กรมการค้าต่างประเทศ เปิดรับฟังความเห็น (ร่าง) ประกาศหลักเกณฑ์ออกหนังสือรับรองส่งออก 3 สินค้าเกษตร  

กรมการค้าต่างประเทศ ชวนภาครัฐ-เอกชนร่วมเปิดรับฟังความคิดเห็นต่อ (ร่าง) ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ “หนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีฯ” สำหรับกล้วยสด สับปะรดสด และเนื้อสุกรปรุงแต่ง ที่มีโควตาส่งออกตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่น เริ่มแล้ว…จนถึง 10 มี.ค.นี้

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า กรมฯได้จัดทำ (ร่าง) ประกาศกรมการค้าต่างประเทศ เรื่อง การออกหนังสือรับรองแสดงการได้รับสิทธิในการยกเว้นภาษีทั้งหมดหรือบางส่วนสำหรับกล้วยสด สับปะรดสด และเนื้อสุกรปรุงแต่ง ที่มีโควตาส่งออกตามความตกลงระหว่างราชอาณาจักรไทยและญี่ปุ่นสำหรับความเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจ ปีการส่งออก 2568 พ.ศ. …. โดยจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 เมษายน 2568 ถึง 31 มีนาคม 2569 ซึ่งได้กำหนดปริมาณและเงื่อนไขสำหรับการส่งออกสินค้า 3 รายการ ดังนี้

1) กล้วยสด ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ 0803.00 ปริมาณโควตารวม 8,000 ตัน ผู้มีสิทธิจำนวน 4 ราย ตามรายชื่อและปริมาณที่กำหนดตามที่กรมวิชาการเกษตรแจ้ง

2) สับปะรดสด ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ 0804.30 ปริมาณโควตารวม 300 ตัน ไม่กำหนดรายชื่อผู้มีสิทธิ จึงสามารถส่งออกได้เป็นการทั่วไป โดยให้ใช้สิทธิตามหลักการ first come, first served ตามที่สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรแจ้ง

3) เนื้อสุกรปรุงแต่ง ตามพิกัดอัตราศุลกากรประเภทที่ 1602.41 และ 1602.49 ปริมาณโควตารวม 1,200 ตัน ผู้มีสิทธิจำนวน 20 ราย ตามรายชื่อที่กำหนดตามที่กรมปศุสัตว์แจ้ง โดยให้ใช้สิทธิตามหลักการ first come, first served

ทั้งนี้ การขอหนังสือรับรองการใช้สิทธิทางภาษีในการส่งออกกล้วยสดและสับปะรดสด ไปประเทศญี่ปุ่นภายใต้ข้อตกลงฯ และเงื่อนไขดังกล่าวจะเป็นประโยชน์แก่ผู้นำเข้าในการได้รับสิทธิยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้ากล้วยสดและสับปะรดสด สำหรับการนำเข้าเนื้อสุกรปรุงแต่งผู้นำเข้าจะเสียภาษีนำเข้าของประเทศญี่ปุ่นเพียง 16% ซึ่งจะส่งผลให้สร้างแต้มต่อในการแข่งขันทางการค้าของไทยในการเพิ่มมูลค่าการค้าสำหรับไทยและญี่ปุ่น 

เพื่อให้การจัดทำ (ร่าง) ประกาศกรมการค้าต่างประเทศฯ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยเหมาะสม กรมฯ จึงขอเชิญหน่วยงานภาครัฐและภาคเอกชนทุกภาคส่วน รวมทั้งผู้ที่สนใจร่วมแสดงความคิดเห็นต่อ (ร่าง) ประกาศกรมการค้าต่างประเทศดังกล่าว ผ่านเว็บไซต์ของกรมการค้าต่างประเทศ (www.dft.go.th) หรือ ระบบกลางของสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (www.law.go.th) ได้ตั้งแต่วันที่ 24 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 10 มีนาคม 2568 โดยผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่สายด่วนกรมการค้าต่างประเทศ โทร. 1385 หรือ กองบริหารการค้าสินค้าทั่วไป โทร 02 547 5118 – 19.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password