สรรพสามิตผนึกกองทัพเรือ ยึดดีเซลเถื่อน 2.5 แสนลิตร

กรมสรรพสามิต บูรณาการกองทัพเรือตรวจเรือ “บี มารุ 3” ในอ่าวไทยตอนบน พบน้ำมันดีเซลไม่สามารถแสดงที่มาได้กว่า 250,000 ลิตร ประเมินค่าปรับรวมภาษีกว่า 5.7 ล้านบาท

ดร. พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 10 มีนาคม 2569 ได้มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี ยงยุทธ ภูมิประเทศ ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์ภาษีสรรพสามิต และนายสุเมธ ฤทธิ์เจริญ ผู้อำนวยการสำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม กำกับการปฏิบัติงาน ซึ่งมอบหมายให้ฝ่ายป้องกันและปราบปราม 3 สำนักตรวจสอบ ป้องกันและปราบปราม ร่วมกับสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 2 และสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ชลบุรี 2 บูรณาการการปฏิบัติงานร่วมกับกองทัพเรือโดยทัพเรือภาคที่ 1 และศูนย์อำนวยการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล ภาคที่ 1 เพื่อดำเนินการตรวจสอบเรือชื่อ “บี มารุ 3”

ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบของเหลวภายในระวางบรรทุกมีลักษณะคล้ายน้ำมันดีเซล และไม่สามารถระบุที่มาของน้ำมันได้ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บตัวอย่างน้ำมันส่งให้กลุ่มวิเคราะห์สินค้าและของกลาง กรมสรรพสามิต เพื่อดำเนินการตรวจพิสูจน์ตามขั้นตอน โดยจากการตรวจวัดปริมาณน้ำมันเบื้องต้นพบว่า มีปริมาณประมาณ 250,000 ลิตร
ต่อมากรมสรรพสามิตได้ดำเนินการตรวจพิสูจน์ชนิดของน้ำมันและตรวจวัดปริมาณอย่างละเอียด ผลการตรวจสอบยืนยันว่าเป็นน้ำมันดีเซล ซึ่งเข้าข่ายความผิดเกี่ยวกับการครอบครองสินค้าที่มิได้เสียภาษีสรรพสามิตตามกฎหมาย จึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนทางกฎหมาย โดยประเมินค่าปรับรวมภาษีเป็นเงินประมาณ 5.7 ล้านบาท

อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวต่อว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นไปตามนโยบายของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และข้อสั่งการของ ดร. เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง รวมทั้ง นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง ที่กำชับให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งปราบปรามการลักลอบน้ำมันในช่วงที่สถานการณ์ราคาพลังงานมีความผันผวนโดยมีการกำกับติดตามการดำเนินงานอย่างใกล้ชิด
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวทิ้งท้ายว่า กรมสรรพสามิตจะเดินหน้าปราบปรามการลักลอบน้ำมันอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันการหลีกเลี่ยงภาษี รักษาผลประโยชน์ของรัฐ และสร้างความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการที่ปฏิบัติตามกฎหมาย พร้อมทั้งบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานด้านความมั่นคงและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อสกัดกั้นการกระทำผิดด้านพลังงานและเสริมสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ประชาชน.






