(บสย. เปิดประตูค้ำสินเชื่อ ‘Non-Bank’ เดิมพันดึงคนตัวเล็กคืนสู่ระบบ)
“คลัง – บสย.” ผนึกเปิดกลไกค้ำประกัน “นาโนพลัส” วงเงิน 2,000 ล้านบาท ตั้งเป้าช่วย “พ่อค้า – อาชีพอิสระ” กว่า 1 แสนราย หลังสินเชื่อ SMEs หดตัวต่อเนื่อง 16 ไตรมาส จับตา “3 โจทย์” อนุมัติจริง ดอกเบี้ยต้องไหว และไม่สร้างวงจรหนี้ใหม่
คลังเปิดทางทุนคนตัวเล็ก :
ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็น ประธานเปิดตัวโครงการค้ำประกันสินเชื่อ “นาโนพลัส” พร้อมปาฐกถาพิเศษหัวข้อ “โอกาสทางการเงินเพื่อคนตัวเล็ก” เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2569 ณ อาคาร 150 ปี กระทรวงการคลัง
ภายในงานมี นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง นางจินดารัตน์ วิริยะทวีกุล ประธานกรรมการ บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. ตลอดจน ผู้บริหารสถาบันการเงินของรัฐ และ ผู้ให้บริการสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ เข้าร่วม
โครงการนี้มีเป้าหมายช่วยเหลือ Micro SMEs พ่อค้า แม่ค้า และอาชีพอิสระ ซึ่งมีรายได้ไม่สม่ำเสมอ ขาดหลักประกัน หรือไม่มีเอกสารทางการเงินเพียงพอ จนถูกสถาบันการเงินมองว่ามีความเสี่ยงสูงและเข้าถึงสินเชื่อได้ยาก
สินเชื่อ SMEs ติดลบ 4 ปี :
ข้อมูลของ ธนาคารแห่งประเทศไทย ณ ไตรมาส 2 ปี 2569 ระบุว่า…แม้สินเชื่อรวมของระบบธนาคารพาณิชย์ขยายตัว 2% และสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ขยายตัว 6.6% แต่สินเชื่อ SMEs กลับหดตัว 4.6% ต่อเนื่องเป็นไตรมาสที่ 16 หรือยาวนานถึง 4 ปี เนื่องจากความเสี่ยงด้านเครดิตยังอยู่ในระดับสูง
สถานการณ์ดังกล่าวเป็นเหตุผลสำคัญที่ทำให้ กระทรวงการคลังและ บสย. ขยายระบบค้ำประกันจากธนาคารพาณิชย์และสถาบันการเงินของรัฐ ไปยังผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่ธนาคาร หรือ Non-Bank ซึ่งให้บริการ สินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ ภายใต้การกำกับของ ธปท. รวมถึงเตรียมรองรับ Virtual Bank ในอนาคต
“เอกนิติ” ชูโอกาสทางการเงิน:
รองนายกฯเอกนิติ กล่าวปาฐกถาตอนหนึ่งว่า…โครงสร้างเศรษฐกิจไทยยังมีความเหลื่อมล้ำในลักษณะ K-Shape ธุรกิจขนาดใหญ่สามารถเข้าถึงเงินทุนและปรับตัวรับความเปลี่ยนแปลงได้ ขณะที่พ่อค้า แม่ค้า อาชีพอิสระ และ SMEs รายย่อยจำนวนมากยังขาดสภาพคล่อง ไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน และไม่มีข้อมูลรายได้ที่เพียงพอต่อการขอสินเชื่อ
รัฐบาลจึงต้องดำเนินนโยบาย ทั้งด้าน “ซ่อม” ปัญหาหนี้และค่าครองชีพ ควบคู่กับการ “สร้าง” โอกาสใหม่ เพื่อให้คนตัวเล็กเข้าถึงเงินทุน พัฒนาทักษะ และยืนได้ด้วยรายได้ของตนเอง ไม่ใช่อาศัยมาตรการช่วยเหลือระยะสั้นเพียงอย่างเดียว
ดร.เอกนิติ ระบุในเชิงนโยบายอีกว่า…การช่วยคนตัวเล็กต้องเปลี่ยนจากการพิจารณาสินเชื่อโดยยึดหลักทรัพย์ค้ำประกันเพียงอย่างเดียว ไปสู่การใช้ข้อมูลรายรับ–รายจ่าย ประวัติการค้าขาย เทคโนโลยี AI และระบบเครดิตสกอริ่ง มาช่วยสะท้อนศักยภาพในการประกอบอาชีพ
“โครงการนาโนพลัสจึงเป็นกลไกที่ให้ บสย. เข้าไปแบ่งเบาความเสี่ยงแก่สถาบันการเงิน และ Non-Bank เพื่อเปิดประตูสินเชื่อในระบบให้ผู้ประกอบการรายย่อย ลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบ และสร้างประวัติเครดิตสำหรับการเข้าถึงแหล่งทุนที่มีต้นทุนเหมาะสมขึ้นในอนาคต” รองนายกฯเอกนิติ ระบุ
บสย. ขยายตาข่ายค้ำประกัน :
ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กล่าวว่า…ภาวะเศรษฐกิจผันผวน ต้นทุนพลังงานที่เพิ่มขึ้น และกำลังซื้อที่ชะลอตัว ส่งผลให้ผู้ประกอบการรายย่อยประสบปัญหาสภาพคล่องและขาดเงินทุนหมุนเวียน ขณะที่สินเชื่อ SMEs หดตัวต่อเนื่อง
“โครงการนี้ถือเป็นมาตรการเสริมสภาพคล่อง เพื่อช่วยเหลือ SMEs คนตัวเล็ก พ่อค้า แม่ค้า ทั้งที่อยู่ในแพลตฟอร์มดิจิทัลของรัฐบาลและกลุ่มที่ค้าขายทั่วไป” เอ็มดี บสย. ระบุและว่า…เป้าหมายสำคัญคือสร้างความเชื่อมั่นให้สถาบันการเงินของรัฐและน็อนแบงก์กล้าอนุมัติสินเชื่อมากขึ้น โดยมี บสย. ช่วยดูดซับความเสี่ยงด้าน Credit Cost และเพิ่มโอกาสทางเครดิตให้กลุ่มผู้ประกอบอาชีพที่ขาดคนค้ำประกัน
เริ่ม 5 พัน – สูงสุด 5 หมื่น :
โครงการนาโนพลัสมีวงเงินค้ำประกันรวม 2,000 ล้านบาท เริ่มดำเนินการในระยะแรก 500 ล้านบาท โดยกำหนดเงื่อนไขสำคัญ ได้แก่..
- วงเงินค้ำประกัน 5,000–50,000 บาทต่อราย
- ระยะเวลาค้ำประกันสูงสุด 4 ปี
- ไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมค้ำประกันจากผู้กู้ตลอด 4 ปี
- สถาบันการเงินหรือ และ Non-Bank เป็นผู้รับภาระค่าธรรมเนียมตามระดับความเสี่ยง
- บสย. ช่วยชดเชยความเสียหายจาก NPL สูงสุด 5%
- ใช้ระบบ TCG Score ประเมินและบริหารความเสี่ยงของผู้กู้รายย่อย
เป้าหมายตลอดโครงการ คือ…ช่วยผู้ประกอบการกว่า 100,000 ราย เฉลี่ยรายละประมาณ 20,000 บาท รักษาการจ้างงาน 146,000 ตำแหน่ง และสร้างผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจมากกว่า 9,860 ล้านบาท
17 Non-Bank รอเชื่อมระบบ :
ก่อนเปิดโครงการ บสย. ได้หารือกับผู้ให้บริการนาโนไฟแนนซ์ประมาณ 17 ราย เพื่อพัฒนารูปแบบค้ำประกันสินเชื่อรายย่อย โดยกรอบสินเชื่อที่หารือกันอยู่ในช่วงประมาณ 20,000–30,000 บาทต่อราย
ผู้สนใจสามารถลงทะเบียน ตรวจสุขภาพทางการเงิน และจองคิวปรึกษาผ่าน LINE OA: @tcgfirst หรือติดต่อศูนย์ที่ปรึกษาทางการเงิน SMEs และสำนักงานเขต บสย. 11 แห่งทั่วประเทศ รวมถึง Call Center โทร. 02-890-9999
“ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ขอตั้งข้อสังเกต…การเปิดตัว “นาโนพลัส” ที่เกิดขึ้นท่ามกลางสินเชื่อ SMEs ที่หดตัวต่อเนื่องถึง 16 ไตรมาส สวนทางกับสินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ที่กลับมาขยายตัว
สถาบันการเงินระวังตัวเกินไป :
มองจากมุมนี้ มันสะท้อนว่า…โจทย์สำคัญอาจไม่ได้อยู่ที่ระบบการเงินขาดสภาพคล่อง แต่อยู่ที่สถาบันการเงินยังระมัดระวังความเสี่ยงของลูกค้ารายย่อย
การให้ บสย. เข้าไปค้ำประกันผ่านทั้งสถาบันการเงินของรัฐ และ Non-Bank จึงเป็นความพยายามลดช่องว่างดังกล่าว และเพิ่มทางเลือกให้กลุ่มที่เข้าไม่ถึงสินเชื่อธนาคารตามปกติ
อย่างไรก็ตาม วงเงินค้ำประกันรวม 2,000 ล้านบาท และเป้าหมายช่วยผู้ประกอบการกว่า 100,000 ราย ยังต้องติดตามผลในทางปฏิบัติ??? ทั้ง…จำนวนผู้ผ่านการอนุมัติจริง รายชื่อผู้ให้บริการที่เข้าร่วม อัตราดอกเบี้ย ระยะเวลาพิจารณา และความสามารถในการชำระหนี้ของผู้กู้
เนื่องจาก การได้รับยกเว้นค่าธรรมเนียมค้ำประกัน มันก็ไม่ได้หมายความว่า…ผู้กู้จะไม่มีต้นทุนดอกเบี้ยหรือผ่านการอนุมัติสินเชื่อโดยอัตโนมัติ
ท้ายที่สุด! ความสำเร็จของนาโนพลัส อาจไม่ควรวัดเฉพาะจำนวนผู้ได้รับสินเชื่อหรือยอดค้ำประกัน
แต่ควรพิจารณาด้วยว่า…เงินทุนช่วยให้ผู้ประกอบการมีสภาพคล่อง สร้างรายได้ และลดการพึ่งพาหนี้นอกระบบได้เพียงใด? รวมถึงอัตราหนี้เสียจะอยู่ภายในกรอบที่กำหนดหรือไม่?
ตัวเลขเหล่านี้ จะเป็นคำตอบว่า…โครงการสามารถเปลี่ยนเงินกู้หลักหมื่นบาทให้เป็นโอกาสทางอาชีพของคนตัวเล็กได้จริงเพียงใด!!??.

