คืน…อำนาจจริง!

(กกต.เร่งเปิดนโยบายพรรคฯ ยกระดับเลือกตั้ง เปลี่ยน ‘ขายฝัน’ สู่การเมืองที่ต้องอธิบายให้ครบ สะท้อนอำนาจแท้จริงของคนไทย)

ยอดผู้ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 2.4 ล้านคน สะท้อนการตัดสินใจทางการเมืองที่เร็วขึ้น ขณะที่ประชามติยังตามหลังเกือบล้านเสียง กกต.จึงเร่งพรรคการเมืองเปิดนโยบายให้ประชาชนรับรู้ก่อนหย่อนบัตรจริง ชี้การเลือกตั้งปี 2569 กำลังเปลี่ยนผ่านจากนโยบายเชิงสัญญา ไปสู่การเมืองที่ต้องอธิบายที่มา ความเสี่ยง และความคุ้มค่าอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ตัวเลขผู้ลงทะเบียนใช้สิทธิเลือกตั้งล่วงหน้ากว่า 2.4 ล้านคน เทียบกับ ผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามติราว 1.5 ล้านคน ไม่ได้เป็นเพียง…ข้อมูลเชิงสถิติของกระบวนการเลือกตั้ง เท่านั้น
หากแต่กำลังสะท้อน “พฤติกรรมการตัดสินใจทางการเมือง” ของประชาชนไทยที่เปลี่ยนไปอย่างมีนัยสำคัญ???
กล่าวคือ…ประชาชนจำนวนมาก เลือกที่จะตัดสินใจล่วงหน้า เร็วกว่า…วันเลือกตั้งจริง ถึงเกือบ 3 สัปดาห์!
ขณะที่ การตัดสินใจในเรื่องประชามติ กลับยังไม่เร่งเร้าในระดับเดียวกัน?
ช่องว่างดังกล่าว จึงไม่ใช่เพียงความต่างของตัวเลข แต่เป็น “สัญญาณเตือน!” เชิงโครงสร้าง ว่า…ประชาชนกำลังเลือก “คน” มากกว่า “กติกา”
และ กำลังตัดสินใจ? ภายใต้ข้อมูลที่อาจยังไม่ครบถ้วนเท่าที่ควร!!??
ในบริบทเช่นนี้ การที่ นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ออกมาจี้! ให้บรรดาพรรคการเมืองต่างๆ เร่งเปิดเผยนโยบาย โดยเฉพาะ…นโยบายที่ต้องใช้งบประมาณ ก่อนประชาชนหย่อนบัตร
สิ่งนี้…จึงไม่ใช่ประโยคคำพูด ตามหน้าที่เชิงเทคนิค หากแต่เป็นการขยับบทบาทของ กกต. จาก…ผู้จัดการกระบวนการเลือกตั้ง ไปสู่…ผู้ค้ำประกันสิทธิของประชาชนในการตัดสินใจ อย่างมีข้อมูล
การตั้ง คณะกรรมการตรวจสอบนโยบายพรรคการเมือง ที่มีตัวแทนจากหลายภาคส่วน ทั้งด้าน…เศรษฐกิจ, สังคม, การคลัง และนโยบายสาธารณะ
นี่คือ สัญญาณชัด! ว่า..การเมืองไทยกำลังถูกยกระดับจาก “นโยบายขายฝัน” ไปสู่ “นโยบายที่ต้องอธิบายที่มา-ความเสี่ยง-ความคุ้มค่า” อย่างเป็นรูปธรรม!!! ไปแล้ว…
การเปลี่ยนผ่านนี้ เกิดขึ้นในจังหวะเดียวกับที่สังคมไทย กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ “การเลือกตั้งล่วงหน้า” อย่างจริงจัง
เพราะเมื่อ…ประชาชนไทยจำนวนมาก ตัดสินใจ “ใช้สิทธิ” ได้เร็วกว่าที่…ระบบการเมืองเคยคุ้นชิน ดังนั้น พรรคการเมือง จึงไม่อาจอาศัย “กลยุทธ์การสื่อสาร” แบบเดิม! ที่ค่อย ๆ “เปิดนโยบาย” ในช่วงโค้งสุดท้าย หรืออาศัยถ้อยคำกว้าง ๆ ที่ไม่ต้องอธิบายต้นทุนและผลกระทบในระยะยาว ได้อีกต่อไป
นั่นเพราะ…คะแนนเสียงจำนวนไม่น้อย ได้ถูก “ใช้ไปแล้ว” ก่อนถึงวันเลือกตั้งจริง และไม่สามารถ “ย้อนกลับ” มาแก้ไขความเข้าใจได้
ในอีกด้านหนึ่ง ตัวเลขผู้ลงทะเบียนออกเสียงประชามติที่ต่ำกว่าการเลือกตั้งล่วงหน้า ก็ยังไม่อาจสรุปอย่างผิวเผินว่า…เป็นความไม่สนใจของประชาชนเพียงฝ่ายเดียว
หากแต่สะท้อน “ข้อจำกัด” ของการออกแบบกฎหมาย, รูปแบบการลงทะเบียน และการสื่อสารเชิงนโยบายที่ยังทำให้ประชามติถูกมองว่า…เป็นเรื่องไกลตัว
อีกทั้ง การที่ เลขาธิการ กกต. ย้ำชัดว่า…ไม่ควรคิดแทนประชาชนว่า “ผู้ที่ลงทะเบียนเลือกตั้งล่วงหน้า” จะต้องออกเสียงประชามตินอกเขตด้วย
นัยสำคัญ! จึงอยู่ที่การยอมรับความแตกต่างของการตัดสินใจ มากกว่าการเหมารวมว่า…ความต่างของตัวเลขคือความล้มเหลวของระบบ
อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ คือ โครงสร้างการแข่งขันทางการเมืองกำลังเปลี่ยนไป!!!
พรรคการเมืองที่ยังไม่สามารถจะ “อธิบาย” นโยบายอย่างเป็นระบบ! ไม่สามารถชี้แจงแหล่งที่มาของงบประมาณ, ความเสี่ยง และความคุ้มค่าเชิงสาธารณะ
พรรคเหล่านี้ ย่อมจะ “เสียเปรียบ” เชิงโครงสร้าง! โดยอัตโนมัติ ในยุคที่ประชาชนตัดสินใจเร็วขึ้น!!!
การ “เร่งเปิดนโยบาย” จึงไม่ใช่เพียงการปฏิบัติตามข้อกำหนดของ กกต. แต่เป็น “บททดสอบ” ความพร้อมและความจริงใจของพรรคการเมือง “ต่อ” สิทธิการรับรู้ของประชาชน
ท้ายที่สุด! การเลือกตั้งปี 2569 จึงไม่ได้เป็นเพียงการแข่งขันว่า…ใครจะได้เสียงมากกว่า หากแต่เป็น “การแข่งขันเชิงคุณภาพ” ว่า…ใครเคารพการตัดสินใจของประชาชนมากกว่ากัน?
การเร่งเปิดนโยบายก่อนหย่อนบัตร คือ การยอมรับว่า…ประชาชนไม่ใช่ผู้ฟังคำปราศรัยในนาทีสุดท้ายอีกต่อไป
แต่เป็นผู้ตัดสินใจล่วงหน้าที่ต้องการข้อมูลครบถ้วน, รอบด้าน และตรวจสอบได้
การเมืองไทยในวันนี้…จึงกำลังถูก “ยกระดับ” ขึ้นมา และ พรรคการเมืองที่ยัง “ยึดติด” กับ…นโยบายขายฝัน อาจเป็น..ฝ่ายที่ “ถูกทิ้ง” ไว้ข้างหลังโดยไม่รู้ตัว??? ก็เป็นไปได้!!!.






