ส่งไม้ต่อ ‘อนุทิน 2’

(‘รัฐบาลใหม่’ สร้าง ‘เสถียรภาพในสภา’ ได้แล้ว เหลือแค่บททดสอบ ‘เสถียรภาพเศรษฐกิจ’ ที่ต้องพิสูจน์อีกครั้ง!’)
ผลงาน “รัฐบาล 3 ด. – อนุทิน 1” ดัน GDP ไตรมาสท้ายปี 2568 โต 2.5% ฉุดทั้งปีแตะ 2.4% จนกลายเป็นทุนทางการเมืองของรัฐบาลชุดใหม่ “อนุทิน 2” 300 เสียง แม้ “โฆษกรัฐบาล” จะย้ำชัด! จากนี้…จะไม่ขึ้น VAT 7% พร้อมเดินหน้าสานต่อโครงการเก่า/ใหม่ และนี่คือ “เดิมพัน” ต่อจาก Quick Big Win สู่บทพิสูจน์โครงสร้างเศรษฐกิจระยะยาว
ผลงานที่…รัฐบาลอายุ 3 เดือน “อนุทิน 1” ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ “ทีมเศรษฐกิจ” ที่ได้ “ตัวเก่ง” อย่าง… ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกฯและรมว.คลัง และ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์ รวมถึง “ทีมการต่างประเทศ” ที่มีหัวหน้าทีมชื่อ…นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ ได้ร่วมกันสร้างชื่อเอาไว้…???
กระทั่ง ตัวเลขจีดีพีในช่วงไตรมาสสุดท้ายของปี 2568 ที่ สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สภาพัฒน์ แถลงเอาไว้เมื่อสัปดาห์ก่อน (16 กพ.2569) ออกมาดีเกินคาดที่ระดับ ขยายตัว 2.5% ทำให้ค่าเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ 2.4%
แม้ตัวเลขนี้…จะยังไม่ใช่อัตราที่เรียกว่า “เร่งเครื่องเต็มกำลัง” แต่ก็เพียงพอจะยืนยันว่า…เศรษฐกิจไทยไม่ได้ถดถอย และสำคัญกว่านั้นคือ…
มันได้กลายเป็น “ฐานทางจิตวิทยา” ที่เสมือนการ “ส่งไม้ต่อ” จาก…รัฐบาลชุดแรก สู่…“รัฐบาลอนุทิน 2” อย่างมีน้ำหนักความน่าเชื่อถือที่สูงทีเดียว!!!
ในเชิงการเมือง…ตัวเลขจีดีพีขยายตัว 2.4% ไม่ได้เป็นเพียง…ข้อมูลเศรษฐกิจ หากแต่เป็น “หลักฐานเบื้องต้น” ที่พอจะยืนยันได้ว่า…นโยบาย Quick Big Win ของ “รัฐบาลอนุทิน 1” ได้เริ่มเห็นผลจริง
และน่าจะทำให้…รัฐบาลใหม่ ที่มีเสียงสนับสนุนมากถึง 300 เสียง ไม่ต้องเริ่มต้นการทำงานจาก “ศูนย์” แต่เป็นการเริ่มต้นจากฐานความคาดหวังที่สูงยิ่งขึ้น!!??
ก่อนหน้านี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวย้ำใน ที่ประชุมทีมเศรษฐกิจ ว่า “เสถียรภาพทางการเมืองที่ประชาชนมอบให้ผ่านเสียงในสภา ต้องถูกแปลงเป็นเสถียรภาพทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้”
พร้อมกับยืนยันว่า…เป้าหมายระยะสั้น คือ เร่งฟื้นกำลังซื้อ การลงทุน และความเชื่อมั่น ไม่ใช่การเพิ่มภาระภาษีให้ประชาชน
ประเด็นร้อนที่ถูกหยิบยกขึ้นมา ก็คือ ข้อเสนอจาก คณะกรรมาธิการ (กมธ.) เศรษฐกิจ การเงิน และการคลัง วุฒิสภา ให้ทยอยปรับภาษีมูลค่าเพิ่ม (VAT) จาก 7% เป็น 10% เพื่อเสริมฐานรายได้รัฐ ท่ามกลางแรงกดดันด้านวินัยการคลัง
อย่างไรก็ตาม นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกรัฐบาล ได้ออกมายืนยัน “ปิดประตู” ชัดเจนว่า…“ในช่วง 2–3 ปีนี้ ไม่มีแนวคิดขึ้น VAT 7% อย่างแน่นอน”
การยืนยันดังกล่าว ไม่ใช่เพียง…การสื่อสารเชิงเทคนิค แต่เป็น…การส่งสัญญาณทางการเมือง ถึงชนชั้นกลาง ผู้ประกอบการ และตลาดทุน ที่ว่า…
รัฐบาลเลือกเส้นทางกระตุ้น มากกว่ารัดเข็มขัดในระยะสั้น!!!
เช่นกัน ดร.เอกนิติ เคยให้ความเห็นประกอบว่า…ตัวเลข 2.4% เป็นสัญญาณ ว่า “มาตรการกระตุ้นในช่วงที่ผ่านมาเริ่มสร้างแรงส่ง แต่ยังต้องเร่งขับเคลื่อนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน การเพิ่มประสิทธิภาพภาครัฐ และการดึงเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศ โดยเฉพาะในจังหวะที่ไทยจะเป็นเจ้าภาพการประชุมใหญ่ของโลกในปี 2569 ซึ่งถือเป็นโอกาสยกระดับภาพลักษณ์ประเทศในเวทีสากล”
นอกจากนี้ โฆษกรัฐบาล ยังระบุอีกว่า เสถียรภาพเสียงข้างมากกว่า 300 เสียงในสภาฯ ทำให้รัฐบาลสามารถเดินหน้านโยบายระยะกลางและระยะยาวได้อย่างไม่สะดุด พร้อมย้ำว่า การเร่งโครงการขนาดใหญ่ เช่น ระบบรางและโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์ จะเป็นเครื่องยนต์สำคัญในการผลักดันอัตราการเติบโตให้แตะระดับ 3% ในปีถัดไป
อย่างไรก็ตาม ในมิติการเมืองเชิงลึก! เสถียรภาพในสภาฯ ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย หากเศรษฐกิจไม่เร่งตัวตามที่สังคมไทยแอบคาดหวัง ตัวเลข 2.4% อาจกลายเป็นเพียง “จุดพักชั่วคราว” ไม่ใช่ “จุดเปลี่ยนเชิงโครงสร้าง”
ดังนั้น “รัฐบาลอนุทิน 2” จึงอยู่ในสถานะที่ต้องบริหาร “หน้าต่างโอกาส” อย่างระมัดระวัง โดยในช่วง 6–9 เดือนข้างหน้า…จะถือเป็นช่วงพิสูจน์ ว่า…
การต่อยอดจาก Quick Big Win จะกลายเป็น Big Structural Win ได้จริงหรือไม่? แค่ไหน? และอย่างไร?
การไม่ขึ้น VAT 7% ในระยะนี้ อาจช่วยประคองกำลังซื้อ และลดแรงต้านทางการเมือง แต่นั่น ก็หมายความด้วยว่า…รัฐบาลชุดใหม่ ภายใต้การนำของ นายอนุทิน เอง ก็จะต้องเร่งสร้างรายได้ ผ่านการขยายฐานเศรษฐกิจ แทนข้อเสนอการขึ้นภาษีมูลค่าเพิ่ม
หากการลงทุนโครงการใหญ่ล่าช้า หรือการเบิกจ่ายสะดุด! ความเชื่อมั่นที่ได้มาจากตัวเลขปลายปี 2568 ก็อาจจะค่อยๆ ลดทอนลง
ในท้ายที่สุด! “รัฐบาลอนุทิน 2” ที่ได้รับเสถียรภาพในสภาฯ แล้วจากเสียงสนับสนุนที่ชัดเจน ระดับ 300 เสียง ดังนั้น คำถามตัวโตๆ ที่เหลืออยู่! จึงไม่ใช่ว่า…รัฐบาลชุดใหม่จะอยู่รอดทางการเมืองหรือไม่???
หากแต่เป็น…รัฐบาลชุดนี้ จะสามารถ “แปลง” เสถียรภาพทางการเมือง ให้เป็น…เสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ได้อย่างยั่งยืนหรือไม่? แค่ไหน? และกี่โมง?
หากทำได้??? ตัวเลขจีดีพี 2.5% เมื่อช่วงปลายปีก่อน ก็จะถูกจดจำว่าเป็น “จุดเริ่มต้น” ของรอบการเติบโตครั้งใหม่!!??
ตรงกันข้าม! ถ้าทำไม่ได้ หรือได้น้อยมาก มันก็อาจจะถูก “ตีความใหม่” ว่าเป็นเพียง “ช่วงฟื้นตัวระยะสั้น” หรือความฟลุ๊ก! ที่มิอาจ “ยกระดับประเทศ” ได้ในระยะยาว???…
นาทีนี้ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เชื่อว่า…เสียง 300 สส.ในสภาฯ ที่ได้มอบความมั่นคงในทางการเมืองให้กับ “รัฐบาลอนุทิน 2” ไปแล้ว ที่เหลือก็คือ…ผลงานด้านเศรษฐกิจ ที่รัฐบาลภายใต้การนำของ “นายกฯอนุทิน” จะต้องให้คำตอบกับคนไทย 70 ล้านคน!!!
ที่สุด! จะพาเศรษฐกิจไทยไปได้แค่สักแค่ไหน? เพียงใด?
โอกาสมาถึงแล้ว…ก็ใช้มันให้เต็มที่ บนความชอบธรรม…ที่สง่างามแล้วกัน!!??.






