บททดสอบ…ระบบเลือกตั้ง!!!

(ซ้ำซาก! ร้องเรียน ‘เงิน – อำนาจรัฐ’ โค้งสุดท้ายเลือกตั้ง? บททดสอบ…ความสุจริต! ระบบการเมืองไทย)

เผย! ข้อร้องเรียนซ้ำซาก ห้วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง กับพฤติการณ์ “ใช้เงิน – อำนาจรัฐ” แทรกแซงกระบวนการเลือกตั้ง! เสียงจากทั้งฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน นักวิชาการ และองค์กรอิสระ สะท้อนตรงกัน! บทพิสูจน์ครั้งนี้ ไม่ได้อยู่ที่ใครชนะ? แต่คือ000ความเชื่อมั่นของประชาชน ต่อกติกาประชาธิปไตยของไทย

ในทุกการเลือกตั้งของไทย ช่วงเวลาที่ถูกจับตามองมากที่สุด! ไม่ใช่วันหย่อนบัตร หากแต่เป็น “โค้งสุดท้าย” ก่อนถึงวันตัดสินหย่อนบัตรลงคะแนนจริง

ช่วงเวลานี้เอง…ที่การแข่งขันทางการเมืองเข้มข้นที่สุด! และมักมาพร้อมข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการ “ใช้เงินซื้อเสียง!!!”

การใช้ “อำนาจรัฐ” หรือ การนำ “กลไกของรัฐ” เข้าไปมีบทบาททางการเมือง ล้วนเป็น “ปัจจัยลบ” ที่คอยบั่นทอนความเชื่อมั่นของคนไทย…ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ต่อ “ระบบการเลือกตั้ง” มาอย่างยาวนานและต่อเนื่อง

การเลือกตั้งในปี 2569 นี้…ก็ไม่ต่างกัน? เมื่อมีรายงานและข้อร้องเรียนจากหลายพื้นที่ สะท้อนความกังวลใจว่า…การแข่งขันอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงนโยบาย หรือความนิยมของประชาชน เท่านั้น

หากแต่มี “ปัจจัยอื่น” ที่อยู่นอกเหนือกติกาเข้ามาเกี่ยวข้อง!!??

ปรากฏการณ์เช่นนี้ ไม่เพียงกระทบต่อ “ภาพลักษณ์” ของผู้สมัคร หรือพรรคการเมืองใดพรรคการเมืองหนึ่ง แต่ยังกระทบต่อ “ความชอบธรรม” ของกระบวนการเลือกตั้งทั้งระบบ!!!

ในมุมมองของ นักการเมืองฝ่ายค้าน อย่าง… นายภูมิธรรม เวชยชัย ผู้สมัคร ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย มองว่า…

“หากในช่วงโค้งสุดท้าย มีการใช้เงินหรือกลไกอำนาจรัฐเข้ามาแทรกแซง ไม่ว่าจะในรูปแบบใด? ย่อมส่งผลต่อความเชื่อมั่นของประชาชน และบ่อนทำลายหลักการเลือกตั้งที่สุจริต เที่ยงธรรม และเสมอภาค ซึ่งถือเป็นหัวใจของระบอบประชาธิปไตย!”

อย่างไรก็ตาม ข้อกังวลดังกล่าวไม่ได้ถูกมองว่า…เป็นประเด็นของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง หากแต่เป็น “คำเตือน” ต่อทั้งระบบการเมืองที่ต้องเผชิญกับแรงกดดันในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

ขณะเดียวกัน ฝั่งพรรคร่วมรัฐบาล เอง ก็ได้ออกมาย้ำถึงหลักการข้างต้นในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า พรรคภูมิใจไทย ที่เคยให้ความเห็นในหลายโอกาสว่า…

“การเลือกตั้งต้องดำเนินไปภายใต้กติกาที่โปร่งใสและเป็นธรรม เจ้าหน้าที่ของรัฐทุกระดับจำเป็นต้องวางตัวเป็นกลาง และไม่ควรถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ไม่ว่าจะเพื่อประโยชน์ของพรรคใดก็ตาม”

ท่าทีเช่นนี้ สะท้อนว่า…ในเชิงหลักการแล้ว ทุกฝ่ายต่างตระหนักถึง “เส้นแบ่ง” ระหว่าง “อำนาจรัฐ” กับ “การแข่งขันทางการเมือง” ที่ไม่ควรถูกละเมิด

นักวิชาการด้านการเมือง เอง ก็มองเรื่องนี้ในทำนอง…ปัญหาในช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง เป็นปรากฏการณ์ที่เกิดซ้ำมาอย่างยาวนาน

ทั้งนี้ รศ.ดร.สติธร ธนานิธิโชติ ให้ความเห็นว่า…การใช้อำนาจหรือทรัพยากรที่อยู่นอกกติกา อาจสร้างผลได้เปรียบทางการเมืองในระยะสั้น แต่จะ “ทิ้งต้นทุนระยะยาว” ให้กับระบบการเมืองไทย เพราะเมื่อประชาชนตั้งคำถามต่อความสุจริตของการเลือกตั้ง ความชอบธรรมของรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง ก็ย่อมถูกตั้งคำถามไปพร้อมกัน

ถือเป็น “ความเสี่ยง?” ที่ไม่ควรมีฝ่ายใดต้องมองข้าม!!!

ในเชิงกระบวนการตรวจสอบ บทบาทสำคัญตกอยู่กับ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในฐานะ องค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ ที่มีหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนและวินิจฉัยข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการเลือกตั้ง

นายอิทธิพร บุญประคอง ประธาน กกต. เคยย้ำว่า…การตรวจสอบจะต้องดำเนินไปอย่างเป็นกลางและเป็นธรรม หากพบการกระทำที่เข้าข่ายฝ่าฝืนกฎหมายเลือกตั้ง จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนโดยไม่เลือกปฏิบัติ เพื่อรักษาความสุจริตและความน่าเชื่อถือของผลการเลือกตั้ง

ถึงบรรทัดนี้ เมื่อพิจารณาในภาพรวม “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ขอฟันธงว่า…ทุกเสียง! ทั้งจากฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายค้าน นักวิชาการ และองค์กรอิสระ ล้วนสะท้อนหลักการเดียวกัน! นั่นคือ…

การเลือกตั้ง…ต้องเป็นพื้นที่แข่งขันที่ยึดโยงกับกติกา และปล่อยให้การตัดสินใจเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง!!!

ความท้าทายสำคัญ จึงไม่ได้เป็นแค่เพียง…การป้องกันพฤติการณ์ทุจริตในเชิงเทคนิค แต่คือ…การรักษา “ความศรัทธา” ของคนไทย…ต่อระบบการเมืองในระยะยาว!!??

บททดสอบของการเลือกตั้งครั้งนี้ อาจไม่ได้อยู่ที่ว่า…พรรคใดจะได้จำนวนที่นั่งมากที่สุด? แต่อยู่ที่ว่า…ระบบการเลือกตั้งยังสามารถยืนหยัดอยู่บนความสุจริต โปร่งใส และเป็นธรรมได้หรือไม่?

นั่นเพราะ…“ชัยชนะ” ที่แท้จริงของประชาธิปไตย! ไม่ได้วัดจาก “อำนาจรัฐ” หรือ “เงิน” ที่ถูกใช้ไปในสนามเลือกตั้ง

หากแต่วัดจากความเชื่อมั่นของคนไทย…ผู้มีสิทธิเลือกตั้งกว่า 53 ล้านคน ว่า…เสียงของตนเองจะยังมีความหมาย และเป็น “ผู้กำหนด” อนาคตของประเทศอย่างแท้จริง!!! นั่นเอง.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password