Disneyland ไทยแลนด์

(Hub ของชาวอาเซียน 700 ล้านคน – เดิมพันการเติบโตระยะยาวของเศรษฐกิจไทย)

“Disneyland ไทยแลนด์” ไม่ใช่ฝันเกินจริง! แนวคิดที่เป็นมากกว่า “สวนสนุกระดับโลก” เพราะนี่คือ “หมากยุทธศาสตร์” สำคัญต่อการ “ยกระดับ” ประเทศไทยสู่ “ศูนย์กลาง” เอนเตอร์เทนเมนต์ คอมเพล็กซ์ ที่ไร้กาสิโน ของชาวอาเซียนกว่า 700 ล้านคน ท่ามกลางการแข่งขันกับสิงคโปร์ที่ได้เปรียบด้านรายจ่ายต่อหัว แต่คำถามสำคัญ ไม่ใช่ใครพร้อมกว่า แต่คือ Disney จะเลือกกำไรระยะสั้น หรือการเติบโตระยะยาวในภูมิภาคนี้

กับกระแสข่าว…การผลักดันให้ประเทศไทย เป็นที่ตั้งของ “ดิสนีย์แลนด์” ในพื้นที่เขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) นั้น หากไม่มองใน “มิติการเมือง” ช่วงที่หลายพรรคการเมืองกำลัง “พันตู” อยู่กับการหาเสียงเลือกตั้ง แล้วล่ะก็…

สังคมไทย จะเห็นภาพได้ชัดเจน ว่า…นี่คือความพยายาม “ขยับระดับเกม” ของประเทศ จากการพึ่งพาการท่องเที่ยวเชิงทรัพยากรธรรมชาติ ไปสู่การสร้าง Man-Made Destination ที่มีศักยภาพดึงดูดดีมานด์ระดับภูมิภาคในระยะยาว

เพราะในโลกของธุรกิจ! สวนสนุกระดับโลก Disneyland ไม่ได้ถูกออกแบบมาเพื่อขายบัตรผ่านประตูเพียงอย่างเดียว หากแต่ทำหน้าที่เป็น “แม่เหล็กเศรษฐกิจ” ที่จัดระเบียบการเดินทาง, การลงทุน และการใช้จ่ายรอบพื้นที่เป็นเวลาหลายทศวรรษ

ในมุมของ The Walt Disney Company การตัดสินใจตั้ง Disneyland แห่งใหม่ ไม่ใช่คำถามว่า…ใครเสียงดังหรือใครได้คะแนนนิยมทางการเมือง?

แต่มันคือ การประเมินเชิงโครงสร้าง ว่า…ประเทศใด? สามารถเป็น “ศูนย์กลางดีมานด์” ได้จริง! และ “ลดความเสี่ยง” ทางธุรกิจได้มากที่สุด!

เอเชีย! ที่ผ่านมาเป็นตัวอย่างชัดเจน ว่า…Disney เลือกประเทศที่ตอบโจทย์ “ตลาดในอนาคต” มากกว่าตลาดเฉพาะประเทศ ไม่ว่าจะเป็น…ญี่ปุ่น จีน หรือฮ่องกง

โดยใช้ทั้ง “โมเดลลงทุนตรง” และ “โมเดล Licensing” ที่ให้ทุนท้องถิ่นรับความเสี่ยง ขณะที่ Disney ควบคุมแบรนด์และรับค่าลิขสิทธิ์

เมื่อมองมายังอาเซียน เกมนี้…จึงใหญ่กว่าประเทศใดประเทศหนึ่ง เพราะภูมิภาคนี้ มีประชากรรวมกว่า 700 ล้านคน และมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้ามากว่า 100 ล้านคนต่อปี

หาก Disney มอง…อาเซียนเป็น “ตลาดเดียว!” ประเทศที่จะเป็น “ที่ตั้ง” ของ Disneyland ได้ จะต้องทำหน้าที่เป็น Regional Hub ได้จริง!!!

ไม่ใช่เพียงแค่การเป็น “ปลายทางท่องเที่ยว” ของคนในประเทศตัวเอง???

ในมิตินี้ ประเทศไทย…มีตำแหน่งทางภูมิศาสตร์และโครงสร้างการท่องเที่ยวที่เชื่อมโยงประเทศเพื่อนบ้านได้เหนือกว่าใคร?

ทั้งในแง่…ต้นทุนการเดินทาง, ความหลากหลายของตลาด และความสามารถในการรองรับนักท่องเที่ยวจำนวนมากต่อเนื่องตลอดทั้งปี

แน่นอนว่า…หากเทียบกันแบบ “ตัวต่อตัว” แล้ว? สิงคโปร์ได้เปรียบไทยอย่างชัดเจน! ในด้าน…รายจ่ายต่อหัว, ความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน และความเสี่ยงที่ต่ำกว่าในสายตานักลงทุน

มองในมิตินี้ ถือว่า…สิงคโปร์เหมาะกับกลยุทธ์ “กำไรเร็ว คาดการณ์ได้”

แต่ “ข้อจำกัด” สำคัญ คือ…ขนาดพื้นที่และศักยภาพการขยายตัวในระยะยาว???

Disneyland ไม่ใช่โครงการที่หยุดอยู่แค่สวนสนุก หากต้องการพื้นที่ขนาดใหญ่ระดับ 900–3,000 ไร่ เพื่อรองรับธรกิจต่อเนื่อง โดยเฉพาะ…โรงแรม, รีสอร์ต และโซนประสบการณ์ใหม่ในอนาคต ซึ่งเป็นสิ่งที่สิงคโปร์แทบไม่มีพื้นที่เหลือให้พัฒนาได้เต็มรูปแบบ

ตรงกันข้าม! ไทยมี “แต้มต่อ” เชิงโครงสร้างที่สำคัญ! ทั้งขนาดพื้นที่, ต้นทุนที่ดิน, ค่าแรง และความสามารถในการขยายโครงการในระยะยาว

โดยเฉพาะใน พื้นที่ EEC ที่รัฐบาลพยายามออกแบบแนวคิด Magnet Projects เพื่อสร้าง Entertainment Complex แบบไม่ต้องพึ่งกาสิโน

แต่ใช้ “Global Attraction” เป็นตัวตั้ง!!!

ไม่ว่าจะเป็น…สวนสนุกระดับโลก, ศูนย์กีฬาอีเวนต์ หรือ “เมืองใหม่” ที่เชื่อมโยงการท่องเที่ยวกับเศรษฐกิจบริการ

นี่คือ…ความพยายามสร้างผลทางเศรษฐกิจแบบเดียวกับ Integrated Resort แต่ลดแรงต้านทางสังคมด้าน “บ่อนพนัน”  และยังสอดรับกับภาพลักษณ์ของประเทศในระยะยาว

อีกหนึ่งจุด “ชี้ขาด!” คือ…โมเดลการลงทุน!!!

จาก ประสบการณ์ของ Tokyo Disneyland แสดงให้เห็นว่า…พวกเขาไม่จำเป็นต้องลงทุนเอง หากมี “พันธมิตรท้องถิ่น” ที่แข็งแรง! คอยทำหน้าที่เป็น Licensing Partner รับความเสี่ยง! และขับเคลื่อนโครงการได้จริง

ประเทศไทย…มีทุนขนาดใหญ่ในภาคอสังหาริมทรัพย์, ท่องเที่ยว และโครงสร้างพื้นฐาน ที่สามารถจะ “เล่น” บทบาทนี้ได้ หากรัฐออกแบบกรอบ PPP สิทธิประโยชน์ และการอำนวยความสะดวกด้านโครงสร้างพื้นฐานให้ชัดเจนเพียงพอ

ท้ายที่สุด! เกมของ Disneyland ไม่ใช่เกมการเมือง!!??

แต่เป็นเกมของ…โครงสร้างพื้นฐาน ดีมานด์ และการบริหารความเสี่ยง!

สิงคโปร์…อาจเหมาะกับการสร้างผลตอบแทนระยะสั้น! แต่ประเทศไทยมีศักยภาพที่จะเป็น “ศูนย์กลาง” เอนเตอร์เทนเมนต์ของอาเซียน…ในระยะยาว!!!

คำถามสำคัญ…จึงไม่ใช่ใครพร้อมกว่าในวันนี้? หากแต่มันคือ… Disney ต้องการ “กำไรเร็ว” หรือ “การยึดพื้นที่ยุทธศาสตร์ของอาเซียนในอีกหลายสิบปีข้างหน้า”

และ หากคำตอบ! คือ…อย่างหลัง “Disneyland ไทยแลนด์” ย่อมไม่ใช่…ความฝันเชิงนโยบาย??? แต่มันคือ…ทางเลือกเชิงยุทธศาสตร์! ที่มีเหตุผลที่สุดในภูมิภาคนี้เลยทีเดียว!!!.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password