จี้ ธอส. ‘ดื้อ’ สวน ธปท. ลด ดบ.ให้ลูกหนี้ – ผุดของขวัญรับสงกรานต์ – ‘เอ็มดี.ธอส.’ อัดเพิ่มหมื่นล. หนุนเงินกู้ Happy Home

“รมช.คลัง” ชง ธอส. สวมบท “เด็กดื้อ” ลดดอกเบี้ยช่วยลูกหนี้ สวนทางแบงก์ชาติ ชี้! ไม่กระทบฐานะการเงินและผลดำเนินงานแน่! สั่งพิจารณาคลอดสินเชื่อรับเทศกาลปีใหม่ไทย หวังช่วยคนชั้นกลางที่ “ตกหล่น” จากกลุ่มที่ได้รับการช่วยเหลือไปแล้ว ทั้งลูกค้าเก่าและลูกค้าใหม่ ปลื้ม! โครงการผ่าน ครม. “สินเชื่อบ้าน Happy Home” เหตุลูกค้าล้นจนเกินครึ่งงบ 2 หมื่นล้านบาทแล้ว ด้าน เอ็มดี. ธอส. ยืนยัน พร้อมเร่งคลอดของขวัญรับสงกรานต์ พ่วงอัดฉีดขั้นต่ำอีก 1 หมื่นล้านบาท ขยายเพดาน “สินเชื่อบ้าน Happy Home”

เมื่อช่วงสายวันที่ 11 เมษายน 2567 สำนักงานใหญ่ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.), นายกฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง และคณะฯ เดินทางมามอบนโยบายการบริหารงาน และติดตามผลการดำเนินงานโครงการตามนโยบายรัฐบาลของ ธอส. โดยมี นายอัครุตม์ สนธยานนท์ ประธานกรรมการ พร้อม คณะกรรมการธนาคาร นายกมลภพ วีระพละ กรรมการผู้จัดการ ธอส. และ คณะผู้บริหาร ให้การต้อนรับและร่วมรับฟังนโยบาย อีกทั้งยัง ร่วมสังเกตการณ์บรรยากาศที่ลูกค้าได้ยื่นขอสินเชื่อในโครงการสินเชื่อบ้าน Happy Home สำหรับผู้ที่ต้องการซื้อหรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 5 ปีแรก เพียง 3.00% ต่อปี หลังเปิดให้ลูกค้ารับรหัสเข้าร่วมโครงการผ่าน Mobile Application : GHB ALL GEN เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ตั้งแต่เวลา 15.00 น. ที่ผ่านมา ทั้งนี้ ปรากฏว่ามีลูกค้ารับรหัสเข้าร่วมโครงการสูงถึง 3,729 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อกว่า 10,000 ล้านบาท

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ให้สัมภาษณ์ในเวลาต่อมาว่า นอกจากจะขอบคุณที่ ธอส.ได้ขานรับนโยบายของรัฐบาลแล้ว ตนยังได้ขอให้ ธอส.พิจารณามอบของขวัญในช่วงเทศกาลสงกรานต์หรือปีใหม่ไทย โดยเฉพาะการพิจารณาในเรื่องที่พอจะจัดให้กับลูกค้ากลุ่มที่อยู่นอกเหนือจากกลุ่มอื่นๆ ที่ได้รับการช่วยเหลือไปก่อนหน้านี้ เช่น กลุ่มที่รายได้ปานกลางและมีวงเงินสินเชื่อไม่สูงมากนัก ส่วนของขวัญจะเป็นรูปแบบใด ทั้งในแง่ของการปรับลดอัตราดอกเบี้ยสำหรับลูกค้าเก่า หรือสินเชื่ออัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับลูกค้าใหม่ ทั้งนี้ ขึ้นกับบอร์ดและคณะผู้บริหารของ ธอส.

“ผมได้บอกกับบอร์ดและผู้บริหารของ ธอส.ว่า ไม่จำเป็นจะต้องเป็นเด็กดีของแบงก์ชาติ เป็นเด็กดื้อ ปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาเพื่อช่วยเหลือลูกค้าในทุกกลุ่มบ้างก็ได้ นายกฤษฎา กล่าวและว่า ปัจจุบัน สถานะทางการเงินของ ธอส.จัดว่าเข้มแข็งอย่างมาก สามารถสำรองเงินกองทุนมากถึงกว่า 200% เมื่อเทียบกับหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL)  อีกทั้ง ยังมีกำไรจากปีที่ผ่านมามากกว่า 1.46 หมื่นล้านบาท ดังนั้น การปรับลดอัตราดอกเบี้ยเพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ในขณะที่ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแบงก์ชาติ มีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่เดิม 2.5% จะไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานและสถานะทางการเงินของ ธอส.แต่อย่างใด

ด้าน กรรมการผู้จัดการ ธอส. ยอมรับว่า หลังจากเครื่องมือในการปรับโครงสร้างหนี้ของรัฐบาลสิ้นสุดลง ส่งผลทำให้ภาพรวม NPL ณ ปัจจุบันปรับเพิ่มเป็น 4.8% ซึ่งอยู่ในระดับใกล้เคียงกับที่คาดการณ์ของทั้งปี 2567 อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าหลังสิ้นสุดเดือนเมษายนี้ NPL จะปรับลดลงมาได้ในระดับที่ใกล้เคียงกับสิ้นปีก่อน เนื่องจากผลของการปรับโครงสร้างหนี้ตามปกติ ที่ไม่มีเครื่องมือจากรัฐบาลเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา จะเริ่มมีผลให้เห็นเป็นรูปธรรมภายใน 3 เดือน

ส่วนประเด็น “เด็กดื้อ” ที่ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง พูดถึงนั้น ธอส.เข้าใจในบทบาทของทั้งกระทรวงการคลัง (รัฐบาล) และแบงก์ชาติ เป็นอย่างดี ดังนั้น จึงพยายามดำเนินการในสิ่งที่จะไม่ส่งผลกระทบต่อทั้งนโยบายรัฐบาล และเงื่อนไขที่แบงก์ชาติกำหนด ส่วนของขวัญในช่วงเทศกาลสงกรานต์นั้น ขณะนี้ได้หารือเพื่อกำหนดแนวทางบ้างแล้ว คาดว่าจะประกาศออกมาได้เร็วๆ นี้

สำหรับ “โครงการสินเชื่อบ้าน Happy Home” วงเงินรวม 20,000 ล้านบาทนั้น เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (11) พบว่า มีลูกค้ารับรหัสเข้าร่วมโครงการแล้ว 3,729 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อกว่า 10,000 ล้านบาท สะท้อนว่าลูกค้ายังคงมีความต้องการที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท อยู่เป็นจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม ธอส.พร้อมจะปรับวงเงินหากความต้องการจะมีอยู่ โดยจัดเตรียมวงเงินขึ้นต่ำอีก 10,000 ล้านบาท รวมเป็น 30,000 ล้านบาทแล้ว ทั้งนี้ ธอส. พร้อมปฏิบัติตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงการคลัง และดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 9 เมษายน 2567 ในการจัดทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ และการเตรียมการเพื่อรองรับการดำเนินการยกระดับประเทศไทยสู่ศูนย์กลางเมืองแห่งอุตสาหกรรมระดับโลก (Thailand Vision)

สำหรับ“โครงการสินเชื่อบ้าน Happy Home” นั้น นอกจากคาดหวังจะกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านภาคอสังหาริมทรัพย์ และลดความเหลื่อมล้ำทางสังคมแล้ว ธอส.ยังหวังช่วยให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยของคนไทยให้เพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะผู้ที่ต้องการซื้อหรือปลูกสร้างที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท กำหนดอัตราดอกเบี้ยคงที่ 5 ปีแรก เท่ากับ 3.00% ต่อปี, ปีที่ 6-7 เท่ากับ MRR-2.00% ต่อปี, ปีที่ 8-9 เท่ากับ MRR-1.50% ต่อปี, ปีที่ 10 จนถึงตลอดอายุสัญญา กรณีลูกค้ารายย่อยเท่ากับ MRR-0.75% ต่อปี ลูกค้าสวัสดิการเท่ากับ MRR-1.00% ต่อปี และอัตราดอกเบี้ยสำหรับซื้ออุปกรณ์ฯ เท่ากับ MRR (อัตราดอกเบี้ย MRR ของ ธอส. ปัจจุบันอยู่ที่ 6.90% ต่อปี)  ล่าสุด ณ วันที่ 11 เมษายน 2567 เวลา 8.00 น. มีลูกค้ารับรหัสเข้าร่วมโครงการแล้ว 3,729 ราย คิดเป็นวงเงินสินเชื่อกว่า 10,000 ล้านบาท สะท้อนว่าลูกค้ายังคงมีความต้องการที่อยู่อาศัยในระดับราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท อยู่เป็นจำนวนมาก

โดยตลอด 70 ปีที่ผ่านมา ธอส. ในฐานะสถาบันการเงินของรัฐ และมีพันธกิจ “ทำให้คนไทยมีบ้าน” ได้สนับสนุนให้คนไทยได้มีที่อยู่อาศัยเป็นของตนเองมาแล้วมากกว่า 4.4 ล้านครอบครัว

 อนึ่ง ภายหลังการแถลงข่าว รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง ยังได้ร่วมสังเกตการณ์ลูกค้าที่เข้ามายื่นขอสินเชื่อใน โครงการสินเชื่อบ้าน Happy Home และร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับโครงการดังกล่าวของรัฐบาลและ ธอส. กับลูกค้าด้วย สำหรับผู้ที่สนใจสามารถเข้าร่วมโครงการสินเชื่อบ้าน Happy Home ผ่านทาง Mobile Application : GHB ALL GEN และรับรหัสตัวเลข 6 หลัก ทาง GHB Buddy บน Application Line เพื่อนำมาประกอบการยื่นขอสินเชื่อได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และทำนิติกรรมภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2568 หรือก่อนกำหนดระยะเวลาดังกล่าว หากธนาคารให้สินเชื่อเต็มกรอบวงเงินโครงการแล้ว สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ธอส. ทุกสาขาทั่วประเทศ G H Bank Call Center โทร 0-2645-9000 หรือ Facebook Fanpage ธนาคารอาคารสงเคราะห์ และติดตามข่าวสารของธนาคารได้ที่ Mobile Application : GHB ALL GEN และ www.ghbank.co.th.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password