• อังคาร 1 กันยายน 2569 เวลา 02:28 น.

Thailand FastPass

BREAKING NEWS POLITICAL

(รัฐบาลยังพูด ‘ภาษานักลงทุน’ แต่นาทีนี้…คนไทยยังคงรอฟัง ‘ภาษาของชีวิต’)

คนไทยอาจไม่ตื่นเต้นเหมือนนักลงทุน กับเม็ดเงินลงทุนกว่า 2.23 แสนล้านบาท สิ่งที่สนใจ ไม่พ้น…จำนวนงานที่เกิดขึ้นจริง! รายได้ที่เพิ่มขึ้นจริง! อนาคตที่จับต้องได้จริง! จากแนวคิด Thailand FastPass ของ “รัฐบาลอนุทิน” ทำไง? คนไทยจะมีชีวิตที่เดินหน้าเร็วขึ้น! เร็วไปพร้อมกับการลงทุนของประเทศ

รัฐบาลภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย กำลัง “เดินเกม” เศรษฐกิจ 2 ด้านพร้อมกัน ด้านหนึ่ง…โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” หวังจะประคองกำลังซื้อและลดภาระค่าครองชีพในระยะสั้น

อีกด้าน…เร่งรัดการลงทุนผ่าน Thailand FastPass เพื่อสร้าง “แรงส่ง” ทางเศรษฐกิจในระยะยาว!!??

ในเชิงนโยบาย การเดินเดม 2 ด้าน ถือเป็น…แนวคิดที่น่าสนใจ เพราะรัฐบาลกำลังพยายามตอบโจทย์ทั้ง “วันนี้” และ “วันข้างหน้า” ไปพร้อมกัน

ประเด็นไม่ได้อยู่ที่…Thailand FastPass ดีหรือไม่ดี? แต่เป็น…“รัฐบาลอนุทิน” กำลังสื่อสารเรื่องนี้ ได้ถูกทางแค่ไหน???

อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาจากคำอธิบาย ของ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เมื่อช่วงสายของวันนี้ (29 พ.ค.2569) จะเห็นว่า…รัฐบาลมีภาพใหญ่ทางเศรษฐกิจที่ค่อนข้างชัดเจน!

โดยเธอชี้แจ้งว่า…โครงการ “ไทยช่วยไทยพลัส” จะช่วยประคองกำลังซื้อของประชาชนในระยะสั้น ขณะที่ มาตรการลงทุนผ่าน Thailand FastPass จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และเพิ่มขีดความสามารถทางเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

โฆษกรัฐบาล ยังย้ำด้วยว่า…รัฐบาลต้องเดินหน้าทั้ง 2 ด้านควบคู่กัน เพื่อให้เศรษฐกิจไทยมีแรงส่งต่อเนื่อง ประชาชนมีงานทำ มีกำลังซื้อ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

หาก “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” มองใน เชิงยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ ต้องยอมรับว่า…นี่เป็นแนวทางที่มีเหตุผลรองรับอย่างชัดเจน

เพราะ ปัญหาของประเทศไทยในวันนี้ ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่อง…ค่าครองชีพ หรือกำลังซื้อที่อ่อนแรง เท่านั้น

แต่ยังรวมถึง…การแข่งขันดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ การสร้างอุตสาหกรรมแห่งอนาคต และการเพิ่มศักยภาพทางเศรษฐกิจเพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงของโลกในอีกหลายปีข้างหน้า???

Thailand FastPass จึงไม่ใช่เพียงเครื่องมืออำนวยความสะดวกให้แก่นักลงทุน แต่เป็นความพยายามของรัฐบาลในการเร่งให้เม็ดเงินลงทุนเข้าสู่ระบบเศรษฐกิจเร็วขึ้น เกิดการจ้างงานเร็วขึ้น และสร้างโอกาสใหม่ให้กับประเทศ

แต่ในอีกด้านหนึ่ง ความท้าทายสำคัญ ก็อาจไม่ได้อยู่ที่ตัวนโยบาย ทว่ามันควรจะอยู่ที่…การสื่อสารนโยบาย ด้วย!!!

ตลอดหลายวันที่ผ่านมา สิ่งที่…ประชาชนคนไทย มักจะได้ยินเสียงของรัฐบาล นั่นก็คือ…

25 โครงการ, 223,216 ล้านบาท, BOI, FastPass, EEC, MRO ฯลฯ

ทั้งหมดล้วนเป็น “คำศัพท์” ที่…นักลงทุนเข้าใจ นักวิเคราะห์เศรษฐกิจเข้าใจ และตลาดทุนเข้าใจ

แต่สำหรับ…คนไทยส่วนใหญ่ที่เดินกันขวักไขว่อยู่ในตลาดสด คนขับรถรับจ้าง พนักงานบริษัท คนหาเช้ากินค่ำ หรือ “เด็กจบใหม่” ฯลฯ หลายคนยังไม่เข้าใจว่า…เรื่องเหล่านี้เกี่ยวข้องกับชีวิตของพวกเขาอย่างไร???

แม้ภาคธุรกิจจะมองเห็นโอกาสจากเม็ดเงินลงทุน แต่คนไทยส่วนใหญ่ ก็ยังจะรอคำอธิบายที่เชื่อมโยงกับภาพใหญ่ทางเศรษฐกิจ “เข้ากับ” ชีวิตประจำวันของตนเอง

รัฐบาลจึงอาจต้อง “เปลี่ยนวิธีเล่าเรื่อง!” จาก…“มีเม็ดเงินลงทุน 223,216 ล้านบาท” ไปเป็นประโยคที่คนไทยส่วนไทยส่วนใหญ่ อยากจะฟังนั่นคือ…

“จะเกิดการจ้างงานกี่ตำแหน่ง?”

“คนไทยจะมีรายได้เพิ่มขึ้นกี่ครัวเรือน?”

“เด็กจบใหม่จะมีโอกาสทำงานในอุตสาหกรรมใหม่มากขึ้นอย่างไร?”

“จังหวัดใดจะได้รับประโยชน์จากการลงทุนเหล่านี้?”

เพราะสุดท้ายแล้ว! คนไทย…ไม่ได้ลงคะแนนเสียงให้ตัวเลขการลงทุน แต่ลงคะแนนเสียงให้กับความคาดหวังในชีวิตจริงของตนเอง

บทเรียนทางการเมืองทั่วโลก ชี้ให้เห็นตรงกันว่า…นโยบายเศรษฐกิจจะได้รับการยอมรับอย่างแท้จริง ก็ต่อเมื่อประชาชนรู้สึกว่านโยบายนั้นกำลังเปลี่ยนชีวิตของพวกเขา!!??

แนวคิด Thailand FastPass อาจเป็นนโยบายที่ถูกต้องในทางเศรษฐกิจ แต่ในทางการเมือง อาจไม่ได้วัดกันที่ความถูกต้องเพียงอย่างเดียว หากแต่วัดกันที่…ความเข้าใจของประชาชน

“รัฐบาลอนุทิน” อาจยังต้องทำการบ้านอีกมาก??

เพราะคนไทย ไม่ได้รอฟังว่า…ประเทศจะมีเงินลงทุนเพิ่มขึ้นอีกกี่แสนล้านบาท หากแต่กำลังรอฟังว่า…

“ลูกหลานของพวกเขาจะมีงานทำเมื่อไร?”

“รายได้ของครอบครัวจะเพิ่มขึ้นอย่างไร?”

“และชีวิตความเป็นอยู่จะดีขึ้นได้จริงหรือไม่?”

นั่นคือ “ภาษาของชีวิต” ที่ประชาชนคนไทย…กำลังรอฟังจาก “รัฐบาลอนุทิน!!!”

และนี้…อาจเป็นบททดสอบสำคัญที่สุด! ของแนวคิด Thailand FastPass ในวันที่…ตัวเลขการลงทุนเพียงอย่างเดียว ไม่เพียงพอที่จะสร้างความเชื่อมั่นทางการเมือง! ได้อีกต่อไป!!??.