สรรพสามิตทลายบุหรี่เถื่อนใต้ ยึด 4.55 ล้านมวน

กรมสรรพสามิตผนึกฝ่ายความมั่นคงบุกตรวจบ้านร้าง อ.ตากใบ จ.นราธิวาส ยึดบุหรี่เถื่อนกว่า 4.55 ล้านมวน มูลค่ากว่า 20.47 ล้านบาท ภาษีสรรพสามิตกว่า 10.8 ล้านบาท ประเมินค่าปรับสูงถึง 162 ล้านบาท เร่งสืบหาผู้กระทำผิด พร้อมคุมเข้มเส้นทางลำเลียงตามแนวชายแดนใต้

จากการมอบนโยบายการปราบปรามสินค้าผิดกฎหมาย โดยได้เน้นย้ำให้ทุกหน่วยงาน เพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวัง สืบสวน และปราบปรามการลักลอบผลิต นำเข้า และจำหน่ายสินค้าหลีกเลี่ยงภาษี โดยเฉพาะบุหรี่เถื่อน ซึ่งส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจ ความเป็นธรรมทางการค้า และรายได้ของรัฐ พร้อมกำชับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการเชิงรุก ตัดวงจรขบวนการลักลอบค้าให้ได้อย่างเป็นรูปธรรม และบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาด มุ่งเป้า เฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง โดยเฉพาะในจังหวัดชายแดนและจังหวัดที่เป็นเส้นทางลำเลียงสำคัญ
ดร. พรชัย ฐีระเวช อธิบดีกรมสรรพสามิต เปิดเผยว่า จากนโยบายดังกล่าว ภายใต้การกำกับดูแลของ นายภาณุพงศ์ ศรีเกตุ รองอธิบดี จึงได้สั่งการนายจีระนันทร์ ใจห้าว ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคที่ 9 และ ดร.สมศักดิ์ สุวรรณสุขกุล สรรพสามิตพื้นที่นราธิวาส ดำเนินการขับเคลื่อนมาตรการปราบปรามเชิงรุกและบูรณาการร่วมฝ่ายความมั่นคง ซึ่งปรากฏว่า เมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 เวลาประมาณ 18.00 น. นายสิทธิโชค เดชบุญ นักวิชาการสรรพสามิตชำนาญการ หัวหน้าฝ่ายปราบปราม สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นราธิวาส และสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่นราธิวาส สาขาเมืองนราธิวาส บูรณาการร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปฏิบัติการพิเศษตำรวจภูธรจังหวัดนราธิวาส เข้าตรวจสอบบ้านร้างไม่มีเลขที่ หมู่ที่ 3 ตำบล ศาลาใหม่อำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส ได้ร่วมกัน ตรวจยึดของกลางยาสูบ (บุหรี่ซิกาแรต) ยี่ห้อ GUDANG GARAM ขนาดบรรจุซองละ 12 มวน จำนวน 379,200 ซอง (4,550,400 มวน) คิดเป็นมูลค่าสินค้า 20,476,800 บาทคิดเป็นภาษีสรรพสามิต 10,807,200 บาทประมาณการค่าปรับ 162,108,000 บาทแม้ว่าจะไม่พบตัวผู้กระทำความผิดแต่ได้ดำเนินการส่งของกลางให้พนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีและสืบหาตัวผู้กระทำความผิดต่อไป
อธิบดีกรมสรรพสามิต กล่าวทิ้งท้ายว่า พื้นที่เสี่ยงตามแนวชายแดนภาคใต้ยังคงเป็นช่องทางที่ขบวนการลักลอบนำเข้าสินค้าผิดกฎหมายใช้เป็นเส้นทางในการนำเข้าสินค้าสู่ประเทศแม้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่จะได้รับผลกระทบและต้องเผชิญกับสถานการณ์ความไม่สงบที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง กรมสรรพสามิตยังคงมุ่งมั่นปฏิบัติหน้าที่และเดินหน้ามาตรการปราบปรามเชิงรุกอย่างต่อเนื่อง โดยบูรณาการข้อมูล การข่าว และการปฏิบัติร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการสกัดกั้นขบวนการลักลอบนำเข้าและจำหน่ายสินค้าผิดกฎหมายตั้งแต่ต้นทางถึงปลายทาง อันจะช่วยลดความเสียหายทางเศรษฐกิจ สร้างความเป็นธรรมในระบบภาษี และปกป้องผลประโยชน์ของประเทศอย่างเต็มกำลัง.






