พาณิชย์ดันผลไม้ไทยสู่ตลาดโลก จับคู่ธุรกิจ 600 นัด มูลค่าพันล้าน

กระทรวงพาณิชย์เดินหน้าหาตลาดล่วงหน้าให้ผลไม้ไทย จัดจับคู่ธุรกิจผู้ส่งออกไทยกับผู้นำเข้า 18 ประเทศกว่า 600 นัดหมาย คาดสร้างมูลค่าการค้าไม่ต่ำกว่า 1,000 ล้านบาท พร้อมลงนามซื้อขายไทย–UAE ปริมาณกว่า 3,000 ตัน

วันที่ 5 มีนาคม 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ กล่าวในพิธีเปิดว่า โครงการนี้เป็นกลไกสำคัญในการ “หาตลาดล่วงหน้า” ก่อนฤดูกาลผลผลิตออกสู่ตลาด ช่วยกระจายผลผลิตและเสริมความมั่นคงด้านราคาให้เกษตรกร
“เราต้องให้ความใส่ใจทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ งานวันนี้เป็นเพียงจุดเริ่มต้น กระทรวงพาณิชย์จะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างผู้ประกอบการให้แข็งแรง เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการรายใหม่สามารถก้าวสู่ตลาดส่งออกได้มากขึ้น”

นางศุภจีกล่าวแสดงความยินดีกับผู้ประกอบการ SMEs จำนวน 6 ราย ที่ได้รับคัดเลือกเป็น “Agri-Export Stars” ดาวรุ่งศักยภาพสูง และจะได้เข้าร่วมเจรจาการค้าในงาน THAIFEX – ANUGA ASIA 2026 พร้อมขอบคุณคณะกรรมการและภาคส่วนที่เกี่ยวข้องที่ร่วมผลักดันผู้ประกอบการไทยสู่ตลาดโลก
นอกจากนี้ ภายในงาน ยังมีพิธีลงนาม MOP ระหว่างผู้ส่งออกไทยและผู้นำเข้าจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) จำนวน 10 คู่ รวมปริมาณกว่า 3,000 ตัน ซึ่งจะช่วยขยายฐานการส่งออกผลไม้ไทยในระยะยาว แม้อยู่ท่ามกลางสถานการณ์ความไม่สงบในภูมิภาค โดยรัฐมนตรีฯ ได้ส่งกำลังใจให้คู่ค้าทางธุรกิจ พร้อมย้ำความเชื่อมั่นในคุณภาพผลไม้ไทย

นางศุภจี ยังกล่าวถึงโอกาสสำคัญของ “สับปะรดไทย” ในตลาดสหรัฐอเมริกา ภายหลังสหรัฐมีการใช้มาตรา 122 ซึ่งมีสินค้าที่ได้รับการยกเว้นภาษีกว่า 1,000 รายการ และหนึ่งในนั้นคือสับปะรด โดยยังมีระยะเวลาสิทธิประโยชน์ประมาณ 150 วัน จึงเป็นช่วงเวลาทองที่ผู้ประกอบการควรเร่งรุกตลาด เพื่อสร้างรายได้ให้เกษตรกรและอุตสาหกรรมแปรรูปที่เกี่ยวข้อง
สำหรับทิศทางปี 2569 กระทรวงพาณิชย์ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “Thailand: The Land of Tropical Fruits” ด้วยมาตรการบริหารจัดการผลไม้ระยะเร่งด่วน 3 ด้าน 8 มาตรการ ครอบคลุมตั้งแต่การผลิต การแปรรูป การขนส่ง การตลาด การส่งเสริมภาพลักษณ์ และการลดอุปสรรคการค้า มุ่ง “วางรากฐานโครงสร้างใหม่” เพื่อสร้างเสถียรภาพราคา ยกระดับขีดความสามารถการแข่งขัน และส่งเสริมเกษตรคาร์บอนต่ำ รวมถึงการพัฒนาบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

รัฐมนตรีฯ ระบุว่า ตนจะนำคณะลงพื้นที่ด่านเวียดนามและจีน ติดตามการอำนวยความสะดวกด้านโลจิสติกส์ในช่วงฤดูกาลผลไม้ โดยเฉพาะเส้นทางขนส่งผ่านด่านสำคัญ ทั้งทางรถ ราง และเรือ เพื่อให้การระบายผลผลิตเป็นไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ พร้อมเน้นย้ำการเพิ่มสัดส่วนการแปรรูป เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มและลดความเสี่ยงจากผลผลิตล้นตลาด
ด้านนางสาวสุนันทา กังวาลกุลกิจ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ผลไม้เป็นสินค้าเกษตรส่งออกอันดับ 1 ของไทย โดยในปี 2568 ไทยส่งออกผลไม้สดและแปรรูปปริมาณกว่า 4.44 ล้านตัน มูลค่า 8,962 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 294,129 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 3.83 ตลาดสำคัญ ได้แก่ จีน สหรัฐอเมริกา และมาเลเซีย

โครงการจับคู่ธุรกิจครั้งนี้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 มีเป้าหมายรักษาตลาดเดิม บุกตลาดใหม่ และเพิ่มส่วนแบ่งตลาด โดยผู้นำเข้าที่เข้าร่วมมาจาก 18 ประเทศ อาทิ จีน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ไต้หวัน ญี่ปุ่น เวียดนาม ฮ่องกง อาร์เจนตินา โปแลนด์ มาเลเซีย ออสเตรเลีย อินเดีย สาธารณรัฐเช็ก อินโดนีเซีย เกาหลีใต้ สหรัฐอเมริกา สหราชอาณาจักร รัสเซีย และเดนมาร์ก
โดยภายในงานยังมีกิจกรรมคู่ขนานตลอดห่วงโซ่อุปทาน ได้แก่
1.กิจกรรม Agri-Export Stars Pitching Challenge
2.พิธีลงนามบันทึกตกลงซื้อขาย (MOP) ไทย–UAE
3.กิจกรรมให้คำปรึกษาด้านการส่งออก ร่วมกับหน่วยงานพันธมิตร 22 หน่วยงาน
4.การนำเสนอสินค้าเด่นจากทุกภูมิภาค ร่วมกับพาณิชย์จังหวัด
5.กิจกรรมสาธิตปรุงอาหารและเครื่องดื่มจากผลไม้ไทย

นางศุภจี กล่าวเพิ่มเติมว่า ความสำเร็จของผลไม้ไทยในตลาดโลกขึ้นอยู่กับความร่วมมือของทุกฝ่าย ตั้งแต่เกษตรกร ผู้แปรรูป ผู้ส่งออก ไปจนถึงหน่วยงานภาครัฐ
“ขอให้ทุกท่านรักษาคุณภาพ ให้ผลไม้ไทยคงความพรีเมียม หากเราร่วมมือกันอย่างจริงจัง เชื่อมั่นว่าผลไม้ไทยจะสามารถแข่งขันในเวทีโลกได้อย่างยั่งยืน”
ทั้งนี้ ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ โทร. 1169 หรือ www.ditp.go.th และติดตามโอกาสทางการค้าระหว่างประเทศผ่านแพลตฟอร์ม THAITRADE.COM คิดจะส่งออก นึกถึง DITP.






