Anchor State

(เลือกไทย! เงินสหรัฐฯไม่มาก แต่อำนาจแฝงไม่น้อย? กับ ‘เกมความมั่นคง!’ แห่งภูมิภาค???”

สหรัฐฯ สนับสนุนเงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์ ให้ “กองทัพไทย” ปมนี้ ถูกปั่น! ให้กลายเป็นภาพไทยถูกดึงเข้าสู่สงคราม ทั้งที่ความจริง สิ่งนี้คือการ “ลงทุนเชิงตำแหน่ง” ต่อไทย ในฐานะ Anchor State แม้เงินก้อนนี้ ไม่อาจส่งผลต่อเศรษฐกิจไทย แต่ได้กำหนด “ทิศทางอำนาจ” บางมิติ? ที่มาพร้อมกับบทบาทของรัฐไทยที่ต้องคุมเกม! ให้เท่าทัน!!??

กระแสข่าวดัง! ว่าด้วย…การสนับสนุนงบประมาณด้านความมั่นคง จาก…สหรัฐอเมริกาต่อกองทัพไทย ถูกนำไปขยายความอย่างเกินจริงในหลายช่องทาง ตั้งแต่การอ้างว่า…

ไทยกำลังถูกดึงเข้าสู่ความขัดแย้งชายแดน ไปจนถึงการกล่าวหาว่าสหรัฐฯ กำลังใช้อิทธิพลทางทหาร “ครอบงำ” ไทยผ่านเงินช่วยเหลือ

ทว่า หาก “ถอดอารมณ์” ออกจากข่าว และพิจารณาเชิงยุทธศาสตร์ จะพบว่า…นี่ไม่ใช่เรื่องสงคราม และไม่ใช่เรื่องการซื้ออธิปไตย???

หากแต่เป็น…การวางบทบาทของไทย ใน “สมการ” ภูมิรัฐศาสตร์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะ “ประเทศหลัก” ที่…มหาอำนาจ เลือกใช้เป็น “จุดยึด!” เสถียรภาพของทั้งระบบ หรือที่เรียกว่า Anchor State

ในเชิงเศรษฐกิจ! เงินกว่า 100 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 3 พันล้านบาท แทบไม่มี “นัยสำคัญ” เมื่อเทียบกับขนาดเศรษฐกิจไทย นั่นเพราะ…เงินก้อนนี้ ไม่สามารถกระตุ้น GDP ของไทย, ไม่สามารถจะเปลี่ยนโครงสร้างรายได้ประเทศ และไม่อาจสร้างผลสะเทือนเชิงมหภาคใด ๆ ได้เลย

หากมองด้วย “ตรรกะทางเศรษฐศาสตร์” ไทยแทบ “ไม่รู้สึก” กับเงินจำนวนนี้ด้วยซ้ำ!!!

แต่ในเชิงอำนาจ…เงินก้อนเดียวกันนี้ กลับมีความแม่นยำสูง? เพราะมันถูกออกแบบมาเพื่อเจาะ “คอขวดอำนาจรัฐ” โดยตรง!

ไม่ว่าจะเป็น…มิติความมั่นคง, เทคโนโลยีทหาร, มาตรฐานปฏิบัติการ และการเชื่อมระบบการทำงานกับพันธมิตร

เงินลักษณะนี้ จึงไม่ใช่…เงินที่เปลี่ยนขนาดของประเทศ แต่เป็นเงินที่ “เปลี่ยนทิศ” ของการคิด, การวางแผน และการตัดสินใจในบางเรื่องที่สำคัญที่สุด! ของรัฐชาติ

อิทธิพลของสหรัฐฯ ต่อไทย! จึงไม่ได้เกิดจากการ “สั่งการหรือการบังคับ!” หากเกิดจากการ “กำหนดกรอบ” ความร่วมมือ เมื่อไทยรับเทคโนโลยี, มาตรฐาน และแนวคิดด้านความมั่นคง ที่สอดคล้องกับ…พันธมิตรตะวันตก ไปแล้ว…

การตัดสินใจใดๆ ที่จะมีตามมา อาจเคลื่อนไปในทิศทางเดียวกับแนวคิดและแนวทางของสปอนเซอร์ ไปโดยอัตโนมัติ

ไม่จำเป็นต้องมีคำสั่งจากภายนอก!!!

นี่คือ “อิทธิพลเชิงโครงสร้าง…ไม่ใช่อิทธิพลเชิงคำสั่ง” และเป็นเหตุผลว่า…ทำไมเงินที่ดู “น้อย” ในเชิงเศรษฐกิจ จึงยัง “มีน้ำหนัก” ในเชิงอำนาจได้จริง???

ขณะเดียวกัน การเชื่อมระบบด้านความมั่นคง หรือที่เรียกว่า interoperability ยังสร้างผลผูกพันเชิงต้นทุนในระยะยาว

ไทยไม่ได้ “ถูกห้าม” ไม่ให้เลือกทางอื่น แต่การ “เปลี่ยนมาตรฐาน” ในอนาคต…จะมีต้นทุนสูงขึ้น! ทั้งในแง่…เทคนิค, บุคลากร และเวลา

ส่งผลให้ “การไม่ร่วมมือ” มีต้นทุนมากกว่าการร่วมมือ

กลไกนี้…ทำงานผ่านการออกแบบมาเป็นอย่างดี โดยไม่ใช่การข่มขู่! และเป็นรูปแบบอิทธิพลที่ประเทศขนาดกลาง อย่างไทย…สามารถจะต่อรองได้ หากรู้เท่าทันและคุมจังหวะเป็น!!!

ในประเด็นนี้ รัฐบาลไทย แสดงท่าทีชัดเจน ว่า…ความร่วมมือดังกล่าว ไม่ใช่…การยอมจำนน! แต่เป็นการใช้พันธมิตร เพื่อเสริมอำนาจต่อรอง

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ระบุว่า…ไทยมีสิทธิและหน้าที่ในการปกป้องอธิปไตยของตนเอง การสนับสนุนจากมิตรประเทศเป็นไปเพื่อเสริมขีดความสามารถด้านความมั่นคงและการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ

ไม่ใช่การเตรียมพร้อมสำหรับสงคราม!!!

พร้อมกับย้ำว่า…รัฐบาลยึดผลประโยชน์ชาติเป็น “ศูนย์กลาง” และจะไม่ยอมให้ใครนำสถานการณ์ไปบิดเบือนเพื่อสร้างความแตกแยก!!??

ในทำนองเดียวกัน พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ให้ข้อมูลสอดคล้องกันว่า…การพัฒนาขีดความสามารถของกองทัพ เป็นไปเพื่อ…การป้องกันประเทศ, การดูแลชายแดน และการคุ้มครองประชาชน

โดยเฉพาะ “ภัยรูปแบบใหม่” อย่าง…อาชญากรรมไซเบอร์ และขบวนการข้ามชาติ

การรับเงินสนับสนุนจากชาติมหาอำนาจ…ไม่ใช่การ “ยกระดับ” เพื่อ…เปิดฉากความขัดแย้งใดๆ

ก่อนจะย้ำว่า…การปฏิบัติของกองทัพ อยู่ภายใต้กรอบกฎหมายและหลักมนุษยธรรม!!!

เมื่อพิจารณาทั้งหมด! จะเห็นชัดว่า…สหรัฐฯ ไม่ได้มีอิทธิพลเหนือไทย ในความหมายของ “การควบคุมหรือสั่งการ!”

สิ่งที่สหรัฐฯ มีคือ…อิทธิพลต่อกรอบการตัดสินใจบางเรื่อง? ผ่านความร่วมมือและการออกแบบระบบ

และ อิทธิพลนั้น มีขอบเขตชัดเจน! หากวันหนึ่ง…ไทยเลือกไม่เดินตามแนวทางดังกล่าว สิ่งที่สหรัฐฯ ทำได้…มีเพียงการลดแรงสนับสนุน

แต่ไม่ใช่การบังคับหรือคว่ำบาตร!!!

นั่นเพราะ…ไทยไม่ใช่รัฐลูกค้า แต่เป็น “รัฐหุ้นส่วน” ที่มีอำนาจการตัดสินใจเป็นของตนเอง

เหตุผลที่ไทยถูกเลือก…ให้มีบทบาทเช่นนี้ ไม่ใช่เพราะ…ไทยอ่อนแอ แต่เพราะ…ไทยแข็งแรงพอ, มีเสถียรภาพภายในพอจะพึ่งได้ และมีน้ำหนักในภูมิภาคมากพอที่จะค้ำเสถียรภาพ! โดยไม่กลายเป็น “ชนวนความขัดแย้ง!” เสียเอง

นี่คือ…ความหมายที่แท้จริง! ของ Anchor State และเป็นเหตุผลว่า…ทำไม? เงินไม่มาก จึงยังสร้างอิทธิพลได้ เพียงแต่มัน…ไม่ใช่อิทธิพลที่ล้ำเส้นอธิปไตยของไทยแต่อย่างใด???

ในเกมนี้…สิ่งสำคัญที่สุด! ไม่ใช่จำนวนเงิน แต่คือ…ความสามารถของไทย ในการคุมจังหวะ, คุมการสื่อสาร และไม่ปล่อยให้ “ข่าวปั่น” หรือ “อารมณ์” นำทางข้อเท็จจริง!

หากไทยสามารถจะคุมเกมนี้ได้ แน่นอนว่า…เรายจะได้ทั้ง “ความมั่นคงและอำนาจต่อรอง!”

แต่หากปล่อยให้การ “บิดเบือน” ครอบงำ! กระจายไปในวงกว้าง ก็ไม่แน่ว่า…ไทยอาจ “สูญเสีย” พื้นที่เชิงยุทธศาสตร์! โดยไม่จำเป็น

ทั้งที่ข้อเท็จจริง! สิ่งนี้หาได้นำพาประเทศไทย ไปถึงจุดนั้นแต่อย่างใด!!??.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password