(T+V) × 50Y = Frenemy

(50 ปี…สัมพันธ์ ‘ไทย–เวียดนาม’ : มิตรทางการทูต & คู่แข่งทางเศรษฐกิจ?)
ครึ่งศตวรรษแห่งความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม กำลังเดินเข้าสู่ยุคใหม่ของ “หุ้นส่วนยุทธศาสตร์รอบด้าน” แต่ยิ่ง 2 ชาติจับมือกันแน่นในทางการเมือง ก็ยิ่งแข่งขันกันเข้มข้น! ในสนามเศรษฐกิจ การลงทุน และการเป็น “ฐานการผลิตแห่งอาเซียน” จากอดีตคู่ขัดแย้งในภูมิภาค สู่ปัจจุบันที่ต่างฝ่ายต่างเป็นทั้ง “มิตร” และ “คู่แข่ง” ในเวลาเดียวกัน
แทรกกลางระหว่าง…หลายข่าวใหญ่ในทางการเมืองและเศรษฐกิจของบ้านเรา คงไม่พ้นข่าวที่ “ผู้นำสูงสุด” ของเวียดนาม...นายโต เลิม เลขาธิการใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ฯ และประธานาธิบดีฯ เดินทางมาเยือนประเทศไทยอย่างเป็นทางการ
“ไฮไลท์” เกิดขึ้นเมื่อวานนี้ (28 พ.ค.2569) จากภาพการพบกันระหว่าง…นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีไทย และ นายโต เลิม ระหว่าง…งานพิธีเฉลิมฉลองครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตของ 2 ประเทศ
ท่ามกลางแขกเหรื่อจำนวนมากของทั้ง 2 ประเทศ และพันธมิตรต่างชาติ…
แต่ทว่า ความสำคัญของเส้นเรื่องนี้…มีมากกว่านั้น??? เพราะมันได้…สะท้อนภาพ “ความสัมพันธ์รูปแบบใหม่” ในกลุ่มอาเซียน ที่ประเทศเพื่อนบ้าน…อาจไม่ได้เป็นเพียง “มิตร” หรือ “คู่แข่ง” อย่างใดอย่างหนึ่งอีกต่อไป
หากแต่เป็น “Frenemy” หรือมิตรที่แข่งขันกัน และคู่แข่งที่ต้องพึ่งพากัน!!??
สมการที่ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ตั้งไว้…(T+V) × 50Y = Frenemy จึงน่าจะ อธิบายความสัมพันธ์ “ไทย–เวียดนาม” ในปี 2569 ได้ชัดเจนที่สุด!!!
ตลอด 50 ปีที่ผ่านมา ไทยและเวียดนาม…พัฒนาความสัมพันธ์จากยุคสงครามเย็น สู่การเป็น “หุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ” ที่สำคัญที่สุดคู่หนึ่งของอาเซียน
ปัจจุบัน ไทยถือเป็น “คู่ค้ารายใหญ่ที่สุด” ของเวียดนามในภูมิภาคนี้ ขณะที่เวียดนาม ก็เป็นหนึ่งในตลาดและฐานการผลิตที่สำคัญของนักลงทุนไทย
อย่างไรก็ตาม ความสัมพันธ์ดังกล่าวไม่ได้มีเพียงด้านความร่วมมืออย่างเดียว นั่นเพราะ…ทั้ง 2 ประเทศกำลังแข่งขันกันอย่างหนัก! ในการดึงดูดการลงทุนจากต่างชาติ การพัฒนาอุตสาหกรรมเทคโนโลยี การส่งออกสินค้า และการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการผลิตของภูมิภาค
การเมืองคือฐานราก เศรษฐกิจคือเครื่องยนต์
บนเวที Thailand–Vietnam Business Forum 2026, นายโต เลิม กล่าวประโยคที่น่าสนใจว่า…“หากความสัมพันธ์ทางการเมืองคือรากฐานแห่งความไว้วางใจ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจจะต้องเป็นเครื่องยนต์ของการพัฒนา”
คำกล่าวดังกล่าว…สะท้อน “วิสัยทัศน์” ของเวียดนามที่ต้องการยกระดับความสัมพันธ์จากมิตรภาพเชิงสัญลักษณ์ ไปสู่…ผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจที่จับต้องได้
“ผู้นำเวียดนาม” ยังเสนอ แนวคิด “พื้นที่เศรษฐกิจเกื้อหนุนกัน” ระหว่าง 2 ประเทศ ผ่านยุทธศาสตร์ “Three Connects” หรือ การเชื่อมโยงด้านห่วงโซ่อุปทาน การพัฒนาในระดับพื้นที่ และการพัฒนาอย่างยั่งยืน
แนวคิดดังกล่าวมี เป้าหมายสำคัญ คือ…ทำให้ไทยและเวียดนามไม่เพียงค้าขายกัน แต่กลายเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่มูลค่าเดียวกันในระดับอาเซียน!!!
ยิ่งร่วมมือ ยิ่งแข่งขัน
ด้าน นายกฯอนุทิน ได้กล่าวบนเวทีเดียวกันว่า…“ไทยและเวียดนามมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดและพึ่งพาอาศัยกัน โดยทั้ง 2 ประเทศต่างได้รับประโยชน์จากการเติบโตของอีกฝ่าย”
คำพูดนี้ สะท้อนความจริงทางเศรษฐกิจในปัจจุบัน เพราะแม้ไทยและเวียดนามจะเป็นคู่ค้าสำคัญของกันและกัน แต่ในอีกด้านหนึ่ง ทั้งสองประเทศก็กำลังแย่งชิงโอกาสเดียวกันในตลาดโลก
ไม่ว่าจะเป็น…
การดึงดูดเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI)
อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และเซมิคอนดักเตอร์
อุตสาหกรรมยานยนต์
การท่องเที่ยว
ศูนย์กลางโลจิสติกส์ของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ทั้งนี้ เวียดนามมีข้อได้เปรียบด้านแรงงานและการขยายตัวของภาคการผลิต ขณะที่ ไทยเอง ก็มีความพร้อมด้านอุตสาหกรรม โครงสร้างพื้นฐาน และเครือข่ายธุรกิจระหว่างประเทศ
กล่าวอีกนัยหนึ่ง ทั้ง 2 ประเทศกำลังวิ่งอยู่ในสนามเดียวกัน!!??
จาก “สนามรบ” สู่ “สนามการค้า”
สิ่งที่น่าสนใจที่สุด! ของความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม นั่นคือ…การเปลี่ยนผ่านทางประวัติศาสตร์ จากยุคที่ทั้ง 2 ประเทศเคยอยู่คนละขั้วทางอุดมการณ์ในช่วงสงครามเย็น
สู่…ยุคที่ “ผู้นำ” ของทั้ง 2 ประเทศกำลังหารือร่วมกันในเรื่อง…AI ดิจิทัลอีโคโนมี พลังงานสีเขียว โลจิสติกส์ และห่วงโซ่อุปทานโลก
นี่ไม่ใช่เพียง…พัฒนาการทางการทูต! แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงเชิงยุทธศาสตร์ของภูมิภาคอาเซียนทั้งหมด???
เพราะใน…โลกที่ “มหาอำนาจ” แข่งขันกันอย่างเข้มข้น ประเทศขนาดกลางอย่างไทยและเวียดนาม ต่างตระหนักเป็นอย่างดีว่า…
การอยู่รอดไม่ได้เกิดจากการแข่งขันเพียงอย่างเดียว แต่ต้องอาศัยความร่วมมือด้วย!!!
Frenemy แห่งอาเซียน
ในเชิงกลยุทธ์ การพบกันของ…ผู้นำไทยและเวียดนาม ครั้งนี้ อาจมีความสำคัญมากกว่าการเฉลิมฉลองความสัมพันธ์ทางการทูตครบรอบ 50 ปี
นั่นเพราะ…สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น ไม่ใช่เพียงการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ แต่คือ…การกำหนดตำแหน่งแห่งที่ (Positioning) ใหม่ของไทยและเวียดนามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เวียดนามเติบโตอย่างรวดเร็วและกลายเป็นดาวเด่นทางเศรษฐกิจของอาเซียน ขณะที่ ไทยยังคงเป็นศูนย์กลางด้านอุตสาหกรรม โลจิสติกส์ การเงิน และการเชื่อมโยงทางธุรกิจของภูมิภาค
เมื่อ 2 ประเทศเลือก “ร่วมมือมากขึ้น” ผลที่เกิดขึ้น! อาจไม่ใช่การแข่งขันแบบผู้ชนะเพียงฝ่ายเดียว แต่เป็นการสร้างแกนเศรษฐกิจใหม่บนแผ่นดินใหญ่ของอาเซียน (Mainland ASEAN Economic Axis) ที่เชื่อมโยงจากอ่าวไทยสู่ทะเลจีนใต้
ผลเชิงบวกจะเกิดขึ้นกับ ประเทศในกลุ่ม CMLV (กัมพูชา เมียนมาร์ สปป.ลาว และเวียดนาม) ซึ่งจะได้ รับอานิสงส์ จาก…การค้า การลงทุน และโครงสร้างพื้นฐานที่เชื่อมโยงกันมากขึ้น แต่ในอีกด้านหนึ่ง ประเทศที่ไม่สามารถ “ยกระดับ” ขีดความสามารถทางเศรษฐกิจได้ทัน ก็อาจถูก “ทิ้งห่าง” จากกระแสการพัฒนาครั้งใหม่ของภูมิภาคนี้
สำหรับอาเซียน ความร่วมมือระหว่าง…ไทยและเวียดนาม จะช่วยเพิ่มอำนาจต่อรองของภูมิภาคท่ามกลางการแข่งขันของมหาอำนาจโลก ไม่ว่าจะเป็น…จีน สหรัฐฯ ญี่ปุ่น หรืออินเดีย
เพราะทั้ง 2 ประเทศ…ต่างเป็นกลไกสำคัญของห่วงโซ่อุปทานโลกในปัจจุบัน!!!
มองให้ไกลกว่า 50 ปี : สมการใหม่ของอาเซียน
อย่างไรก็ตาม ความท้าทายสำคัญยังคงอยู่ที่การแข่งขันภายในอาเซียนเอง ด้วยเหตุที่…ไทยและเวียดนาม ต่างก็ต้องการจะเป็น “ศูนย์กลาง” ของ…การลงทุน งโลจิสติกส์ และเทคโนโลยีแห่งอนาคต
ความร่วมมือข้างต้น จึงไม่ได้หมายความว่า…การแข่งขันจะลดลง? ตรงกันข้าม ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดยิ่งขึ้น อาจทำให้การแข่งขันเข้มข้นยิ่งกว่าเดิม!!??
นี่คือ…ความย้อนแย้งของภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจในศตวรรษที่ 21
ยิ่งเป็น “มิตร” ทางการเมืองมากเท่าใด? ก็ยิ่งต้อง “แข่งขัน” ทางเศรษฐกิจมากขึ้นเท่านั้น!!!
ดังนั้น ความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามในวันนี้ จึงไม่อาจนิยามได้ด้วยคำว่า “พันธมิตร” หรือ “คู่แข่ง” เพียงอย่างใดอย่างหนึ่ง
หากแต่เป็น…ความสัมพันธ์แบบ Frenemy อย่างแท้จริง!!??
“มิตร” ที่ต้องแข่งขันกัน และ “คู่แข่ง” ที่จำเป็นจะต้องร่วมมือกัน
สิ่งนี้…อาจกลายเป็น “รูปแบบ” ความสัมพันธ์ใหม่ของอาเซียนในอีกหลายทศวรรษข้างหน้า ก็เป็นไปได้!!!
สรุป! 50 ปีแห่งความสัมพันธ์ไทย–เวียดนาม จึงไม่ใช่เรื่องของมิตรภาพเพียงอย่างเดียว และก็ไม่ใช่เรื่องของการแข่งขันเพียงอย่างเดียวเช่นกัน
หากเป็น…ความสัมพันธ์แบบใหม่ ที่ทั้ง 2 ฝ่ายจำเป็นต้อง “จับมือกัน” ในฐานะ…หุ้นส่วนทางยุทธศาสตร์ ขณะเดียวกัน ก็ต้อง “แข่งขันกัน” เพื่อแสวงหา…ความได้เปรียบทางเศรษฐกิจ
นี่คือ…ความย้อนแย้งที่กำลังเกิดขึ้นทั่วโลก? และไทยกับเวียดนาม…ก็กำลังเป็น “ตัวอย่าง” ที่ชัดเจนที่สุด! ในกลุ่มอาเซียน
ดังนั้น สมการ (T+V) × 50Y = Frenemy เช่นที่ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” นำไปเป็น…ประเด็นนำ ในการพาดหัวบทความข่าวรอบนี้…
จึงอาจไม่ใช่เพียงแค่…คำเล่นเชิงสัญลักษณ์??? หากแต่มันเป็น…คำอธิบายความจริง! ของความสัมพันธ์ไทย–เวียดนามในศตวรรษที่ 21 นี้
เมื่อมิตรภาพทางการทูต และการแข่งขันทางเศรษฐกิจ กำลังเดินหน้าไปพร้อมกันบนเส้นทางเดียวกัน!!!.






