คปท.จี้ ยธ.ระงับพักโทษ ‘ทักษิณ’ เหตุเคยทำผิดระหว่างคุมขัง ควรถูกลดชั้น

“พิชิต ไชยมงคล” แกนนำ คปท. บุก ก.ยุติธรรม ขอให้พิจารณาการพักโทษ “ทักษิณ” หลังเข้าเกณฑ์ติดคุก 2 ใน 3 ช่วงเดือน พ.ค.นี้ โวยเคยกระทำความผิดระหว่างคุมขัง ควรถูกปรับลดชั้น
เมื่อวันที่ 22 ม.ค.2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณด้านหน้าอาคารกระทรวงยุติธรรม (ยธ.) ถนนแจ้งวัฒนะ กรุงเทพฯ นายพิชิต ไชยมงคล พร้อมด้วย นายนัสเซอร์ ยีหมะ แกนนำเครือข่ายนักศึกษาประชาชนปฏิรูปประเทศไทย (คปท.) และกลุ่มมวลชน เดินทางเข้ายื่นหนังสือต่อ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระพรวงยุติธรรม เพื่อคัดค้านกรณีคุณสมบัติของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่จะได้รับการพิจารณาพักการลงโทษในเดือน พ.ค.69 (รับโทษ 2 ใน 3) ภายหลังจากที่ถูกคำสั่งศาลฎีกาฯ บังคับโทษ 1 ปี ซึ่งจะต้องครบกำหนดพ้นโทษในวันที่ 9 ก.ย.69 โดยมี นายกิตติวิทย์ คงบุญรักษ์ หัวหน้าศูนย์บริการร่วม กระทรวงยุติธรรม เป็นผู้แทนรับเรื่อง
นายพิชิต เผยว่า ตามที่ รมว.ยุติธรรม ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน กรณีการพิจารณาพักการลงโทษ นายทักษิณ ชินวัตร เนื่องจากเข้าเงื่อนไขการพักการลงโทษ จากการรับโทษ 2 ใน 3 ตามระเบียบการพักการลงโทษของกรมราชทัณฑ์นั้น โดย คปท. เห็นว่ากรณีของ นายทักษิณ จะพิจารณาเฉพาะโทษที่ได้รับ 1 ปี จากการถูกคำสั่งศาลให้กลับมารับโทษใหม่ เมื่อวันที่ 9 ก.ย.68 เพียงอย่างเดียวนั้นไม่ได้ เนื่องจากกรณีนี้ศาลเคยออกหมายขังไปแล้วครั้งแรก เมื่อวันที่ 22 ส.ค.66 แต่กลับมีขบวนการ ร่วมกันสนับสนุน ช่วยเหลือ นายทักษิณ ให้ไม่ต้องรับโทษตามความจริง ไปอยู่ที่ รพ.ตำรวจ ชั้น 14 จนศาลฎีกาฯ ได้มีคำสั่งให้นายทักษิณกลับเข้าไปอยู่ในเรือนจำฯ เมื่อวันที่ 9 ก.ย.68 รวมถึง การพิจารณาพักการลงโทษโดยเหตุที่อ้างว่าป่วยจนช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ ก่อนหน้านี้ ซึ่งก็เท่ากับเป็นการกระทำผิดระเบียบการกักขังในเรือนจำตามหมายขังของศาล
“การกระทำดังกล่าวย่อมมิชอบด้วยกฎหมาย ซึ่งเป็นการกระทำผิดของผู้ต้องขังในขณะถูกหมายขังในตอนนั้น การกระทำผิดในขณะถูกต้องขังย่อมทำให้สถานะการเป็นผู้ต้องขังถูกลดชั้นจากผู้ต้องขังชั้นกลางลงมาเป็นผู้ต้องขังชั้นต้องปรับปรุง หรือ ต้องปรับปรุงมาก อีกด้วย”
นายพิชิต เผยอีกว่า เมื่อพิจารณาจากการออกหมายขัง ตั้งแต่วันที่ 22 ส.ค.66 และมีคำสั่งศาลให้กลับมารับโทษใหม่ เมื่อวันที่ 9 ก.ย.68 นั้นย่อมเป็นที่ทราบว่า มีการกระทำผิดในระหว่างต้องขังในครั้งแรก เหตุดังกล่าว ไม่เข้าหลักเกณฑ์การพิจารณาพักการลงโทษตามปกติได้ จึงขอให้ท่านได้พิจารณาและชี้แจง ดังนี้ 1.ขอให้ท่านได้ชี้แจงการจัดขั้นผู้ต้องขังแรกรับครั้งที่ 2 ของนายทักษิณ ชินวัตร ว่าอยู่ในสถานะชั้นผู้ต้องขังสถานะไหน เลื่อนชั้นกี่ครั้ง และ 2.ขอให้พิจารณา การกระทำความผิดในระหว่างถูกหมายขัง เมื่อวันที่ 22 ส.ค.66 ประกอบการพิจารณาพักการลงโทษ ว่าเข้าหลักเกณฑ์การพักการลงโทษหรือไม่ อย่างไร เนื่องจากคดีดังกล่าว คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) อยู่ระหว่างดำเนินการไต่สวนความผิดเพิ่มเติม หลังจากศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองมีคำสั่งให้บังคับโทษจำคุก นายทักษิณ ชินวัตร
ฉะนั้น พฤติการณ์การกระทำผิดปรากฏชัดแจ้งแล้ว และกรณีที่ผู้ต้องขังมีการกระทำผิดวินัยดังกล่าว ย่อมทำให้สถานะการเป็นผู้ต้องขังต้องถูกลดชั้นจากผู้ต้องขังชั้นกลางลงมาเป็นผู้ต้องขังชั้นต้องปรับปรุง หรือต้องปรับปรุงมาก แต่ในกรณีของนายทักษิณกลับพบว่าในการกลับเข้าไปเรือนจำฯ ครั้งนี้ ราชทัณฑ์กลับไม่มีการปรับลดชั้น ดังนั้น กรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมให้สัมภาษณ์ว่าการพักโทษที่จะเกิดขึ้นในเดือน พ.ค.69 เป็นไปตามระเบียบกฎหมายนั้น ตนมองว่าเป็นเรื่องที่จะต้องมีการกลับไปพิจารณาทบทวนพฤติกรรมของนายทักษิณนับแต่เดือน ส.ค.66 เช่น ตอนวันที่ 22 ส.ค.66 นายทักษิณอาจเป็นผู้ต้องขังเด็ดขาดชั้นกลาง แต่เมื่อมีคำสั่งศาลฎีกาฯ วันที่ 9 ก.ย.68 โทษครั้งนี้ นายทักษิณไม่ควรยังอยู่ในสถานะผู้ต้องขังเด็ดขาดชั้นกลาง เพราะมีการกระทำความผิด ไม่อย่างนั้นศาลฎีกาฯ คงไม่สั่งบังคับโทษ 1 ปี อีกทั้งนักโทษที่จะได้รับการพักโทษจะต้องเป็นนักโทษเด็ดขาดชั้นดีเท่านั้น
นายพิชิต เผยต่อว่า ส่วนกรณี นายทักษิณ ชินวัตร ปัจจุบันอายุเกินกว่า 70 ปีและมีอาการเกี่ยวกับเจ็บป่วยด้วยโรคประจำตัวนั้น เมื่อครั้งก่อนก็อ้างอาการเจ็บป่วย แขนยกไม่ขึ้น เส้นเอ็นเปื่อยยุ่ย ถึงขนาดบอกว่าช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ จนได้รับการพักโทษกรณีเหตุพิเศษ มาคุมประพฤติที่บ้านจันทร์ส่องหล้า แต่ในข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร เห็นหรือไม่ว่าตรงกันข้ามทั้งหมด ตนจึงมองว่าหากกระทรวงยุติธรรมไม่หลับตาข้างเดียว อ้างเฉพาะว่านายทักษิณอาจเข้าเงื่อนไขเพราะได้จำคุกมา 2 ใน 3 ซึ่งก็จะตรงกับเดือนพ.ค.นี้ แต่เป็นการอ้างเพียงเงื่อนไขเดียว
นายพิชิต กล่าวเสริมว่า ตนก็มองว่า คปท. ไม่ได้คัดค้านแต่อย่างใด หากเขาถูกต้องตามสิทธิ์ ตนก็มองว่าเป็นสิทธิ์ที่นักโทษทั่วไปควรได้รับ แต่เพียงแค่ว่ามีข้อสงสัยต่อนายทักษิณ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำความผิดซ้ำ หรือการปรับเลื่อนชั้นนักโทษ ซึ่งถ้าหาก 2 เงื่อนไขดังกล่าวที่ยื่นสอบถาม รมว.ยธ. สามารถชี้แจงสังคมได้ ตนคิดว่าคงไม่มีใครคัดค้าน นอกจากนี้ นายทักษิณ ยังมีคดีค้างอยู่ในชั้นของ ป.ป.ช. ซึ่งถือว่าเป็นพลเรือนที่สนับสนุนการกระทำผิดของเจ้าหน้าที่ในข้อหามาตรา 157 กรณีการไปนอนพักรักษาตัวที่ชั้น 14 รพ.ตำรวจ ทราบว่าจะมีการไต่สวนพยานเสร็จสิ้นภายใน 2-3 เดือน ดังนั้น นายทักษิณ อาจตกเป็นผู้ต้องหาในคดีของ ป.ป.ช. ซึ่งหากตกเป็นผู้ต้องหาก็อาจไม่เข้าเงื่อนไขได้พักโทษหรือไม่.






