• จันทร์ 19 ตุลาคม 2569 เวลา 16:07 น.

เวทีปิด! โจทย์คน…ยังเปิด?

BREAKING NEWS STRATEGIES

(ถอดบทเรียน ‘โอลิมปิกการเงินโลก’ รัฐบาลชูลงทุน–ฝ่ายค้านทวงแผนจ้างงาน จับตา! โอกาสถึงคนไทยกี่โมง?)

ปิดฉากประชุม IMF–ธนาคารโลก ไทยได้ความเชื่อมั่นและโอกาสต่อยอดการลงทุน ขณะที่ ครม.เงาทวงแผนจ้างงาน การมีส่วนร่วม และธรรมาภิบาล เปิด “บททดสอบ” รัฐบาล? เปลี่ยนคำประกาศเป็นรายได้และคุณภาพชีวิตที่คนไทยติดตามตรวจสอบได้

การประชุมประจำปีสภาผู้ว่าการกองทุนการเงินระหว่างประเทศและกลุ่มธนาคารโลก ปี 2569 (2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings) ที่กรุงเทพฯ “ปิดฉากลง” นับแต่วันที่ 18 ตุลาคม 2569

สิ่งนี้ ได้ทิ้งทั้ง คำชื่นชม…ต่อการเป็นเจ้าภาพของไทย เครือข่ายความร่วมมือ และข้อเสนอรับมือเศรษฐกิจโลก ไว้ให้รัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย ได้นำไปดำเนินการกันต่อ…

แต่ความเคลื่อนไหวช่วงเช้าถึงต้นบ่ายวันที่ 19 ตุลาคม ทำให้บทสนทนาหลังการประชุมฯ ขยับจาก…ความสำเร็จของการจัดงาน ไปสู่คำถามที่สำคัญกว่าเดิมว่า…ความเชื่อมั่นที่เกิดขึ้นจะเปลี่ยนเป็นการลงทุน งาน และรายได้ของคนไทยผ่านกลไกใด?

ฝ่ายรัฐบาล…วางเป้าหมายยกระดับเศรษฐกิจ ขณะที่ “คณะรัฐมนตรีเงา” ของพรรคประชาชน ออกมาเรียกร้องให้…รัฐบาลรับฟัง “ข้อทักท้วง” จากเวทีโลก ทั้งเรื่อง…อนาคตการจ้างงาน ความรับผิดชอบของผู้มีอำนาจ และการมีส่วนร่วมของประชาชนไทย

2 ด้านนี้ สามารถนำมาประกอบเป็น…โจทย์ยุทธศาสตร์เดียวกันได้! นั่นคือ…แล้วประเทศไทยจะสร้างการเติบโตที่ประชาชนมีความสามารถเข้าร่วม ได้รับประโยชน์ และตรวจสอบได้อย่างไร???

คำชม ต้องต่อยอด :

ในช่วง “ปิดการประชุม” นางคริสตาลินา กอร์เกียวา กรรมการจัดการ IMF กล่าวชื่นชมการเป็นเจ้าภาพของไทย โดยเปรียบเวทีนี้กับโอลิมปิกทางการเงิน และยกให้ประเทศไทยคว้าเหรียญทอง เป็นถ้อยคำเชิงอุปมาที่สะท้อนความประทับใจต่อการจัดงานและการต้อนรับ

ด้าน ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ระบุเป้าหมาย…เพิ่มศักยภาพการเติบโตของเศรษฐกิจให้เกิน 3% ยกระดับสัดส่วนการลงทุนจากประมาณ 22% เป็น 30% ของ GDP และผลักดันขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศเข้าสู่กลุ่ม 20 อันดับแรก พร้อมเดินหน้าสานต่อความร่วมมือในเวทีต่างประเทศ

เป้าหมายเหล่านี้ บอกทิศทางที่รัฐบาลต้องการเดิน แต่ยังต้องแปลงเป็นรายละเอียด ว่า….การลงทุนส่วนเพิ่มจะมาจากภาคส่วนใด? ใช้เวลาเท่าไร? มีข้อจำกัดอะไร? และหน่วยงานใดรับผิดชอบ?

การเพิ่มสัดส่วนการลงทุน! ยังต้องพิจารณาทั้ง…จำนวนเงินและคุณภาพ หาก…โครงการใหม่ เชื่อมกับธุรกิจไทย ถ่ายทอดเทคโนโลยี และเพิ่มผลิตภาพ ผลประโยชน์ย่อมกระจายได้กว้าง แต่หากนำเข้าเครื่องจักรและบริการเป็นหลัก โดยเชื่อมกับเศรษฐกิจภายในน้อย ผลต่อรายได้ประชาชนก็อาจจำกัดกว่าที่คาดหวัง

ทุนเข้า คนต้องพร้อม :

ข้อทักท้วงของ นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน ในการแถลงผล ประชุม ครม.เงา เมื่อช่วงสายของวันนี้ (19 ตุลาคม) มุ่งไปยังช่องว่างนี้ โดยชื่นชมความเรียบร้อยของการจัดประชุม แต่ก็ตั้งคำถามถึง…แผนรองรับการจ้างงานคนรุ่นใหม่และแรงงานเดิมที่เสี่ยงได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ

ประเด็นที่ฝ่ายค้านหยิบยกขึ้นมา ก็คือ…รัฐบาลจะทำให้การลงทุนสัมพันธ์กับการจ้างงานในประเทศอย่างเป็นรูปธรรมได้อย่างไร? และประชาชนไทยจะต้องเตรียมตัวอย่างไร? จึงจะเข้าถึงโอกาสนั้นๆ ได้

คำถามนี้…สอดคล้องกับโจทย์ใหญ่ที่ธนาคารโลกผลักดันมาต่อเนื่อง! โดยข้อมูลของธนาคารโลกระบุว่า… ในช่วง 10–15 ปีข้างหน้า คนรุ่นใหม่ประมาณ 1,200 ล้านคนในประเทศกำลังพัฒนา จะเข้าสู่วัยทำงาน ขณะที่แนวโน้มปัจจุบันอาจสร้างงานได้ประมาณ 400 ล้านตำแหน่ง ในช่วงเดียวกัน

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขนี้เป็นภาพความท้าทายของการสร้างงานภายใต้แนวโน้มที่ประเมินไว้ จึงไม่ควรตีความว่า…คนรุ่นใหม่ทั่วโลกสองในสามจะตกงานแน่นอน! หรือเป็นอัตราว่างงานที่พยากรณ์ไว้สำหรับประเทศไทย

บทเรียนสำหรับไทย ก็คือ…การส่งเสริมการลงทุนควรมีแผนกำลังคนเดินคู่กัน ตั้งแต่…ประเภทอาชีพ ทักษะที่ต้องใช้? จำนวนคนที่ต้องพัฒนา? ไปจนถึง…ช่องทางรับสมัครและโอกาสของแรงงานนอกระบบ?

AI ต้องถึงกิจการ :

การมีฐานการผลิตอุปกรณ์ หรือโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI เป็นโอกาสสำคัญ แต่ผลประโยชน์จะขยายตัวมากขึ้นเมื่อธุรกิจทั่วไปสามารถนำเทคโนโลยีไปใช้เพิ่มประสิทธิภาพได้ด้วย

ธนาคารโลก ได้ชี้เอาไว้ก่อนการประชุมว่า…ความท้าทายของเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก คือ…การต่อยอดจุดแข็งด้านการผลิตสินค้าที่เกี่ยวข้องกับ AI ไปสู่การประยุกต์ใช้เทคโนโลยีอย่างแพร่หลาย เพื่อเพิ่มผลิตภาพและสร้างงานที่ดีขึ้น

ขณะที่ รายงานเกี่ยวกับประเทศไทย เน้นทั้งทักษะแรงงาน นวัตกรรม การแข่งขัน และการเพิ่มมูลค่าภายในประเทศ

สำหรับประเทศไทย “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” เสนอให้ควรต้องเร่งเชื่อม…การดึงดูดอุตสาหกรรมใหม่กับการยกระดับกิจการเดิม เช่น ผู้ผลิตชิ้นส่วนที่ใช้ระบบตรวจคุณภาพ ร้านค้าที่จัดการสต๊อกแม่นยำขึ้น เกษตรกรที่ใช้ข้อมูลวางแผนการผลิต หรือธุรกิจท่องเที่ยวที่เข้าถึงลูกค้าได้ตรงกลุ่มกว่าเดิม

การฝึกทักษะควรวัดผลถึงการใช้งานจริง การได้งาน และรายได้หลังเรียน มากกว่าจำนวนผู้เข้าอบรมหรือใบรับรองที่ออกให้ เพราะคนทำงานต้องการความสามารถที่ตลาดใช้ประโยชน์ได้ ส่วนผู้ประกอบการต้องการเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนหรือเพิ่มรายรับได้จริง

เชื่อมโลก ต้องฟังคน :

อีกประเด็นที่ นายวีระยุทธตั้งข้อสังเกต? ก็คือ…การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนไทย โดยกล่าวหาว่า…รัฐบาลไม่ได้เปิดรับฟังกลุ่มที่คัดค้านนโยบายของ IMF และธนาคารโลกอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะข้อกังวลด้านสิ่งแวดล้อมและทรัพยากร

ข้อกล่าวหานี้ ยังต้องตรวจสอบรายละเอียดช่องทางการมีส่วนร่วมและคำชี้แจงจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แต่ในเชิงนโยบายได้เปิดคำถามสำคัญ ที่ว่า…บทบาท “ผู้เชื่อมโยงที่น่าเชื่อถือ” ของไทย จะเชื่อมถึงประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการพัฒนาด้วยหรือไม่???

โครงการพลังงาน โครงสร้างพื้นฐาน และอุตสาหกรรมใหม่ ย่อมเกี่ยวข้องกับ…ที่ดิน น้ำ ไฟฟ้า สิ่งแวดล้อม และวิถีชีวิตของชุมชน

การรับฟังตั้งแต่ต้น…จะช่วยให้ผู้ออกแบบโครงการเห็นต้นทุนที่อาจตกหล่น และปรับแนวทางก่อนความขัดแย้งสะสม

ความเชื่อมั่นของนักลงทุนจึงสัมพันธ์กับความเชื่อมั่นของประชาชนไทยด้วย เมื่อกติกาชัด กระบวนการเป็นธรรม และข้อร้องเรียนได้รับการจัดการ ความเสี่ยงในการดำเนินโครงการก็มีโอกาสลดลง

เปิดข้อมูล ใครรับผิด? :

นางเพียงพนอ บุญกล่ำ ทีมบริหารพรรคประชาชน กล่าวถึง…วงสนทนาภาคประชาสังคมกับกรรมการจัดการ IMF โดยถ่ายทอดสาระเรื่องธรรมาภิบาล และเน้นว่า…การเปิดเผยข้อมูลต้องมาพร้อมความรับผิดชอบต่อการตัดสินใจหรือการละเลยหน้าที่

ประเด็นนี้ ควรต่อยอดเป็นมาตรฐานติดตามผลหลังการประชุม ตั้งแต่…การคัดเลือกโครงการ การจัดซื้อจัดจ้าง เงื่อนไขสนับสนุนจากรัฐ ไปจนถึง ผลที่เกิดขึ้นกับประชาชน

หากโครงการล่าช้า ต้องอธิบายได้ว่า…ติดขัดตรงไหน? หากได้รับสิทธิประโยชน์จากรัฐ ต้องติดตามได้ว่า…ปฏิบัติตามเงื่อนไขหรือไม่? และ หากเกิดความเสียหาย ต้องมีกระบวนการตรวจสอบกับผู้รับผิดชอบที่ชัดเจน

ด้าน นายพิศาล มาณวพัฒน์ ทีมบริหารนโยบายการต่างประเทศ พรรคประชาชน ตั้งข้อสังเกตถึง ความเชื่อมั่นและธรรมาภิบาล ระหว่างที่…ไทยเดินหน้าสู่ OECD

ส่วน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ย้ำว่า…รัฐบาลควรรับฟังคำเตือนควบคู่กับคำชม และทำให้ไทยเป็นประเทศที่น่าลงทุนทำธุรกิจด้วย!!!

สาระที่นำไปใช้ได้ทันที! นั่นคือ…การปรับปรุงกติกาและความรับผิดชอบภายในประเทศสามารถเดินหน้าได้ระหว่างกระบวนการสมัครสมาชิก โดยไม่จำเป็นต้องรอผลการเข้า OECD

GDP โต ต้องอ่านให้ครบ :

ข้อวิจารณ์ของฝ่ายค้าน เกี่ยวกับ…การปรับวิธีคำนวณ GDP ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยแยกระหว่าง…การปรับปรุงสถิติเศรษฐกิจ กับ การขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจจริง

ในหลักการ การปรับข้อมูล วิธีวัด หรือปีฐาน อาจทำให้ระดับ GDP และข้อมูลย้อนหลังเปลี่ยนไปได้ การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวจึงต้องอธิบายวิธีการและผลต่อการเปรียบเทียบข้อมูลอย่างโปร่งใส การกล่าวหาว่าเป็นการสร้างตัวเลขเพื่อประโยชน์ทางการเมืองจำเป็นต้องมีหลักฐานรองรับเพิ่มเติม

ขณะเดียวกัน GDP ที่ปรับสูงขึ้นทางสถิติก็ไม่ได้ทำให้เงินเดือน กำไรของร้านค้า หรือกำลังซื้อเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ

การประเมินผลนโยบาย จึงควรอ่าน GDP ควบคู่กับรายได้ที่แท้จริง ผลิตภาพ คุณภาพการจ้างงาน ภาระหนี้ และการกระจายประโยชน์ระหว่างพื้นที่ เพื่อให้เห็นว่าเศรษฐกิจที่เติบโตนั้นสัมพันธ์กับชีวิตประชาชนเพียงใด?

โลกเชื่อม ไทยต้องเลือก :

“ทีมข่าวยุทธศาสตร์” มองว่า…ภาพรวมหลังปิดประชุมสะท้อน “จุดแข็ง” ของไทย! โดยเฉพาะ ด้านการประสานความร่วมมือ ฐานธุรกิจ และศักยภาพการเป็นจุดเชื่อมของภูมิภาค แต่ก็มี “จุดอ่อน” ที่ต้องเร่งแก้ นั่นคือ…

การแปลงความร่วมมือให้เป็นโครงการที่เดินหน้าได้ พร้อมกำลังคนและกติกาที่รองรับ

โอกาสอยู่ที่การลงทุนดิจิทัล พลังงานสะอาด และธุรกิจบริการที่เพิ่มมูลค่า ส่วน ความเสี่ยง คือ…เงินทุนกระจุกในกิจการขนาดใหญ่ แรงงานปรับตัวไม่ทัน และต้นทุนการเปลี่ยนผ่านตกกับกลุ่มที่มีอำนาจต่อรองต่ำ

ในระดับอาเซียนและเอเชีย การเชื่อมพลังงาน ระบบชำระเงิน และห่วงโซ่การผลิตช่วยขยายตลาด แต่ประเทศที่เตรียมคนและระบบธุรกิจได้พร้อมกว่าจะเก็บมูลค่าเพิ่มได้มากกว่า ดังนั้น ประเทศไทยจึงต้องมีข้อเสนอที่ชัด! ว่า…จะเป็นผู้ผลิต ผู้ให้บริการ หรือเจ้าของความสามารถส่วนใดในเครือข่ายเหล่านี้

สำหรับโลก บทเรียนเดียวกัน นั่นคือ…ความร่วมมือทางการเงินจะรักษาความเชื่อมั่นได้ยั่งยืน เมื่อประชาชนเห็นความเชื่อมโยงกับงาน โอกาส และความมั่นคงในชีวิต

นับผล ให้ถึงคน :

ข้อเสนอของ “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ณ บรรทัดนี้ นั่นก็คือ…รัฐบาลควรจัดทำแผนติดตามผลหลังการประชุมที่สาธารณชนเข้าถึงได้ โดยแยกสถานะให้ชัดระหว่างข้อหารือ ข้อตกลง โครงการที่อนุมัติแล้ว และการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง

ในช่วง 30 วันแรก ควรรวบรวมรายการความร่วมมือ หน่วยงานเจ้าภาพ ขั้นตอนถัดไป และข้อจำกัดที่ต้องแก้

ภายใน 90 วัน ควรรายงานความคืบหน้าของโครงการสำคัญ พร้อมแผนพัฒนาคนและช่องทางที่ธุรกิจไทยเข้าร่วมได้ กรอบเวลานี้เป็นข้อเสนอเพื่อการติดตามผล มิใช่กำหนดการที่รัฐบาลประกาศแล้ว

จากนั้น ควรรายงานเป็นระยะว่า…เกิดการลงทุนและการจ้างงานจริงเท่าไร? ค่าจ้างและทักษะเปลี่ยนแปลงอย่างไร? SMEs ได้รับโอกาสอะไร? และมีผลกระทบต่อชุมชนที่ต้องแก้ไขเพียงใด?

คนทำงาน…สามารถใช้ข้อมูลนี้ เลือกพัฒนาทักษะที่สัมพันธ์กับตำแหน่งงานจริง

ผู้ประกอบการใช้ประเมินมาตรฐานและโอกาสเข้าสู่ห่วงโซ่อุปทาน

ส่วน ประชาชนไทย สามารถใช้ติดตามความคุ้มค่าของทรัพยากรที่รัฐนำไปสนับสนุน

ความสำเร็จของการเป็นเจ้าภาพได้สร้างต้นทุนความเชื่อมั่นให้ประเทศไทยแล้ว ภารกิจต่อจากนี้ ก็คือ…รัฐบาลจะต้องทำให้ต้นทุนนั้นออกดอกผลอย่างทั่วถึง และเปิดให้สังคมตรวจสอบเส้นทางได้

เวที 2026 IMF-World Bank Group Annual Meetings ปิดฉาก! ลงแล้ว แต่คำตอบในเรื่อง…งาน รายได้ และโอกาสของคนไทย อาจต้องเริ่มทำให้ชัดเจนมากยิ่งๆ ขึ้น นับจากวันนี้เป็นต้นไป!!!.