เกินโกงข้อสอบ!!??

(เป็นมากกว่าการ “โกงรายบุคคล” เพราะมันคือ ‘องค์กรอาชญากรรม‘ ซื้อขายตำแหน่งข้าราชการไทย)
“ฟาดเต็มที่” วลีการเมืองจากปากของ “นายกฯอนุทิน” กลายเป็นคำที่ถูกพูดถึงมากที่สุด! หลังพบขบวนการทุจริตสอบข้าราชการท้องถิ่น นำสู่…คำสั่งฟ้าผ่า! ย้าย “อธิบดี สถ.” วันเดียวกัน ทว่าเมื่อควันข่าวเริ่มจางลง สิ่งที่สังคมไทยต้องตั้งคำถามตัวโตๆ อาจไม่ใช่เพียงว่า “ใครโกงข้อสอบ?” แต่เป็น…ระบบราชการไทย…กำลัง “ถูกซื้อขาย” กันเป็น “ขบวนการ” หรือไม่???
จากโกงข้อสอบ สู่การซื้อขายเก้าอี้ :
สิ่งที่ปรากฏจาก ข้อมูลการสืบสวน กระทั่ง นำสู่…การแถลงข่าวการจับกุม “ขบวนการโกงสอบท้องถิ่น” ของหน่วยงานปราบโกง อย่าง…ป.ป.ช. บก.ปปป. และ DSI เมื่อวันที่ 23 มิ.ย. 2569
สิ่งนี้…อาจไม่ได้ “สะท้อนภาพ” การทุจริตแบบต่างคนต่างทำ? หากแต่มีลักษณะเป็น…เครือข่าย มีนายหน้า มีฐานปฏิบัติการ มีข้อมูลรายชื่อ มีระบบแก้ไขคะแนน และ มีอัตราค่าซื้อขายตำแหน่ง อย่างชัดเจน
นี่จึงไม่ใช่เพียงแค่เป็น….การโกงข้อสอบธรรมดา แต่ใกล้เคียงกับ “องค์กรอาชญากรรม” ที่ใช้ระบบราชการเป็นช่องทางสร้างผลประโยชน์ อย่างที่สุด!
ความเสียหายที่แท้จริง ไม่ใช่ตัวเงิน :
กับ กลวิธีการโกง โดยการใช้…ระบบอิเล็กทรอนิกส์แก้คะแนนสอบให้คนที่จ่ายเงิน ซึ่งมีการเตรียม “กระดาษคำตอบ” ไว้ล่วงหน้า
คนที่จ่ายเงินจะได้ “ชุดคำตอบถูก” แล้วเอาคะแนนไปคีย์เข้าระบบให้ผ่าน!!!
กับ เรตราคา “ค่าดำเนินการ” สำหรับ…ตำแหน่งทั่วไป 350,000 บาท และ พื้นที่แข่งขันสูง 700,000-800,000 บาท
ด้วยจำนวนผู้เกี่ยวข้อง ที่ หลักฐานเบื้องต้น พบการแก้ไขคะแนนประมาณ 2,000 ราย จาก ผู้เข้าสอบที่ยึดเอกสารได้ 3,000 ราย ทั้งนี้ ป.ป.ช. ระบุว่า…มีคนจ่ายเงิน 268 ราย สร้างมูลค่าความเสียหายรวมกว่า 4,500 ล้านบาท
แม้ตัวเลขความเสียหายเบื้องต้น จะถูกประเมินเป็นตัวเลขระดับหลาพันล้านบาท แต่สิ่งที่น่ากังวลยิ่งกว่า? นั่นก็คือ…คนที่ได้ตำแหน่งจากการซื้อขาย อาจกลายเป็น…ข้าราชการผู้ใช้อำนาจในท้องถิ่นต่อไปอีกหลายสิบปี
เมื่อ “จุดเริ่มต้น” ของการรับราชการ ไม่ได้มาจากความรู้ความสามารถ แต่เกิดจาก…เงินและเส้นสาย
ระบบทั้งระบบ! ย่อมถูกบ่อนทำลายตั้งแต่ต้นน้ำ!!??
ได้แต้มจากการปราบ แต่ยังไม่จบ :
รัฐบาลและกระทรวงมหาดไทย อาจได้รับคะแนนบวกจากการตอบสนองอย่างรวดเร็ว จาก…การสั่งย้ายผู้บริหารระดับสูง เช่น นายธีรุตม์ ศุภวิบูลย์ผล อธิบดีกรมการปกครองส่วนท้องถิ่น (สถ.) รวมถึง การประกาศขยายผลอย่างจริงจัง!!??
สะท้อนภาพของการไม่ปกป้องคนผิด!!!
แต่ใน อีกด้านหนึ่ง สังคมไทย ย่อมตั้งคำถามตามมาได้ว่า…เหตุใดการทุจริตขนาดใหญ่เช่นนี้ จึงเกิดขึ้นภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานในยุคปัจจุบัน
และหากการดำเนินคดี หยุด! อยู่เพียงแค่…เจ้าหน้าที่ระดับกลาง หรือ ผู้ปฏิบัติการปลายแถว
ภาพการปราบโกงอาจถูกมองว่าเป็นเพียงการ “ตัดตอน” ได้เช่นกัน!
จุดตัดสินทางการเมือง! :
รัฐบาล ภายใต้การนำของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรมว.มหาดไทย “ต้นเรื่อง” ของปัญหาระดับชาตินี้ และกำลังยืนอยู่บน…เส้นแบ่งบางๆ ระหว่างความเป็น…“ผู้ปราบโกง” กับ “ผู้ปล่อยให้โกง”
หากสามารถสาวถึง “ต้นตอ” และ “ถอนรากถอนโคน” เครือข่ายผลประโยชน์ได้จริง! วิกฤตครั้งนี้อาจกลายเป็นผลงานชิ้นสำคัญของรัฐบาล
แต่หากคดีนี้ “จบลง” เพียงแค่จับกุมคนระดับล่างๆ แล้วปล่อยให้ “ผู้มีอำนาจ” ที่อยู่เหนือระบบ และเหนือกว่าคนระดับ “อธิบดีฯ” ลอยนวล
เรื่องนี้…อาจจะไม่ถูกจดจำในฐานะ “คดีโกงข้อสอบ!” แต่จะถูกจดจำว่า…เป็นคดีที่เผยให้เห็นว่า “ตำแหน่งข้าราชการไทย ถูกซื้อขายกันราวกับสินค้า”
และนั่นอาจเป็น…ความเสียหายที่ร้ายแรงกว่าการโกงข้อสอบเสียอีก!!!
ตัวละครที่ยังไม่ปรากฏตัว :
สิ่งที่สังคมไทย เฝ้าจับตามากที่สุด! ในนาทีนี้ อาจไม่ใช่…รายชื่อผู้ถูกจับกุมในวันนี้ แต่คือ…รายชื่อของบุคคลที่ยังไม่ถูกเปิดเผย?
นั่นเพราะ…คดีระดับนี้ หากมีเพียงข้าราชการระดับปฏิบัติการและนายหน้าเพียงไม่กี่คน? ย่อมยากที่จะอธิบายการทำงานของเครือข่ายที่มีการซื้อขายตำแหน่งอย่างเป็นระบบ!!??
ดังนั้น ตัวละครที่ยังไม่ปรากฏตัว อาจเป็นตัวแปรสำคัญที่สุดของคดี และอาจมีความสำคัญมากกว่าตัวละครที่ถูกจับไปแล้วเสียอีก
และคดีนี้ อาจไม่ได้ “ถูกจดจำ” จากจำนวนผู้ถูกจับกุม แต่จะถูกจดจำจาก…รายชื่อของผู้ที่สังคมไทย ยังคงเฝ้ารอคำตอบ ที่ว่า…
พวกเขา บรรดา “ตัวการ” คนโกงเหล่านั้น…อยู่ที่ไหนกันแน่!!??.






