” ระหว่าง…อำนาจรัฐ ระบบราชการ และความโปร่งใส ท่ามกลางความคลางแคลงใจที่สังคมไทยมีต่อ “ตัวผู้ร้อง”

ปมการเมือง ที่ดูท่าว่า…จะไม่เล็กเสียแล้ว??? กรณี คำสั่ง “โยกย้าย…นอกฤดูกาล” ที่เกิดขึ้นกับ “ข้าราชการระดับอธิบดี” ในช่วงใกล้เกษียณอายุราชการ

อย่าง…นายราเชน ศิลปะรายะ อดีตอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กระทั่ง ต้องยื่น หนังสือ “ขอลาออก” จากชีวิตข้าราชการ ก่อนกำหนด มีผล..มิถุนายน 2569 นี้

คนลงนาม ไม่ใช่ใครที่ไหน? เป็น…นายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รมว.เกษตรและสหกรณ์ ที่มีอายุงานในภารกิจนี้ “ไม่ถึงเดือน”

แถม…ระหว่างทาง ยังมีเรื่อง “หลานตัวเอง” เข้าไปข้องเกี่ยวกับ “อธิบดีฯราเชน” ก่อนจะมีคำสั่งย้ายดังกล่าว ทำให้สังคมไทย ต้องขบคิด…แบบไม่ต้องคิดกันมากนัก…ก็มีคำตอบในใจแล้ว!!??

ว่าจะไป…การ “โยกย้ายนอกฤดูกาล” หาได้เป็นสิ่งแปลกใหม่ในสังคมข้าราชการและการเมืองไทย? เพราะใน ระบบบริหารราชการไทย นั้น มองในเชิง “อำนาจ” ตามกฎหมาย รัฐมนตรีสามารถปรับเปลี่ยนบุคลากรเพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายได้

แต่กรณีนี้ เมื่อเป็นการย้ายในช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตราชการ จึงต้องถูกตั้งข้อสังเกตว่า…มันเป็นมากกว่าการบริหาร และเป็นการ “จัดวางตำแหน่ง” เพื่อรองรับแรงกดดัน หรือผลประโยชน์บางอย่าง? ที่อยู่นอกเหตุผลทางราชการหรือไม่? กันแน่!!!

เหตุผลที่ นายสุริยะ แถลงข่าวเพื่ออธิบายความ นั่นคือ…“ต้องการคนที่ทำงานคล่องตัว”

สิ่งนี้…อาจเป็นได้ทั้งคำอธิบายตามระบบ หรือเป็นเพียงถ้อยคำที่ใช้สร้างความชอบธรรมให้กับการตัดสินใจทางการเมือง ก็เป็นได้!!??

คำถามตัวโตๆ ที่มีตามมา นั่นคือ…การย้ายครั้งนี้ เกิดขึ้นภายใต้แรงจูงใจแบบใด? และสะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง…ฝ่ายการเมืองกับระบบราชการอย่างไร?

ความซับซ้อนของกรณีนี้ ไม่ได้หยุดอยู่แค่การโยกย้าย แต่ขยายไปสู่ “ข้อกล่าวหาใหญ่” เรื่องการติดต่อจากบุคคลภายนอก ซึ่ง นายสุริยะ ยอมรับว่า…หลานของเขาโทรติดต่อกับ อธิบดีฯราเชน จริง!

แต่ไม่ใช่เรื่องที่จะเข้ามาเกี่ยวข้องกับงบประมาณ โดยเฉพาะงบซ่อมบำรุงอากาศยานของกรมฝนหลวงฯ ซึ่งมีมูลค่าสูงไม่ต่ำกว่าปีละ 300 ล้านบาท

กระนั้น สิ่งที่สังคมไทยรับรู้และคิดต่อยอดกันไปแล้ว ถึงขั้น…เชื่อว่า “มีมูลจริง?”

สิ่งนี้…อาจไม่ใช่เพียงปัญหาทางจริยธรรม แต่จะกลายเป็น “ปัญหาเชิงโครงสร้าง” ของระบบงบประมาณ ที่เปิดช่องให้เกิดการ “แทรกแซง” จาก…อำนาจที่อยู่นอกระบบราชการ!!!

ในสถานการณ์เช่นนี้ สิ่งที่ควรถูกจับตามอง ไม่ใช่เพียงการเคลื่อนไหวของบุคคลใดบุคคลหนึ่ง? แต่คือ…กลไกของรัฐที่ควรมีหน้าที่ป้องกันไม่ให้เกิดการแทรกแซงดังกล่าวได้ตั้งแต่ต้น???

เพราะ หาก “ระบบ” มีความเข้มแข็งเพียงพอ ต่อให้มี…ความพยายามจากภายนอก ก็คงมิอาจจะเข้าถึงหรือมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของ อธิบดีฯราเชน ได้ง่ายๆ

อย่างไรก็ตาม จุดที่ทำให้เรื่องนี้ซับซ้อนยิ่งขึ้น! เกิดขึ้นหลังจาก “นักร้อง…คนดัง” อย่าง…นายศรีสุวรรณ จรรยา ซึ่งในอดีตเป็นที่รู้จักในฐานะ “ผู้ใช้กลไกกฎหมาย” และ “องค์กรอิสระ” เพื่อตรวจสอบภาครัฐ

แต่ในปัจจุบัน ตัวเขากลับต้องเผชิญข้อกล่าวหาทางคดีความที่กระทบต่อ “ภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือ” ของตัวเขาองโดยตรง

การเข้ายื่นหนังสือต่อ ป.ป.ช. เพื่อขอให้ไต่สวนและวินิจฉัย กรณี นายสุริยะ และพวก ออกมายอมรับว่า…หลานของตนเอง เข้ามาก้าวก่ายการบริหารราชการในกรมฝนหลวงฯ จนกลายเป็นกรณีพิพาท เมื่อช่วงสายวันนี้ (1 พฤษภาคม 2569)

ส่งผลให้การร้องเรียนครั้งนี้ ไม่ได้ถูกพิจารณาเพียงในมิติของเนื้อหา แต่ยังถูก “กรอง” ผ่านทัศนคติของสังคมไทยที่มีต่อ “ตัวผู้ร้อง” ตามไปอีกด้วย…

นี่จึงนำไปสู่…สถานการณ์ที่น่าคิด เมื่อความจริงของข้อกล่าวหา…อาจถูกลดน้ำหนัก ไม่ใช่เพราะเนื้อหาไม่มีมูล แต่อาจเป็นเพราะ…คนที่นำเสนอถูกตั้งคำถาม ถึงจริยธรรมในอดีต!!!

ในขณะเดียวกัน หากสังคมไทย…เลือกจะไม่รับฟังเพียงเพราะไม่เชื่อผู้พูด ก็อาจทำให้ประเด็นสำคัญเกี่ยวกับอำนาจรัฐและความโปร่งใส “ถูกละเลย” ไปโดยปริยาย

ปัญหานี้…สะท้อนความเปราะบางของระบบตรวจสอบในสังคมไทย ที่ยังพึ่งพา “บุคคล” มากกว่า “กระบวนการ”

เมื่อ “ผู้เปิดโปง” มีปัญหา ความน่าเชื่อถือของข้อมูล…ก็อาจสั่นคลอนตามไปด้วย

ทั้งที่ในหลักการแล้ว ข้อเท็จจริงควรถูกพิสูจน์ด้วยหลักฐาน…ไม่ใช่ที่ตัวบุคคล!!??

ท้ายที่สุด! กรณีนี้…จึงไม่ใช่เพียง ข้อพิพาท ระหว่าง…นักการเมือง ข้าราชการ และนักร้องเรียน แต่เป็นภาพสะท้อนของโครงสร้างอำนาจ ที่ “ซ้อนทับ” กันอยู่ในระบบการเมืองไทย!!!

ระหว่าง…อำนาจบริหารที่สามารถกำหนดทิศทางราชการ ระบบงบประมาณที่อาจถูกแทรกแซง และกลไกตรวจสอบ ที่ยังต้องต่อสู้กับปัญหาความน่าเชื่อถือของผู้ใช้งานมันเอง

คำถามสำคัญจึงยังคงมีอยู่ แต่ไม่ใช่แค่…การโยกย้ายครั้งนี้ถูกต้องหรือไม่? หรือ ข้อกล่าวหาเรื่องงบประมาณเป็นจริงเพียงใด?

แต่มันได้รวมไปถึงคำถามที่สังคมไทย มิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ นั่นคือ “ผู้ร้อง” อย่าง…นายศรีสุวรรณ กำลัง “ร้องเพื่อความถูกต้อง?” หรือ “ร้องเพื่อผลประโยชน์?”

และ หากมีแรงจูงใจทางการเมืองแฝงอยู่จริง! สังคมไทย…จะยังสามารถแยกแยะ “ข้อเท็จจริง” ออกจาก “เกมอำนาจ” ได้มากน้อยเพียงใด?

เพราะ…ในโลกของการเมือง นั้น ความจริง…อาจไม่ได้ถูกตัดสินจากสิ่งที่เกิดขึ้นเพียงอย่างเดียว แต่ยังอาจถูกกำหนดจากวลี ที่ว่า…

“ใคร…เป็นคนเล่าเรื่องนั้น” ด้วยหรือไม่???.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password