Financial Gateway

(บสย.กับแผนยุทธศาสตร์ ‘3-Prompt’ – ‘มิติใหม่’ ของการค้ำประกันสินเชื่อของ SMEs ไทย)

บสย. ยุค “ดร.สิทธิกร” ยกระดับบทบาทขององค์กรใหม่ ผ่านแผนยุทธศาสตร์ “3-Prompt” ที่เป็นมากกว่ามาตรการค้ำประกันสินเชื่อ มุ่งปรับบทบาทเดิม “ผู้ค้ำประกันสินเชื่อ” สู่บทบาทใหม่ “ตัวกลางเชื่อม” โครงสร้างกลางทางการเงิน พร้อมช่วยคัดกรอง พัฒนา และเชื่อมผู้ประกอบการ SMEs เข้าสู่ระบบทุนยุคดิทัล รับมือภาวะสินเชื่อตึงตัวและภูมิทัศน์การเงินที่แปรเปลี่ยน
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ปัญหาการเข้าถึงสินเชื่อของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) กลายเป็นหนึ่งในโจทย์สำคัญของระบบเศรษฐกิจไทย!!??
แม้ ผู้ประกอบการจำนวนมากยังมีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ แต่กลับไม่สามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนในระบบได้ง่ายนัก ท่ามกลางความระมัดระวังของสถาบันการเงินต่อความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ
ภายใต้บริบทเช่นนี้ บทบาทของ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ภายใต้การนำของ ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการฯ จึงไม่ได้จำกัดอยู่เพียงการเป็น “ผู้ค้ำประกันสินเชื่อ” เพื่อให้ธนาคารพาณิชย์ กล้าที่จะปล่อยสินเชื่อให้กับผู้ประกอบการรายย่อยอีกต่อไป
หากแต่กำลัง “ถูกยกระดับ” ให้เป็นกลไกสำคัญในการเชื่อมผู้ประกอบการ SMEs เข้ากับ “ระบบการเงินในยุคดิจัทล” ทั้งระบบ

แนวคิดดังกล่าวสะท้อนผ่าน ยุทธศาสตร์ “3-Prompt” ที่ ดร.สิทธิกร และทีมผู้บริหารของ บสย. ได้นำเสนอไปเมื่อวานนี้ (12 มีนาคม 2569) ณ ห้องประชุม 402 อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง
สิ่งนี้…ไม่ได้เป็นเพียงมาตรการค้ำประกันสินเชื่อรอบใหม่ แต่เป็นความพยายาม “ยกระดับ” บทบาทของ บสย. จากผู้ค้ำประกันสินเชื่อ ไปสู่โครงสร้างกลางทางการเงินที่ช่วยคัดกรอง พัฒนา และเชื่อมผู้ประกอบการเข้าสู่แหล่งทุนได้อย่างเป็นระบบมากขึ้น
“บสย.ไม่ได้มองบทบาทของตัวเองเพียงในฐานะผู้ค้ำประกันสินเชื่ออีกต่อไป แต่ต้องทำหน้าที่เป็นกลไกที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงระบบการเงินได้จริง” ดร.สิทธิกร กล่าวถึง…ทิศทางการปรับบทบาทขององค์กรในระยะต่อไป
เมื่อพิจารณาในเชิงยุทธศาสตร์ สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น จึงไม่ใช่เพียง…การเพิ่มวงเงินค้ำประกันสินเชื่อ แต่เป็นความพยายามวางตำแหน่งของ บสย. ให้เป็น “Financial Gateway” สำหรับผู้ประกอบการ SMEs ในยุคที่ระบบการเงินกำลังเปลี่ยนผ่านสู่ดิจิทัล และกำลังจะเปิดรับผู้เล่นใหม่อย่าง Virtual Bank ในอนาคตอันใกล้
การประกาศ แผนยุทธศาสตร์ “3-Prompt” นั้น ดูเผิน ๆ อาจเหมือนการออก “มาตรการค้ำประกันสินเชื่อรอบใหม่” เพื่อช่วยเหลือผู้ประกอบการ SMEs ให้เข้าถึงเงินทุนได้มากขึ้น
เพราะเมื่อพิจารณา ในเชิงยุทธศาสตร์ แล้ว จะพบว่า…สิ่งที่เกิดขึ้น! ไม่ใช่เพียงการ “เพิ่มวงเงินค้ำประกัน” หรือ “ออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินใหม่” หากแต่เป็นความพยายามที่จะ “ปรับบทบาท” ขององค์กร เพื่อให้สอดรับกับภูมิทัศน์ของระบบการเงินที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว!!!
ท่ามกลาง สภาพเศรษฐกิจที่ยังมีความไม่แน่นอน! และ ระบบสินเชื่อที่มีความระมัดระวังมากขึ้นต่อความเสี่ยงของผู้ประกอบการรายย่อย
บทบาทของ บสย. จึงถูกคาดหวังให้เป็นมากกว่า…“ผู้ค้ำประกันสินเชื่อ” ที่ทำหน้าที่ลดความเสี่ยงให้ธนาคารปล่อยกู้แก่ผู้ประกอบการ SMEs เท่านั้น
หากแต่ยังต้องทำหน้าที่เป็น “กลไกสำคัญ” ที่จะช่วยทำให้ผู้ประกอบการสามารถเข้าถึงระบบการเงินได้จริง

“บสย.ไม่ได้มองบทบาทของตัวเองเพียงในฐานะผู้ค้ำประกันสินเชื่ออีกต่อไป แต่ต้องทำหน้าที่เป็นกลไกที่ช่วยให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงระบบการเงินได้จริง” ดร.สิทธิกร กล่าวถึง…แนวคิดเบื้องหลังของยุทธศาสตร์ใหม่
คำอธิบายดังกล่าว สะท้อนทิศทางสำคัญขององค์กรที่กำลังปรับตัวตามบริบทของระบบเศรษฐกิจ เพราะในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หนึ่งในปัญหาใหญ่ของผู้ประกอบการ SMEs ไทย คือ…การเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งยังมีข้อจำกัดอยู่มาก
ทั้งในด้านหลักประกัน ความพร้อมของข้อมูลทางการเงิน และความเสี่ยงทางธุรกิจที่สถาบันการเงินประเมินว่าสูงเกินไป
ภาวะเช่นนี้ ทำให้เกิดสิ่งที่เรียกว่า “ช่องว่างทางการเงินของผู้ประกอบการรายย่อย (Financial Inclusion Gap)” ซึ่งเป็นช่องว่างระหว่าง…ความต้องการเงินทุนของผู้ประกอบการ กับความสามารถในการเข้าถึงสินเชื่อในระบบ
ในบริบทเช่นนี้ บสย. จึงอาจกำลังขยายบทบาทจาก “ผู้ค้ำประกันสินเชื่อ” ไปเป็น ตัวกลาง…โครงสร้างกลางทางการเงินของ SMEs ที่พร้อมต่อเชื่อม…การค้ำประกัน การพัฒนาศักยภาพลูกหนี้ และการเข้าถึงสินเชื่อดิจิทัลเข้าด้วยกัน
โดยยังคง “ภารกิจหลัก” ในการค้ำประกันสินเชื่อเหมือนเดิม แต่เพิ่มเติมด้วยการ…ยกระดับบทบาทจากการทำหน้าที่ปลายทาง ไปสู่บทบาทต้นทางที่ช่วยคัดกรอง เตรียมความพร้อม และเชื่อมผู้ประกอบการ SMEs เข้ากับแหล่งทุนได้ครบวงจรมากขึ้น!!!

แนวคิดดังกล่าวถูกถ่ายทอดออกมาในรูปแบบของ ยุทธศาสตร์ “3-Prompt” ซึ่งประกอบด้วย “พร้อมค้ำ” “พร้อมช่วย” และ “พร้อมพลัส”
โดยแต่ละองค์ประกอบ…ได้ถูกออกแบบมาเพื่อแก้ปัญหาคนละมิติของระบบสินเชื่อสำหรับธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม
ในส่วนของ “พร้อมค้ำ”…บสย.ตั้งเป้าค้ำประกันสินเชื่อในปี 2569 ไว้ที่ประมาณ 70,000 ล้านบาท ผ่านมาตรการสำคัญอย่าง Quick Big Win ซึ่งมีวงเงินประมาณ 50,000 ล้านบาท และ มาตรการค้ำประกันรูปแบบอื่น ๆ ที่ออกแบบมาเพื่อรองรับผู้ประกอบการในภาคธุรกิจที่แตกต่างกัน
“มาตรการ Quick Big Win ถูกออกแบบมาเพื่อปลดล็อกข้อจำกัดในการปล่อยสินเชื่อของระบบธนาคาร และเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการ SMEs เข้าถึงเงินทุนได้มากขึ้นในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอน”
มุมมองของ เอ็มดี. บสย. ต่อมาตรการดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึง…บทบาทขององค์กรในการช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้สถาบันการเงินกลับมาปล่อยสินเชื่อแก่ธุรกิจรายย่อยมากขึ้น!
หากมองในเชิงเศรษฐกิจ มาตรการค้ำประกันสินเชื่อเหล่านี้ ไม่ได้มีผลเพียงต่อผู้ประกอบการรายบุคคลเท่านั้น แต่ยังมีผลต่อระบบเศรษฐกิจโดยรวม นั่นเพราะ…การเพิ่มโอกาสให้ธุรกิจรายย่อยเข้าถึงเงินทุน นั้น ยังสามารถจะช่วย…
รักษาการจ้างงาน เพิ่มการหมุนเวียนของเงินในระบบเศรษฐกิจ และสนับสนุนการเติบโตของเศรษฐกิจฐานราก ไปในตัว

อย่างไรก็ตาม บสย.ไม่ได้มองปัญหาของผู้ประกอบการเพียงในมิติของการเข้าถึงสินเชื่อใหม่ เท่านั้น หากแต่ยังให้ความสำคัญต่อการ…แก้ไขปัญหาหนี้เดิมของผู้ประกอบการด้วย สะท้อนผ่านแนวคิด “พร้อมช่วย”
แนวคิดนี้…มุ่งเน้นการช่วยเหลือลูกหนี้ SMEs ที่ยังมีศักยภาพในการดำเนินธุรกิจ แต่กำลังเผชิญข้อจำกัดจากภาระหนี้ที่สะสมอยู่ ผ่าน “เครื่องมือสำคัญ” คือ…
การปรับโครงสร้างหนี้ การลดภาระหนี้ และการสนับสนุนองค์ความรู้ด้านการบริหารธุรกิจ
“การช่วยผู้ประกอบการไม่ได้หมายถึงการปล่อยสินเชื่อใหม่เท่านั้น แต่ต้องช่วยให้ธุรกิจที่มีปัญหาสามารถฟื้นตัวและกลับเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจได้อีกครั้ง” ดร.สิทธิกร ระบุ
แนวคิดข้างต้น…สะท้อนการมองปัญหาของ SMEs ในมิติของวงจรชีวิตทางธุรกิจมากกว่าการมองเพียงสถานะของหนี้ในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง
องค์ประกอบสุดท้าย! ของ ยุทธศาสตร์ 3-Prompt คือ “พร้อมพลัส” ซึ่งเป็นการ นำเทคโนโลยีทางการเงินเข้ามาเป็นเครื่องมือสำคัญในการพัฒนาระบบค้ำประกันสินเชื่อของ บสย. ไม่ว่าจะเป็น…
การพัฒนาเครื่องมือเครดิตสกอริ่งอย่าง TCG Score การสร้างแพลตฟอร์มกลางเพื่อเชื่อมผู้ประกอบการกับสถาบันการเงิน หรือการพัฒนาระบบบริหารการเคลมแบบดิจิทัล
“บทบาทของ บสย. ในอนาคตคือการเป็น Financial Gateway ที่ช่วยเชื่อมผู้ประกอบการ SMEs กับแหล่งทุน ไม่ว่าจะเป็นธนาคาร สถาบันการเงินของรัฐ หรือผู้ให้บริการทางการเงินรูปแบบใหม่”

แนวคิดข้างต้นของ บสย. ได้สะท้อน…ทิศทางที่องค์กรต้องการเดินไปในระยะยาว
ในบริบทเช่นนี้ การเกิดขึ้นของ Virtual Bank จึงอาจกลายเป็นบททดสอบสำคัญของบทบาทใหม่ของ บสย. เพราะเมื่อระบบการเงินมี “ผู้เล่นใหม่” เข้ามามากขึ้น องค์กรที่สามารถทำหน้าที่เชื่อมผู้ประกอบการกับแหล่งทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพก็จะมีความสำคัญมากขึ้นตามไปด้วย
“เมื่อระบบการเงินกำลังเปิดรับผู้เล่นใหม่อย่าง Virtual Bank บทบาทของ บสย. ในการเชื่อมผู้ประกอบการกับแหล่งทุนจะยิ่งมีความสำคัญมากขึ้น” มุมมองของ เอ็มดี. บสย.นี้ สะท้อนภาพอนาคตขององค์กรที่กำลังพยายามปรับตัวให้ทันกับโครงสร้างของระบบการเงินที่กำลังเปลี่ยนแปลง
ถึงบรรทัดนี้ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…ความสำเร็จของยุทธศาสตร์ 3-Prompt อาจไม่ได้วัดจากจำนวนวงเงินค้ำประกันสินเชื่อเพียงอย่างเดียว แต่จะวัดจากความสามารถของ บสย. ในการทำหน้าที่เป็นโครงสร้างกลางทางการเงินของผู้ประกอบการ SMEs
ซึ่งมันจะช่วยให้ “ธุรกิจรายย่อย (SMEs)” สามารถเข้าถึงเงินทุนได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของระบบเศรษฐกิจในยุคดิจิทัลได้อย่างยั่งยืน
ด้วยความเชื่อที่ว่า…เป้าหมายของ บสย. ไม่ใช่เพียงการค้ำประกันสินเชื่อ แต่มันคือ…การทำให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถเข้าถึงโอกาสทางการเงินได้อย่างยั่งยืน!!! นั่นเอง

ทั้งนี้ ผลดำเนินงาน 2 เดือนแรกปี 2569 บสย. มียอดค้ำประกันสินเชื่อ 14,567 ล้านบาท ช่วย SMEs ได้รับสินเชื่อ 17,853 ราย สร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ 60,160 ล้านบาท และ ช่วยพยุงสินเชื่อ SMEs ที่หดตัวต่อเนื่องมา 14 ไตรมาส
โดยเมื่อ เทียบกับยอดค้ำประกันสินเชื่อในช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา (Year on Year) พบว่า มียอดค้ำประกันสูงกว่าถึง 4.43 เท่า
สำหรับ เป้าหมายหลักในปี 2569 บสย. เดินหน้าขยายบทบาทการค้ำประกันสินเชื่อ สร้างโอกาสให้ SMEs พร้อมเป็นเครื่องมือหลักกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก มุ่งปลดล็อก SMEs เข้าถึงสินเชื่อ และเติบโตได้อย่างเข้มแข็งและยั่งยืน ภายใต้ 4 แนวคิดหลัก ได้แก่…
1.ลดความเหลื่อมล้ำทางการเงินของ SMEs (Financial Inclusion)
2.เพิ่มโอกาสให้ SMEs เข้าถึงสินเชื่อโดย บสย.
3.ยกระดับองค์กรเพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงนวัตกรรมทางการเงิน
4.เชื่อมโยงเข้าสู่ระบบนิเวศดิจิทัลทางการเงิน.







