หมากเชิงยุทธศาสตร์

(Trusted Hub : เป้าหมายที่ไทย ‘เร่งเครื่อง’ บนเวทีนานาชาติ ก่อนขยับเกม ‘ดีลใหม่’ เศรษฐกิจโลก)

“เอกนิติ” โชว์บทบาทของไทย บนเวทีเศรษฐกิจระหว่างประเทศ นำสู่การเปลี่ยนผ่านจาก “ผู้เข้าร่วม” เป็น “ผู้กำหนดทิศทาง” หลังจากการเคลื่อนไหวต่อเนื่อง ในห้วงการประชุม IMF–World Bank Spring Meetings 2026 ที่กรุงวอชิงตันสะท้อน “ภาพใหญ่” ของ “ยุทธศาสตร์รัฐไทย” ต่อการวางตำแหน่งประเทศใหม่ สู่การเป็น “Trusted Hub” ในระบบทุนโลก
ภารกิจของ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง ในฐานะ “ตัวแทนรัฐบาลไทย” เข้าร่วม ประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ในช่วงที่ผ่านมา ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา
รวมถึงการ “เดินสาย” หารือระดับทวิภาคีกับ…ผู้แทนอียู รัฐบาลจีน และญี่ปุ่น
และเป็น “ทีมข่าวยุทธศาสตร์” ที่พยายาม “ถอดรหัส” บทบาทดังกล่าวของ รองนายกฯเอกนิติ ผ่านการนำเสนอ 2 บทความวิเคราะห์ข่าวเชิงกลยุทธ์ เมื่อวันที่ 16 (Thailand = Trusted Hub??? (ไทยในเกมทุนโลก: จากเวทีวอชิงตัน สู่…กรุงเทพฯ กับ ‘เดิมพันสำคัญ?’ ในสายตาของนักลงทุนนานาชาติ) https://yutthasartonline.com/strategies/162011)
และ 17 เม.ย.2569 ที่ผ่านมา (รัฐไทยรุกโลกต่อ! (‘เอกนิติ’ นำทีมเดินเกม Trusted Hub : จาก ‘วิสัยทัศน์’ สู่ดีล 3 ขั้วเศรษฐกิจโลก) https://yutthasartonline.com/strategies/162129)
พูดได้ว่า…ภารกิจของ “ตัวแทนรัฐบาลไทย” อาจไม่ได้เป็นเพียง…การรายงานภารกิจ แต่มันคือ…การ “ปูเรื่องเล่าข้ามโลก” เพื่อให้โลกมองเห็นไทยในบทบาทใหม่ กับสถานะ…การเป็น “พื้นที่ปลอดภัยทางเศรษฐกิจ” ที่มี…ศักยภาพเชื่อมโยงมหาอำนาจ
และพร้อมจะนำไปสู่…จังหวะการขยับ “เชิงลึก” ยิ่งขึ้นในวันนี้…

1. การหารือทวิภาคี กับ Mrs. Indranee Rajah รมต.สำนักนายกรัฐมนตรีและรมช.คลังสิงคโปร์ เพื่อแลกเปลี่ยนมุมมองต่อสถานการณ์เศรษฐกิจโลกและเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น
โดยเป็นการหารือถึง แนวทางขับเคลื่อนความร่วมมือในกรอบ ASEAN ที่มุ่งใช้โอกาสจากการเป็น “ประธานอาเซียน” ต่อเนื่องของสิงคโปร์ในปี 2570 และไทยในปี 2571 เพื่อ “ผลักดัน” วาระการเงินของภูมิภาคในลักษณะต่อเนื่องระยะกลาง (multi-year agenda) อย่างเป็นระบบ
อาทิ การบูรณาการเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) ในภาคการเงินเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการให้บริการ และ การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในภูมิภาค (ASEAN Power Grid)
2. การพบปะหารือกับ Ambassador Jamieson Greer ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อ กระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างประเทศไทยและสหรัฐอเมริกา
ทั้งนี้ 2 ฝ่ายได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างกัน โดยไทยเน้นย้ำ…ความตั้งใจในการร่วมมือกันในประเด็นดังกล่าว ซึ่งฝ่ายสหรัฐฯ ก็ได้แลกเปลี่ยนข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์กับรัฐบาลไทย
นำไปสู่…การกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจการค้าระหว่างทั้ง 2 ประเทศ

และ 3. กรณีที่ รองนายกฯเอกนิติ เป็นเพียง ตัวแทน “หนึ่งเดียว” จากอาเซียน ที่เข้าร่วม เสวนาเศรษฐกิจโลก “The Debate on the Global Economy” พร้อมกับ Dr. Kristalina Georgieva กรรมการจัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ Mr. Mohammed Al-Jadaan รมต.คลัง ซาอุดีอาระเบีย Mr. François Villeroy ผู้ว่าการธนาคารกลางฝรั่งเศส Dr. Eswar Prasad ศาสตราจารย์อาวุโสด้านนโยบายการค้าและเศรษฐศาสตร์ Cornell University และ Ms.Martina Cheung ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และคณะกรรมการบริษัท S&P Global
ซึ่งเป็น…เวทีหลัก (flagship) ในการประชุมสภาผู้ว่าการธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (Spring Meetings) ปี 2569 ณ กรุงวอชิงตัน ดี.ซี. สหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 16 เมษายน 2569
นอกจากนี้ “ตัวแทนรัฐบาลไทย” ยังได้เข้าหารือทวิภาคีกับ นายอาเจย์ บังกา ประธานธนาคารโลก (17 เมษายน) โดยทั้ง 2 ฝ่ายได้แลกเปลี่ยนมุมมองในประเด็นที่มีนัยยะสำคัญต่อทิศทางความร่วมมือระหว่างไทยและธนาคารโลกในระยะ ต่อไป
โดยเฉพาะ…กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศไทยและธนาคารโลก ที่มีหนึ่งในโครงการสำคัญ คือ Low Carbon City Project ซึ่งจะมีบทบาทสำคัญในการ “เปลี่ยนผ่าน” ไปสู่การใช้พลังงานสะอาดและเศรษฐกิจสีเขียว
นอกจากนั้น ยังได้หารือถึง การเข้าถึงบริการทางการเงินผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล (digital financial inclusion)

ทั้งนี้ ธนาคารโลกกล่าวชื่นชมประเทศที่มีรูปธรรมในการนำ digital finance และ AI เข้ามายกระดับทักษะ คุณภาพชีวิตและผลิตภาพให้ประชาชน นอกจากนี้ ทั้ง 2 ฝ่ายได้หารือเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมของกรุงเทพมหานครในการเป็นเจ้าภาพ IMF-World Bank Group Annual Meetings 2026 ระหว่างวันที่ 12–18 ตุลาคม 2568 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งจะเป็น “โอกาสสำคัญ
ในภาพรวม บทบาทของ รองนายกฯเอกนิติ ตลอด 3-4 วันที่ผ่านมา มิต่างจากการ “วางหมากเชิงระบบ” มากกว่า…การเจรจาเฉพาะหน้า
กล่าวคือ…ไทยไม่ได้แค่เพียงเข้าไปอยู่ในวงสนทนาโลก แต่กำลังพยายามกำหนด “กรอบความคิดใหม่” ของการลงทุนระหว่างประเทศ โดยเฉพาะ แนวคิด Economic Security ที่ถูกยกระดับเป็นปัจจัยหลักแทนต้นทุนหรือผลตอบแทนเพียงอย่างเดียว
“สาระสำคัญ” ที่ รัฐบาลไทย พยายามสื่อออกไป นั่นคือ…โลกกำลังอยู่ในจุดเปลี่ยนจาก Globalization แบบเดิม ไปสู่ยุคของ “Selective Connectivity” ที่นักลงทุนเลือกพื้นที่บนฐานของความมั่นคง เสถียรภาพ และความสามารถในการรับมือความเสี่ยงเชิงภูมิรัฐศาสตร์
ซึ่งก็คือ…“ช่องวางเชิงยุทธศาสตร์” ที่ไทยพยายามจะเข้าไปยืนให้ได้!!!
การประกาศตัวเป็น “Trusted Hub” จึงไม่ใช่เพียง Branding ทางเศรษฐกิจ แต่เป็นความพยายาม “รีโพสิชันประเทศ” ในโครงสร้างเศรษฐกิจโลกใหม่ โดยใช้ “ข้อได้เปรียบ” ของไทยทั้งในด้าน…เสถียรภาพมหภาค โครงสร้างพื้นฐาน และ บทบาทใน ASEAN เป็น…ตัวค้ำยัน! ที่สำคัญ
เมื่อพิจารณาเชิงกลยุทธ์ จะเห็นว่า…หลายวันที่ผ่านมา ไทยกำลังทำ 3 เรื่องพร้อมกัน โดย “ไม่แยกส่วน” ออกจากกันเลย
หนึ่ง คือ…การสร้างความเชื่อมั่นในระดับมหภาคผ่านเวทีโลก
สอง คือ…การเชื่อมความสัมพันธ์กับขั้วเศรษฐกิจหลัก
และ สาม คือ…การวางบทบาทในระดับภูมิภาคให้สอดรับกับทั้ง 2 ระดับแรก
สิ่งที่น่าสนใจไม่แพ้กัน นั่นคือ…การขยับของไทยไม่ได้อยู่ในลักษณะ “เลือกข้าง” แต่เป็นการ “เชื่อมขั้ว” ซึ่งเป็นแนวทางที่มีความเสี่ยงสูง!!??
แต่หากทำสำเร็จ จะทำให้ไทย…กลายเป็น “พื้นที่ยุทธศาสตร์” ที่ทุกฝ่ายต้องการรักษาความสัมพันธ์ไว้ และนี่คือ…
หัวใจของ Trusted Hub ในเชิงโครงสร้าง นั่นเอง
ในบริบทโลกที่ “ความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์” ยังคงยืดเยื้อ และ “ห่วงโซ่อุปทานโลก” กำลังถูกจัดระเบียบใหม่ นั้น ประเทศที่สามารถ “รักษาสมดุล” ระหว่างมหาอำนาจได้ จะมีมูลค่าเพิ่มในสายตานักลงทุนทันที
และไทยกำลังพยายามพิสูจน์ว่า…ตนเองมีคุณสมบัติเช่นนั้นจริงๆ
อีกด้านหนึ่ง การสื่อสารเชิงนโยบายของไทย เริ่มมี “ความเป็นระบบ” มากขึ้น! โดยเฉพาะ การใช้กรอบแนวคิด เช่น 4T (Target, Transition, Transformation, Together) ซึ่งไม่ได้เป็นเพียง “คำสวยหรู” แต่มันได้สะท้อน…วิธีคิดเชิงนโยบายที่ต้องการตอบโจทย์โลกใหม่ที่ซับซ้อนขึ้น
ทั้งใน…มิติพลังงาน เทคโนโลยี และความยั่งยืน!!!
การเน้นย้ำ…เรื่องพลังงานและการเปลี่ยนผ่านสู่พลังงานหมุนเวียน ก็เป็นอีก “หนึ่งสัญญาณสำคัญ” ว่า ไทยเข้าใจดีว่าความมั่นคงทางพลังงาน คือ “ฐานราก” ของความมั่นคงทางเศรษฐกิจ และจะเป็น “ตัวแปรชี้ขาด” ในการแข่งขันดึงดูดเงินลงทุนในอนาคต
ทั้งหมดนี้…ทำให้ 2 บทความก่อนหน้านี้ ของ “สำนักข่าวยุทธศาสตร์ออนไลน์” ไม่ได้เป็นเพียงแค่การ “รายงานความเคลื่อนไหว” แต่คือ…การปูพื้นให้เห็นทิศทางของรัฐไทย ที่กำลังเปลี่ยนจากการตอบสนองต่อโลก ไปสู่การ “ออกแบบบทบาทของตนเองในโลก”
และเมื่อ…มองจากจุดนี้ไปข้างหน้า การขยับตัวในวันนี้ของรัฐบาลไทย ผ่าน “รองนายกฯเอกนิติ” จึงไม่ใช่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างโดดเดี่ยว แต่เป็น “เฟสถัดไป” ของยุทธศาสตร์เดียวกัน
จากการ ประกาศวิสัยทัศน์ สู่…การลงมือเชื่อมประเด็นจริง ทั้งพลังงาน การค้า และเวทีเศรษฐกิจโลก!!!
สิ่งที่น่าสนใจจากนี้ นั่นคือ…การเคลื่อนไหวของรัฐบาลตลอดหลายวันที่ผ่านมา จะสามารถแปลงเป็น “ความเชื่อมั่นเชิงรูปธรรม” ได้หรือไม่?
โดยเฉพาะมองหา “พื้นที่ปลอดภัย” ท่ามกลางโลกที่ไม่แน่นอนในสายตาของนักลงทุนระหว่างประเทศ
เพราะท้ายที่สุดแล้ว Trusted Hub จะไม่ถูกตัดสินจาก…คำประกาศบนเวทีโลก แต่จะถูกพิสูจน์ผ่าน “ดีลจริง” ที่เกิดขึ้นหลังจากนั้น
และนี่คือ…จุดที่ข่าวทั้ง 3 เรื่องของรองนายกรัฐมนตรี ณ ยามนี้ กำลังจะเข้ามาเติมภาพให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น นั่นเอง!!!.






