บทพิสูจน์…สรรพสามิต???

(ภายใต้แผน EXCISE EXerCISE : ปราบตลาดมืด คุมฐานรายได้ ฝ่าวิกฤตราคาน้ำมันตลาดโลก!)

กรอบยุทธศาสตร์ “EXCISE EXerCISE” ที่กรมสรรพสามิต ยุค “อธิบดีฯพรชัย” ประกาศใช้เป็น “แกนขับเคลื่อนงาน” ในปีงบฯ 2569 จะพลิกบทบาทจาก “หน่วยจัดเก็บรายได้ภาษี” สู่ “กลไกกำกับเศรษฐกิจ–สังคม” ได้แค่ไหน? ในท่ามกลางแรงกดดันราคาน้ำมันโลกจากปมภูมิรัฐศาสตร์ในตะวันออกกลาง สิ่งนี้…จะยังรักษาฐานรายได้ 57% ให้มั่นคงท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ผันผวนได้เพียงใด???

EXCISE EXerCISE ยังคงเป็นแผนยุทธศาสตร์หลักในการขับเคลื่อนภารกิจของกรมสรรพสามิต ในยุคของ “อธิบดีฯโป๊ะ – ดร.พรชัย ฐีระเวช” ล่าสุด กับการ เปิดเวทีแถลงผลงาน 5 เดือนแรกของปีงบประมาณ 2569 เมื่อวันที่ 2 มี.ค.2569

ดร.พรชัย ได้เกริ่นนำถึง แผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว โดยย้ำว่า…EXCISE EXerCISE คือ…เป็นกรอบการทำงานที่สำคัญ ทั้งในมิติการปราบปรามเชิงรุก และการปรับโครงสร้างภาษีเพื่อสร้างความยั่งยืน

ภายใต้แนวคิดที่ว่า…กรมสรรพสามิตไม่ใช่เพียงหน่วยจัดเก็บรายได้ แต่เป็น “กลไก” กำกับพฤติกรรมเศรษฐกิจและสังคม ผ่านเครื่องมือภาษีที่แม่นยำ โปร่งใส และมีความเป็นธรรม!

สอดรับการแถลงข่าวที่ระบุว่า…5 เดือนแรก (ต.ค. 2568 – ก.พ. 2569) กรมสรรพสามิตสามารถจับกุมได้ 15,827 คดี เพิ่มขึ้น 6.57% จากปีก่อน ค่าปรับจริง 455.42 ล้านบาท และประมาณการค่าปรับรวม 1,578.31 ล้านบาท

โดย “คดียาสูบ” นำโด่งในแง่ของสัดส่วนที่มีสูงสุดกว่า 60% รองลงมาคือ…คดีสุราราว 30%

ตัวเลขเหล่านี้ สะท้อนปัจจัยสำคัญ 2 ด้านในเวลาเดียวกัน หนึ่งประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมายที่เข้มข้นขึ้น และ อีกหนึ่ง…ขนาดของ “ตลาดมืด” ที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง

ย่อยแผนยุทธศาสตร์ ว่าด้วย…การ “ซีลชายแดน” ที่ได้ถูกยกระดับเป็น “ภารกิจหลัก” ผ่านการผนึกกำลัง (บูรณาการ) ร่วมกับหน่วยงานความมั่นคง ตามแนวชายแดนกัมพูชาและทางทะเลด้านมาเลเซียผสานการ “สกัด” จุดรวมและจุดกระจายสินค้าใน 18 จังหวัดยุทธศาสตร์

ขณะเดียวกัน กรมสรรพสามิต ยังได้ปรับแผนป้องกันและปราบปรามเข้าสู่…สนามออนไลน์ โดยใช้เทคโนโลยีด้าน “ไอทีขั้นสูง” มาช่วย ผ่านการจัดตั้ง “ศูนย์ปราบปรามออนไลน์” และยังได้เข้า ตรวจสอบ “ศูนย์ขนส่งเอกชน”

เป้าหมายสำคัญ นั่นคือ…แผนรับมือกับพฤติกรรมของ “ผู้ค้าสินค้าผิดกฎหมาย” ที่ย้ายจากหน้าร้าน สู่…แพลตฟอร์มดิจิทัลและโลจิสติกส์สมัยใหม่

ทว่า ยังมี…โจทย์ที่ซับซ้อนกว่าการจับกุม นั่นคือ…“แรงจูงใจทางราคา” โดยเฉพาะปัญหา “บุหรี่เถื่อน” ที่อาศัยช่องว่างราคา เมื่อเทียบกับกับ “บุหรี่ถูกกฎหมาย”…เป็นแรงขับเคลื่อน

ประเด็นนี้ อธิบดีกรมสรรพสามิต ส่งสัญญาณชัด! ถึงการ ทบทวนโครงสร้างภาษีบุหรี่ จากระบบ “หลายชั้น” (Multi-tier) สู่แนวคิด “อัตราเดียว” (Single Tier) ด้วยหวังจะ…ทลายเส้นแบ่งเพดานราคาเดิม เปิดทางให้ผู้ประกอบการมีอิสระกำหนดราคาได้หลากหลายขึ้น ลดช่องว่างราคา และสร้างสนามแข่งขันที่เป็นธรรมมากกว่าเดิม

แนวคิดนี้…ไม่ใช่เพียงการปรับอัตราภาษี แต่มันคือการปรับ “กลไกตลาด” ให้ “บุหรี่ถูกกฎหมาย” สามารถลงมาแข่งขันในตลาดล่างได้ โดยไม่บั่นทอนฐานรายได้ภาษีในระยะต้น!!!

อีกปมใหญ่ที่ถูกหยิบยกขึ้นมา นั่นคือ…ปัญหา “บุหรี่เวียนเทียน” หรือ “สินค้าส่งออก” ที่ได้รับยกเว้นภาษีแล้วถูกลักลอบนำกลับมาขายในประเทศ

กับข้อเสนอจาก ฝั่งสื่อมวลชน ที่เสนอให้ “แยกสีบรรจุภัณฑ์บุหรี่” สำหรับตลาดในประเทศ กับตลาดส่งออกสร้างความแตกต่างกันอย่างเด่นชัด!

แม้ยังเป็นเพียง แนวคิดเชิงนโยบายที่ต้องพิจารณาความสอดคล้องกับกฎหมายสาธารณสุข และข้อกำหนดด้านบรรจุภัณฑ์

และสิ่งนี้ ก็ได้สะท้อนความพยายามที่จะ “ลดความเสี่ยง!” เชิงโครงสร้าง โดยไม่หวังเพียงแค่การ “ไล่จับปลายทาง” เหมือนที่เคยเป็นมา…

และเป็น คณะผู้บริหารของกรมสรรพสามิต ภายใต้การนำของ ดร.พรชัย ที่ยินดีจะนำแนวคิดนี้ ไปหารือกับ การยาสูบแห่งประเทศไทย (ยสท.) ในฐานะ “ต้นทาง” แหล่งผลิตบุหรี่ไทย

ขณะที่…แนวรบ “ภาษีสังคม” ยังคงเข้มข้น! ทว่า แนวรบ “ภาษีสิ่งแวดล้อม” กลับมีแรงกดดันจากภายนอก โดยเฉพาะสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง ที่ส่งผลอาจกระทบต่อราคาน้ำมันโลก ตามมาได้

นั่นเพราะ…ค่าภาษีสรรพสามิตน้ำมันและรถยนต์ คือ ฐานรายได้กว่า 57% ของกรมสรรพสามิต

ดังนั้น ความผันผวนของราคาพลังงาน จึงไม่ใช่แค่ประเด็นปัญหาเศรษฐกิจมหภาค แต่กำลังจะกลายบเป็น “โจทย์ด้านเสถียรภาพรายได้ของรัฐ” โดยตรง!!!

ดร.พรชัย ระบุว่า…แม้การรักษาเสถียรภาพราคาน้ำมันของรัฐบาล อาจจำเป็นจะต้องใช้กลไก “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” เป็นเครื่องมือแรก ก่อนจะใช้ผ่านมาตรการทางภาษี

กระนั้น แม้จะถูกนำมาใช้เป็นลำดับท้ายๆ เมื่อมีความจำเป็น ทว่า แนวทางนี้ มันกลับสะท้อนบทเรียนในอดีตที่กรมสรรพสามิตเคยรับมือมาก่อนแล้ว ทั้งจาก…วิกฤตน้ำท่วมปี 2554 ปัญหาโควิด-19 และสงครามรัสเซีย–ยูเครน

ดังนั้น ภาครัฐจำต้องบริหารสมดุลระหว่าง…ราคาขายปลีกกับภาระการคลังอย่างระมัดระวัง!!??

อย่างไรก็ตาม หากวิกฤต “ภูมิรัฐศาสตร์” (สหรัฐฯและอิสราเอล กับอิหร่าน) ยังคงยืดเยื้อ! เกินกรอบเวลา 60 วัน ที่ได้สำรองน้ำมันใช้ภายในประเทศ ผ่านมาตรการ งดส่งออกน้ำมันชั่วคราว! จนภาครัฐจำต้องกลไกการ “ลดภาษีสรรพสามิตน้ำมัน” เพื่อหวังจะพยุงค่าครองชีพ

สิ่งนี้…ย่อมผลกระทบต่อรายได้ของกรมสรรพสามิตในทันทีเช่นกัน!!!

คำถามเชิงยุทธศาสตร์ในสถานการณ์ที่ว่านี้ จึงอยู่ที่…กรมสรรพสามิต จะ “กระจายความเสี่ยงฐานรายได้” ได้อย่างไรในระยะกลาง

นี่ยังไม่นับรวม แผนการสนับสนุนอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า ที่ทำให้ “รายได้จากภาษีรถยนต์” แบบเดิมลดลงจนน่าใจหายไปก่อนหน้านี้

ปลายทางย่อมต้องกระทบกับรายได้ทั้งปีของกรมสรรพสามิตอย่างไม่ต้องสงสัย???

คำตอบหนึ่งที่ถูกหยิบขึ้นมา นั่นคือ…“แผนที่ภาษี” (Tax Map) ซึ่ง กรมสรรพสามิตได้การสำรวจ และวางแผนจะดึงผู้ประกอบการ “นอกระบบ” เข้าสู่ระบบภาษีอย่างง่ายขึ้น เพื่อหวังจะขยายฐานรายได้ แทนการพึ่งพาฐานเดิมเพียงอย่างเดียว

และความชัดเจนของ Tax Map จะเริ่มเห็นเป็นรูปร่างเด่นชัดในอีก 2 สัปดาห์ข้างหน้า

และนี่คือ…การบริหารเชิงรุกที่สอดคล้องกับกรอบแผนยุทธศาสตร์ EXCISE EXerCISE ซึ่งเน้นความแม่นยำ โปร่งใส และเรียบง่ายในกระบวนการจัดเก็บ

ภาพรวมทั้งหมดของกรมสรรพสามิตยุคนี้ จึงสะท้อน “แผนยุทธศาสตร์ 2 ชั้น” ที่เดินคู่ขนานกันไป แยกเป็น…

ชั้นแรก คือ…การ “ตัดวงจรผิดกฎหมาย” ผ่านการ “ซีลชายแดน” ปราบออนไลน์ และไล่เส้นทางการเงิน เพื่อจัดการ “รายใหญ่” และลดจำนวน “ตลาดมืด” ลงอย่างเป็นระบบ

ชั้นที่สอง คือ…การ “ปรับโครงสร้างแรงจูงใจ” ผ่านการทบทวนภาษีบุหรี่และขยายฐานภาษีใหม่ เพื่อไม่ให้การปราบปรามต้องวิ่งไล่ตามแรงจูงใจที่ผิดดุล

ในท่ามกลางปัญหาความไม่แน่นอนด้านพลังงานของตลาดโลก ที่ยังคง…คุกรุ่น!!! ดังนั้น บทบาทของกรมสรรพสามิตจึงไม่ได้จำกัดอยู่แค่การจับกุมหรือจัดเก็บรายได้ภาษี หากแต่ยังจะต้องทำหน้าที่เป็น “เสาหลัก” ทางด้านวินัยการคลังและกลไกกำกับเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน

หาก แผนยุทธศาสตร์ EXCISE EXerCISE คือ การ “ฝึกวินัย” ทั้งผู้คนที่เกี่ยวข้องทั้งในองค์กรตัวเอง และในสังคมไทย แล้วล่ะก็…

ความท้าทายของกรมสรรพสามิต ภายใต้การนำของ ดร.พรชัย ต่อจากนี้ คงไม่พ้นแนวคิดที่พร้อมจะพิสูจน์ให้ได้ ว่า…

ในท่ามกลางสารพัดปัญหา ทั้งจาก “ตลาดมืด” ในประเทศ และปัญหา “ภูมิรัฐศาสตร์” นอกประเทศ ที่ยังไม่สงบ นั้น การใช้ “เครื่องมือภาษี” ทั้งหมดที่มี…จะสามารถรักษาสมดุลระหว่าง…รายได้รัฐ ความเป็นธรรมทางการค้า และภาระประชาชน ได้จริงสักแค่ไหน? เพียงใด?

วันเวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password