ติดกับดัก! ตัวเอง???

( กับภาพจำเดิม…พรรคประชาชนไม่แพ้นโยบาย แต่อาจพ่าย? เพราะมิอาจสลัดให้หลุดจากกรอบที่ตัวเองสร้างไว้ )
กับดักภาพจำเดิม! กำลังกลายเป็น “ต้นทุน” ทางการเมือง ที่พรรคประชาชนแบกรับหนักขึ้นทุกวัน??? จากพรรคแห่งความหวังของคนรุ่นใหม่ สู่พรรคที่ต้อง “ตั้งรับ” คอยตอบคำถามเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่า! ปมนี้…พวกเขาจะพาตัวเองให้หลุดพ้นจากกรอบเดิมที่ตัวเองได้วาง “ภาพจำ” เอาไว้ได้หรือไม่???
หลายครั้งที่ พรรคประชาชน ต้องผจญ! กับ ปรากฏการณ์ทางการเมือง…แบบเดิมซ้ำแล้วซ้ำเล่า??? จาก คำถามของ คนไทย…ผู้มีสิทธิ์เลือกตั้ง! ต่อการ “ผูกติด!” กับ “ภาพจำ” ที่สั่งสมมาตั้งแต่ยุค…พรรคอนาคตใหม่ ต่อเนื่องถึง พรรคก้าวไกล และลากยาวมาจนถึงปัจจุบัน…
ภาพจำดังกล่าว ประกอบขึ้นจาก “ชุดประเด็น” ที่สังคมไทย…ต่างรู้สึกอ่อนไหวอย่างยิ่ง??? ไม่ว่าจะเป็น…การแก้ไขรัฐธรรมนูญ, การยกเลิกมาตรา 112 หรือการตัดทอนงบประมาณด้านความมั่นคง ซึ่งถูกย่อให้เหลือเป็นวาทกรรมสั้น ๆ อย่าง “มีทหารไว้ทำไม?”
แม้ แกนนำพรรค จะช่วย “ปรับจูน” เจนตนาและความตั้งใจจริง บนความหมายที่แตกต่างไปจากความรู้สึกของสังคมไทย ในทุกๆ ครั้งที่ลงพื้นที่หาเสียง…
ทว่า ภาพจำเหล่านี้ ที่ครั้งหนึ่ง…อาจเคยทำหน้าที่เป็น “พลังบวก!” ในการเขย่าโครงสร้างการเมือง และปลุกความหวังของคนรุ่นใหม่
แต่เมื่อ สนามการเมือง…ขยายจาก กลุ่มผู้สนับสนุนร่วมอุดมการณ์ ไปสู่ “ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง” ทั้งประเทศ
ภาพจำเดิม…กลับเริ่มทำหน้าที่ตรงกันข้าม!!!
สิ่งที่เกิดขึ้นอย่างชัดเจน! คือ ทุกครั้งที่ ตัวแทนพรรค ลงพื้นที่หาเสียง เวที…ซึ่งควรเป็นพื้นที่แสดงวิสัยทัศน์ด้านเศรษฐกิจ, ปากท้อง หรือการบริหารประเทศ
กลับถูก “ดึง” ย้อนกลับไปสู่คำถามชุดเดิม???
แทนที่จะได้อธิบายถึง เป้าหมาย, นโยบาย, แผนงาน และแนวทางของพรรค ด้วยประเด็นที่ว่า…“พรรคจะทำให้ชีวิตของคนไทย…ดีขึ้นอย่างไร?”
แต่กลายเป็นว่า…จะต้องคอยกลับตอบคำถาม ที่ว่า “พวกคุณยังคิดจะรื้อโครงสร้างเดิมหรือไม่?”
การเมืองของการ…เสนอทางเลือกใหม่ จึงถูก “ลดทอน” ให้กลายเป็นแค่…การเมืองของการ “ตั้งรับ” กับความรู้สึกวิตกกังวล, ความกลัว และอคติที่ฝังลึก! อยู่ในสังคมไทย!!??
นี่ไม่ใช่เพียง…ปัญหาด้านภาพลักษณ์ แต่เป็น…ความเสียหายเชิงยุทธศาสตร์!!!
เพราะใน สนามเลือกตั้ง พรรคที่ไม่สามารถกำหนดวาระของตัวเองได้ ย่อมตกอยู่ในสถานะ “ผู้ตาม” ไปโดยอัตโนมัติ
การที่จะต้องคอย อธิบายตัวเอง จาก “ภาพจำเก่า” อย่างต่อเนื่อง! มันคือ…การสูญเสียเวลา, พลัง และโอกาสในการสื่อสารนโยบายที่แท้จริง!
และยิ่ง การเลือกตั้งใกล้เข้ามา…ต้นทุนของการ “แก้ภาพจำ” ก็ยิ่งสูงขึ้น! ตามลำดับ…
ที่สำคัญ ปัญหานี้…ไม่อาจโยนให้ “ฝ่ายตรงข้าม” เพียงฝ่ายเดียวได้ทั้งหมด เพราะพรรคประชาชนเอง ก็ต้องยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่า…
“ภาพจำ” ดังกล่าวเป็นผลจากการ “สร้างแบรนด์” ทางการเมืองของพรรคเอง…ในช่วงเริ่มต้น!
อัตลักษณ์แบบท้าทายโครงสร้าง ได้ถูกออกแบบมาเพื่อการ “เขย่า” มากกว่าการ “ครองอำนาจ” และเมื่อบริบทการเมืองเปลี่ยน? แต่ภาษา, วิธีเล่าเรื่อง และ “จุดเริ่มต้น” ของการสื่อสารยังไม่เปลี่ยน…
“ภาพจำเดิม” จึงย้อนกลับมา “รัด!” ตัวพรรคอย่างมิอาจจะหลีกเลี่ยงได้ง่ายๆ!!!
นักวิชาการด้านรัฐศาสตร์ จำนวนไม่น้อย เคยเตือนถึง “กับดัก” ในลักษณะนี้มาก่อนหน้านี้แล้ว…
ศ. ดร. ธเนศ อาภรณ์สุวรรณ เคยชี้ว่า…การเมืองร่วมสมัยไม่ได้แข่งขันกันที่ความถูกต้องของอุดมการณ์เพียงอย่างเดียว แต่แข่งขันกันที่ความสามารถในการทำให้อุดมการณ์นั้น “ไม่ถูกมองว่าเป็นภัย” ต่อคนส่วนใหญ่
ขณะที่ รศ. ดร.ปิยบุตร แสงกนกกุล อดีตแกนนำพรรคอนาคตใหม่ เอง ก็เคยสะท้อนในทำนองเดียวกันว่า… ปัญหาของพรรคการเมืองก้าวหน้า ไม่ใช่การมีแนวคิดที่แรง! แต่คือ…การไม่สามารถพาคนที่ยังไม่เห็นด้วย เดินข้ามความกลัวมาพร้อมกันได้
คำอธิบายเหล่านี้ ทำให้เห็นชัดว่า…ทางออกของพรรคประชาชน ไม่ใช่การ “ทิ้งอุดมการณ์!” หากแต่คือ…การ “รีเฟรม” อุดมการณ์ ให้สอดคล้องกับสนามเลือกตั้งจริง!
“การเมืองเชิงสัญลักษณ์” มากด้วย “อุดมการณ์” จำเป็นจะต้องค่อย ๆ หลบทางให้กับ “การเมืองเชิงสมรรถนะ” ที่มีเป้าหมาย “จะเป็นรัฐบาล”
นั่นก็หมายความว่า…จากนี้ไป พรรคประชาชนจำเป็นจะต้องแสดงให้คนไทยได้เห็นเสียก่อน ว่า…พวกคุณ… สามารถบริหารเศรษฐกิจ, แก้ปัญหาปากท้อง และจัดการประเทศได้อย่างมั่นคง ได้อย่างไร???
ขณะเดียวกัน ต้องแยกให้ชัด! ระหว่าง…เป้าหมายระยะยาวเชิงโครงสร้าง กับ ภารกิจเร่งด่วนของรัฐบาล เพื่อคลายความกังวลว่าการเปลี่ยนแปลงจะนำไปสู่ความปั่นป่วนในทันที!!!
สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กัน คือ การเปลี่ยนภาษา!!?? จากการ “ท้าทาย” มาเป็นการ “รับประกัน”
จากการ “รื้อ” มาเป็นการ “ทำให้ดีขึ้นอย่างปลอดภัย”
เพราะในทางการเมือง ภาษา…ไม่ใช่เพียงถ้อยคำ แต่คือ..เครื่องมือกำหนดความรู้สึกของ “ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง”
และสุดท้าย พรรคจำเป็นต้องสร้างภาพของ “ผู้นำเชิงบริหาร” ที่คนไทยเชื่อว่า…สามารถ “ฝากประเทศ” ไว้ได้ ไม่ใช่เป็นเพียงแค่ “ผู้นำเชิงอุดมการณ์” ที่ถูกมองว่า…ยังวนเวียนอยู่แต่ใน “สนามการต่อสู้เชิงความคิด!” เท่านั้น
หากพรรคประชาชน ยังมิอาจจะพาตัวเอง…ออกจาก “กับดัก” ภาพจำเดิมได้! การเลือกตั้งครั้งต่อไป…อาจไม่ได้ตัดสินกันที่ว่า…นโยบายดีหรือไม่ดี?
แต่มันได้…ตัดสิน! กันตั้งแต่ก่อนหน้านั้นแล้ว ว่า…พรรคมีโอกาสได้อธิบายนโยบายเหล่านั้นอย่างจริงจังหรือไม่? อย่างไร?
เพราะ การเมืองที่เติบโต ไม่ได้เกิดจากการยืนยันว่า “เราคิดถูก” หากเกิดจากการทำให้คนส่วนใหญ่ของประเทศรู้สึก “ไม่กลัว” ที่จะเลือกเรา!!??
และนี่คือ…โจทย์ใหญ่ที่สุด! ที่ พรรคประชาชน จะต้องตอบให้ได้? ก่อนที่ “กับดัก” ภาพจำเดิม จะกลายเป็น…เพดานถาวร! คอยขัดขวาง…เส้นทางแห่งชัยชนะทางการเมือง ตลอดไป!!!.






