จอม’กลยุทธ์ : นพ.พรหมินทร์ – นายกฯน้อย ‘วุ่นสื่อสาร’ ของ นายกฯนิด

บทบาทหน้าที่ของ “นายกฯน้อย” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ไม่เพียงเป็น “วุ้นแปลภาษา” ที่ต้องสื่อสาร “ไป-มา” อย่างตรงเป้าเข้าประเด็น! ได้กับทุกฝ่าย ทั้งในและนอก “ครม.เศรษฐา 1” โดยเฉพาะ ข้าราชการประจำและกองทัพ แต่เกินล้ำถึงขั้น “ควบคุม” กันหรือไม่? เวลาจะเป็นคำตอบ!

“สหายจรัส” ฉายาที่ได้มาเมื่อกว่า 40 ปีก่อน สะท้อนแนวคิด “สายเหยี่ยว” ในยุคสมัยที่…หนุ่มสาว “นิสิต-นักศึกษา” ผู้โหยหาประชาธิปไตยจากเผด็จการทหาร ต่างหนีตายเข้าป่า…เพื่อแสวงหาความอยู่รอดและหนทางหวนคืนการต่อสู้ครั้งใหม่

แม้จะ ผ่านลม ผ่านร้อน ผ่านฝน ผ่านหนาว มายาวนาน กระทั่งก้าวสู่ “ปัจจิมวัย” เฉียดใกล้ปีที่ 70 กระนั้น “มันสมอง” ระดับฝังเพชร! ของ “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ เลิศสุริย์เดช ก็ไม่ได้คลายตัวลงแต่อย่างใด?

เขายังคงได้รับความไว้วางใจจาก…ทั้ง “คนไกล” และ “บ้านจันทร์ส่องหล้า” ให้หวนกลับมาทำหน้าที่สำคัญ นั่นคือ “นายกฯน้อย” หรือ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ให้กับ “นายกฯนิด – เศรษฐา ทวีสิน” นายกรัฐมนตรีคนที่ 30 ของประเทศไทย

พูดเรื่องง่ายให้เข้าใจยาก! ก็คือ “นายกฯนิด” (เศรษฐา) ได้ “นายกฯน้อย” (เลขาธิการนายกฯ) ชื่อ “หมอมิ้ง” นพ.พรหมินทร์ นั่นเอง

อดีต… “หมอมิ้ง” ผู้นี้…เคยรับบทบาทเป็น “นายกฯน้อยให้กับ “อดีตนายกฯทักษิณ” (นายกฯคนที่ 23) มาแล้ว 2 สมัย ครั้งแรก…ปี 2544-2545 และอีกครั้ง 2548-2549

แม้ชีวิตการเมืองจะถูกบังคับให้ต้องยุติลง นับแต่การทำรัฐประหารเมื่อปี 2549 กระนั้น บทบาทของ “หมอมิ้ง” ในธุรกิจของตระกูลชินวัตร ก็ยังดำรงอยู่ และ เริ่มกลับมามีบทบาทสำคัญในทางการเมืองอีกครั้ง เมื่อเขาและเพื่อนคนเดือนตุลาคม หวนคืนพรรคเพื่อไทย เมื่อ 3 ปีก่อนหน้านี้

การสร้าง “กลุ่ม CARE” ขึ้นมา เพื่อเป็นเวทีให้กับ…กลุ่มคนผู้มีแนวคิดและนักปฏิบัติการ ที่ต้องการนำเสนอแนวทางแก้ปัญหาของประเทศ โดยหวังเพียงให้ผู้เกี่ยวข้องหยิบเอาแนวคิดที่แสดงออกผ่านเวทีนี้…ไปใช้นั้น

“หมอมิ้ง” ยืนยันหนักแน่น! ไม่มีทางที่จะพัฒนาตัวเองไปสู่ความเป็นกลุ่มหรือพรรคการเมือง แต่กับบทบาทที่แสดงออกมาก่อนหน้านี้ ชัดเจนว่า…แนวคิดของคนอยู่เบื้องหลัง “กลุ่ม CARE” ได้สร้างปรากฏการณ์การเมืองครั้งใหม่อยู่เนืองๆ

โดยเฉพาะ กลยุทธ์ “Rebranding” ปรับเปลี่ยนภาพลักษณ์ “อดีตนายกฯทักษิณ” จาก…“นายกฯขวัญใจคนรากหญ้า” สู่ความเป็น “พี่โทนี่ วู้ดซัม” ขวัญคนหนุ่มสาวรุ่นใหม่ ส่วนหนึ่งก็มาจาก…“สมองเพชร” ของชายที่มีอดีตฉายา “สหายจรัส” คนนี้…

ทำให้…คนที่อยู่ไกลบ้านมายาวนาน 17 ปี ได้มี เวที…พื้นที่ “ปล่อยของ” ผ่านแนวคิดต่างๆ กระทั่ง กลายเป็นกระแสอยู่ในสังคมไทย เมื่อสื่อในเครือข่ายรับเอาไปขยายผลต่อ…

จุดเริ่มครั้งใหม่ นี้…ไม่ต่างจากการ “ปูทาง” ให้ “หมอมิ้ง” หวนคืนสู่เวที “ผู้เขียนบท” ทางการเมืองให้กับพรรคเพื่อไทย ดูจากตำแหน่งที่ได้รับมอบหมายก่อนการเลือกตั้งใหญ่ เมื่อ 14 พฤษภาคม 2566 ที่ผ่านมา ก็คงชัดเจน…ประธานคณะกรรมการด้านเศรษฐกิจ และประธานคณะกรรมการนโยบาย พรรคเพื่อไทย

นำมาซึ่ง การวางกลยุทธ์หาเสียง…ที่มีเป้าหมาย “แลนด์สไลด์” ภายใต้แนวคิด “คิดใหญ่ ทำเป็น เพื่อไทยทุกคน” จากนั้น โหมกระหน่ำสื่อสารกับ “โหวตเตอร์” ทุกช่วงวัย…

แม้จะผิดหวังอย่างแรง เพราะต้องพ่ายแพ้ให้กับพรรคก้าวไกล

แต่ด้วย…กลยุทธ์ที่เหนือกว่า ภายใต้แรงกดดันจาก…ฝั่งตรงข้าม ที่ร่วมกัน “ปิดสวิทซ์ – ก้าวไกล” นำมาซึ่งกลอุบาย…ผ่านวาทะกรรมการเมือง “รัฐบาลผสมข้ามขั้ว” หาทางออกให้กับประเทศไทย ที่สุดนำมาซึ่ง รัฐบาลที่มีพรรคเพื่อไทยเป็นแกนนำ และนายกรัฐมนตรี ชื่อ “เศรษฐา ทวีสิน”

จะว่าไปแล้ว “หมอมิ้ง” ผู้นี้…อาจต้องทำมากกว่าความเป็น “นายกฯน้อย” ให้กับ “นายกฯนิด” (เศรษฐา)

ด้วยความที่ “นายกฯเศรษฐา” ไม่มีพรรษาในทางการเมือง และไม่เคยดำรงตำแหน่งใดๆ ในฟากราชการ แต่เมื่อต้องนั่ง “กำกับบท” ในฐานะ “ผู้นำประเทศ” จำเป็นจะต้องได้ “มือดี” คอยแปล/ถอด รวมถึง…ส่ง-รับข้อความ “ไป-มา” ระหว่าง…นายกรัฐมนตรี (และรัฐบาล) กับ “ครม.ร่วมคณะ” (รัฐมนตรีต่างพรรคฯ)

และ “คนนอก ครม.” ทั้ง…กลุ่มก้อนข้าราชการประจำ และกองทัพ…ที่ตลอดระเวลาเกือบ 20 ปีที่ผ่านมา ดูเหมือนจะเป็น “ไม้เบื่อ-ไม้เมา” ต่อกันมาโดยตลอด

จำเป็นอย่างแรง! จะต้องได้ “นายกฯน้อย” หรือ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ที่มีศักยภาพสูง! คอยประคองเส้นทางเดินตลอดทริปนี้

สิ่งสำคัญคือ…เขาคนนั้นจะต้องทำหน้าที่ “วุ่นแปลภาษา” (โดเรมอน) ที่สามารถจะ “สื่อสาร” ได้ตรงเป้าเข้าประเด็น! อย่างที่ “ผู้ส่งสารตัวจริง!” ต้องการ และต้องสื่อสารได้กับ…คนทุกกลุ่มและทุกฝ่าย โดยเฉพาะ “กองทัพ” ที่นับเป็น “ของแสลง” ของพรรคการเมืองภายใต้ปีก “ตระกูลชินวัตร” นับแต่…ไทยรักไทย พลังประชาชน จนถึง เพื่อไทย ยุค “รัฐบาลยิ่งลักษณ์”

อีกเรื่องที่ “หมอมิ้ง” มีส่วนสำคัญในการรังสรรค์และขับเคลื่อน…เมนไอเดีย เพื่อหวังใช้เป็นนโยบายหลักของ “รัฐบาลเศรษฐา 1” ก็คือ…

“ดิจิทัล วอลเลต” แจกเงิน 10,000 บาท ให้คนไทยวัย 16 ปี ขึ้นไป รวมกันกว่า 50 ล้านคน ด้วยเงินงบมหาศาลมากกว่า 5 แสนล้านบาท

ถือเป็นภารกิจสำคัญสุดๆ ที่ “นายกฯน้อย” คนนี้ ต้องใช้ทุกสรรพกำลังอย่างที่สุด เพื่อผลักดันให้นโยบายที่ว่านี้ สำเร็จเป็นรูปธรรม และเดินเครื่องให้ได้ภายในต้นปีหน้า

หากทำสำเร็จ…ผลแห่งมัน นอกจากจะช่วยลดทอนกระแสความไม่พอใจของผู้คนในสังคมไทยได้ในระดับที่น่าพอใจ! แล้ว

ยังจะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในยุคสมัยนี้ได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

“หมอมิ้ง” ในบริบท “นายกฯน้อย” ของ “นายกฯนิด – เศรษฐา ทวีสิน” ถือว่าเหมาะสมอย่างที่สุด!

ส่วนบทบาทจากนี้…จะเกินล้ำความเป็น “วุ่นแปลภาษา” ประหนึ่ง…ต้องคอยทำหน้าที่ “กำกับดูแล” เพื่อไม่ให้เกิดความผิดพลาด เหมือนสมัย “นายกฯพลังประชาชน” หรือไม่?

เวลาจะเป็นเครื่องพิสูจน์เอง!.

ทีมข่าวยุทธศาสตร์

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password