บสย.อัด ‘ค้ำประกัน’ หนุน SMEs สู่พลังงานสะอาด สู้วิกฤตพลังงานแพง!

บสย. ลุยช่วย SMEs ยกระดับสู่ “ธุรกิจสีเขียว” ปรับแผนสู่พลังงานสะอาด เพิ่มแข่งขันยั่งยืน รับมือ “วิกฤตพลังงาน” เดินหน้า “Quick Big Win” วงเงิน 3.5 หมื่นล้าน ฟรี! ค่าธรรมเนียม 3 ปีแรก มุ่งช่วย SMEs ลดภาระทางการเงิน
ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) กล่าวว่า จากสถานการณ์ความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะในตะวันออกกลาง ซึ่งเป็นแหล่งผลิตและเส้นทางขนส่งพลังงานที่สำคัญของโลก ส่งผลให้ราคาน้ำมันและพลังงานในตลาดโลกมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งกระทบต่อต้นทุนการดำเนินธุรกิจ การบริหารสภาพคล่อง และเงินทุนหมุนเวียนของ SMEs ทั้งในปัจจุบันและระยะยาว
ทั้งนี้ เพื่อให้ความช่วยเหลือ SMEs ฝ่าวิกฤตพลังงาน บสย. พร้อมสนับสนุนผู้ประกอบการที่ต้องการขอสินเชื่อเพื่อปรับปรุงเครื่องจักร และปรับเปลี่ยนมาใช้พลังงานสะอาด หรือปรับปรุงระบบพลังงาน เพื่อประหยัดพลังงาน อาทิ การติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์ (Solar Cell) หรือ ลงทุนในธุรกิจเครื่องชาร์จไฟฟ้า EV (EV Charger) ฯลฯ โดยขยายโอกาสให้ SMEs สามารถเข้าถึงสินเชื่อในระบบด้วยต้นทุนทางการเงินที่เหมาะสม ผ่านกลไกการค้ำประกันของ บสย. ภายใต้มาตรการค้ำประกันสินเชื่อ “บสย. Quick Big Win” ในโครงการค้ำประกันสินเชื่อ SMEs Go Big วงเงินค้ำประกัน 35,000 ล้านบาท

โดยมุ่งให้ความช่วยเหลือ SMEs ที่ดำเนินธุรกิจเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีการนำแนวคิดเรื่อง BCG และ ESG มาปรับใช้ในกิจการ และพร้อมปรับตัวเข้าสู่สังคม Carbon ต่ำ ภายใต้เงื่อนไขโครงการที่มุ่งช่วยผู้ประกอบการประหยัดต้นทุนมากยิ่งขึ้น ทั้งนี้ บสย. ค้ำประกันต่อราย 2 แสนบาท – 40 ล้านบาท ฟรี! ค่าธรรมเนียมค้ำประกัน 3 ปีแรก ปีต่อไปเพียง 1.5% ตอบโจทย์ SMEs ที่ต้องการสินเชื่อมากกว่า 1 ล้านบาท
ตลอดเวลาที่ผ่านมา บสย. ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมผู้ประกอบการ SMEs ที่ต้องการเปลี่ยนผ่านสู่ธุรกิจสีเขียว โดยตลอด 3 ปี (ปี 2566 – 2568) บสย. ให้ความช่วยเหลือ SMEs ที่ดำเนินธุรกิจตามแนวทางการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ผ่านการค้ำประกันสินเชื่อกว่า 6,700 ล้านบาท สามารถช่วยเหลือ SMEs เข้าถึงสินเชื่อได้กว่า 1,570 ราย
โดยส่วนใหญ่เป็น กลุ่มผู้ประกอบการที่ติดตั้ง Solar Cell กว่า 30% ตามด้วยกลุ่มที่ใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างคุ้มค่าเพื่อลดการเกิดของเสียจากกระบวนการผลิตตาม BCG Model และ กลุ่มที่เปลี่ยนเครื่องจักรหรืออุปกรณ์เครื่องใช้ในการผลิตที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น หรือลดการใช้พลังงาน
โดยปี 2569 ตั้งเป้าค้ำประกันสินเชื่อ SMEs ในกลุ่มนี้อีกกว่า 3,300 ล้านบาท คาดว่าสามารถช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อ 770 ราย รักษาการจ้างงานได้กว่า 26,444 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากถึง 13,629 ล้านบาท
“การลงทุนในพลังงานสะอาด นอกจากช่วยยกระดับและเพิ่มประสิทธิภาพด้านพลังงานแก่ภาคธุรกิจ ช่วยลดผลกระทบที่เกิดขึ้นกับสิ่งแวดล้อม ยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันให้กับผู้ประกอบการ พร้อมช่วยลดต้นทุนทางธุรกิจ และกระจายความเสี่ยง เพื่อรับมือกับสถานการณ์ราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้นในขณะนี้ พร้อมสร้างโอกาสทางธุรกิจสู่การเติบโตอย่างยั่งยืนในอนาคตอีกด้วย” ดร.สิทธิกร กล่าว
โดยการปรับตัวของผู้ประกอบการในการก้าวสู่พลังงานสะอาด ยังตอบโจทย์เทรนด์ธุรกิจทั่วโลกที่กำลังให้ความสำคัญกับสิ่งแวดล้อมมากยิ่งขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายภาครัฐที่รณรงค์การประหยัดพลังงาน และร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดอุณหภูมิโลก ตามเป้าหมายความเป็นกลางทางคาร์บอน ภายในปี ค.ศ. 2050 และเป้าหมายการปล่อยก๊าซเรือนกระจกสุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี ค.ศ. 2065
ทั้งนี้ เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs อย่างครบวงจร บสย. พร้อมให้คำปรึกษาและคำแนะนำ SMEs ในการเข้าถึงแหล่งเงินทุน การแก้ปัญหาหนี้ และให้ความรู้ทางการเงิน ผ่านศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน บสย. โดยไม่มีค่าใช้จ่าย
นอกจากนี้ ยังเพิ่มความสะดวกให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้ามาตรวจสุขภาพทางการเงิน พร้อมจองคิวขอรับคำปรึกษาทางการเงิน ฟรี! ได้ที่ LINE OA : @tcgfirst.






