ทะยาน…ฟันฝ่า!!??

(ส่งออกไทย…ฝ่าหลุมอากาศใหญ่ – EXIM BANK มุ่ง ‘รีเซ็ต’ ระบบ สู่ Co-pilot เชื่อมตลาดทุนสีเขียว)

EXIM BANK ฉายภาพส่งออกไทยปี’69 ชี้! จำต้องบินฝ่าหลุมอากาศใหญ่ ท่ามกลางกติกาการค้าโลกที่เปลี่ยนเกม สู่มาตรฐาน ESG ย้ำ! ไม่เลือกประคอง แต่จะ “รีเซ็ตระบบ” สู่บทบาท “Export Co-pilot” ดันพอร์ตสินเชื่อสีเขียว 9.16 หมื่นล้านบาท เชื่อมตลาดทุนสีเขียวระดับชาติ ภายใต้แผน BUSINESS = PROCESS + PEOPLE และยุทธศาสตร์ S-M-A-R-T  เชื่อมสถาปัตยกรรมการเงินใหม่ทั้งระบบ

32 ปีของสถาปนา…ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (EXIM BANK) ได้ฉายภาพบางอย่างที่ คนในแวดวงเศรษฐกิจมหาภาคและภาคส่งออกของไทย จำต้องหันมองและคิดตาม…

พลันที่ นายชลัช รัตนบุญนิธิ กรรมการผู้จัดการ EXIM BANK แถลงข่าว พร้อมเอกสารสำคัญประกอบการนำเสนอครั้งนี้ มันชี้ว่า…เศรษฐกิจไทยยามนี้ กำลังเผชิญ “หลุมอากาศ” ที่ลึกกว่าความผันผวนระยะสั้น เหตุเพราะ…เครื่องยนต์การลงทุนยังไม่เร่งรอบ

ขณะที่ ภาคการส่งออก หัวใจของ GDP กำลังถูกบีบจากสงครามการค้า ความตึงเครียดภูมิรัฐศาสตร์ ค่าเงินบาทที่แกว่งแรง ต้นทุนพลังงานและโลจิสติกส์ที่ยังสูง รวมถึง มาตรการกีดกันทางการค้าที่ไม่ใช่ภาษีและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมซึ่งกลายเป็นด่านใหม่ของการเข้าถึงตลาดโลก

ภายใต้บริบทนี้ การคาดการณ์ส่งออกในปี 2569 ที่อาจโตได้เพียง 0–2% จึงเป็นมากกว่า…ตัวเลขธรรมดา หากแต่เป็นสัญญาณเตือน ว่า…

“ระบบสนับสนุน” ภาคการส่งออกของไทยจะต้องพร้อมมากกว่าที่เป็นอยู่???

ในโครงสร้างจริง ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะ กลุ่ม SMEs ที่ยังคงติดกับดัก “ข้อจำกัด” หลายชั้น ตั้งแต่…ปัญหาด้านสภาพคล่อง การเข้าถึงข้อมูลตลาด เครือข่ายคู่ค้า ไปจนถึง เครื่องมือบริหารความเสี่ยงอัตราแลกเปลี่ยน ความเสี่ยงประเทศผู้ซื้อ และความเสี่ยงผู้ซื้อ

แม้ SMEs ทั้งระบบมีราว 3.2 ล้านราย แต่สัดส่วนที่เป็น “ผู้ส่งออก” คงมียังน้อยถึงน้อยมากๆ และในกลุ่มที่ส่งออกแล้วจำนวนมาก ยังไม่ได้ป้องกันความเสี่ยงค่าเงินอย่างเป็นระบบ

ภาพนี้สะท้อนว่า…หากจะดันส่งออกให้โต 2% ได้ สินเชื่อทั้งระบบต้องไม่หดตัว และต้องมีความร่วมมือจากธนาคารพาณิชย์ควบคู่กันไป

“การส่งออกยังเป็นเครื่องยนต์หลักของ GDP หากจะโต 2% ได้ ระบบสินเชื่อต้องไม่ดรอป และต้องอาศัยความร่วมมือทั้งระบบการเงิน ไม่ใช่ EXIM เพียงลำพัง” นายชลัช กล่าว พร้อมย้ำว่า…

“ความผันผวนวันนี้ “ไม่ใช่…วัฏจักรสั้น ๆ” แต่มันคือ….การเปลี่ยนกติกาโลก!!! ที่ “ผู้ส่งออก” จำต้องมีเครื่องมือบริหารความเสี่ยงมากกว่าที่เคยมี”

ท่ามกลางแรงกดดันดังกล่าว การประกาศปรับบทบาทสู่ “Export Co-pilot” จึงมีนัยเชิงระบบมากกว่าการรีแบรนด์

เพราะสิ่งนี้ คือ…การยกเครื่อง Operating System ของธนาคารเพื่อการพัฒนาให้สอดรับกับกระแสของโลกใหม่ ภายใต้สมการที่เด่นชัด กล่าวคือ BUSINESS = PROCESS + PEOPLE และ ยุทธศาสตร์ S – M – A – R – T ที่ครอบคลุม…

การยกระดับผู้ประกอบการ (SME Export Grooming)

การเปิดตลาดใหม่ (Market Expansion)

การขับเคลื่อนความยั่งยืน (Advocacy & Sustainability)

การปฏิรูประบบดิจิทัล (Revamp Digital Systems)

และ วัฒนธรรมทีมเดียวกัน (Teamwork Spirits)

เป้าหมายไม่ใช่…เพิ่มวงเงินอย่างเดียว! แต่คือ… การสร้าง “เกราะป้องกันความเสี่ยง” ผ่านแพ็กเกจสินเชื่อควบคู่ประกันการส่งออก เครื่องมือป้องกันความเสี่ยงค่าเงิน และการตัดสินใจบนฐานข้อมูลที่แม่นยำ

“เราไม่ได้ต้องการเป็นเพียงผู้ให้สินเชื่อ แต่เป็น Co-pilot ที่ช่วยผู้ส่งออกวางแผนเส้นทางบิน บริหารความเสี่ยง และใช้ข้อมูลตัดสินใจอย่างแม่นยำ” เอ็มดี. EXIM BANK ระบุ พร้อมทิ้งน้ำหนักว่า…

“โลกใหม่แข่งขันกันที่มาตรฐานและความสามารถในการจัดการความเสี่ยง ไม่ใช่ต้นทุนเพียงอย่างเดียว”

สำหรับ ผลการดำเนินงานปี 2568 ได้บ่งชี้…การตั้งหลักเชิงรุก! ผลคือ มีการอนุมัติสินเชื่อใหม่ 54,346 ล้านบาท กระจายความเสี่ยงสู่ตลาดใหม่และ CLMV 9,125 ล้านบาท ยอดคงค้างและภาระผูกพันรวม 191,800 ล้านบาท ธุรกิจประกันการส่งออกและประกันความเสี่ยงการลงทุน 194,564 ล้านบาท

ขณะที่ คุณภาพพอร์ตยังคุมได้ NPL 3.66% และ Coverage Ratio 261.85% กำไรสุทธิ 1,904 ล้านบาท

ตัวเลขเหล่านี้ มิต่างจาก “กันชน!” รองรับความไม่แน่นอน พร้อมสร้างฐานะทางการเงินที่มั่นคง และเปิดพื้นที่ให้การ “เสริมสภาพคล่องควบคู่บริหารความเสี่ยง” ได้จริงตามคำประกาศ

อย่างไรก็ดี หัวใจของการ “ยกเครื่อง!” ครั้งนี้ อยู่ที่การผสาน “ความยั่งยืน” เป็น…แกนกลางพอร์ต สินเชื่อและภาระผูกพันที่สนับสนุนการลงทุนเพื่อความยั่งยืน!

ณ สิ้นปี 2568 EXIM BANK มีสินเชื่ออยู่ที่ 91,650 ล้านบาท คิดเป็น 47.78% ของยอดคงค้างรวม สะท้อนการ จัดวางพอร์ตเพื่อรองรับมาตรฐานสิ่งแวดล้อมโลกอย่างเป็นระบบ และเชื่อมต่อกับทิศทาง “ตลาดทุนสีเขียว ”ระดับประเทศ ที่ฝ่าย คุมนโยบายเศรษฐกิจของประเทศ กำลังผลักดันให้เป็นกลไกระดมทุนระยะยาว

ภาพจึงชัดว่า…ระดับประเทศ คือ “ตลาดทุนสีเขียว” ระดับสถาบัน คือ “Export Co-pilot + ESG Lending” และระดับ SME คือการปรับตัวตาม CBAM และมาตรฐานสากล

โดยมี “สินเชื่อ – ประกัน – เฮดจิ้ง” เป็น…เครื่องมือประคอง และคอยเร่งสปีดให้เร็วขึ้น!!!

“ความยั่งยืนไม่ใช่ทางเลือก แต่เป็นเงื่อนไขของการเข้าถึงตลาด หากไม่ปรับวันนี้ ต้นทุนวันหน้าจะสูงกว่า” นายชลัช ย้ำ

เมื่อผูกโยงทั้ง 3 ระดับเข้าด้วยกัน เราจึงได้เห็น…โครงสร้างใหม่ของระบบการเงินเพื่อการส่งออก ที่มุ่งสู่ความเป็น…สถาปัตยกรรมที่เชื่อมเครดิตเข้ากับมาตรฐานโลก เชื่อมสินเชื่อเข้ากับข้อมูล และเชื่อม ESG เข้ากับความสามารถแข่งขัน

กับ…เป้าหมายส่งออกเติบโต 2% อาจดูจำกัดในปีแห่งความผันผวน แต่หาก Operating System ใหม่นี้เดินหน้าได้จริง ตัวเลขที่ว่านี้…ก็อาจเป็นเพียง “จุดตั้งต้น” ของการปรับโครงสร้างที่ลึกกว่าและยั่งยืนกว่า

คำถามสำคัญที่มีตามมา อาจเป็นมากกว่า…การที่ EXIM BANK จะปล่อยกู้ได้เท่าไร? หากต้องถามใหม่ว่า…

ระบบการเงินไทยที่จะคัดเลือกและยกระดับผู้ส่งออกให้ผ่านด่านกติกาโลกยุคใหม่ และเปลี่ยนหลุมอากาศให้เป็นแรงยกของการเติบโตระยะยาว มีความพร้อมแค่ไหน???

นาทีนี้ คำตอบจากผลประจักษ์ที่จะเกิดขึ้นตามมาในอีกไม่กี่เพลาข้างหน้า จะบอกเองว่า…ภายใต้สมการ  BUSINESS = PROCESS + PEOPLE และแผนยุทธศาสตร์ S-M-A-R-T ของ EXIM BANK เป็นจริงได้แค่ไหน? อย่างไร? ด้วยเหตุผลใด?.

.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password