อดีตนายกฯชวน หลีกภัย กรีดการเมืองซื้อเสียง ชี้! เป็นมหัตภัยของประเทศ เผย! หากหลุดเข้าไปเป็นรัฐบาล และได้เป็นรัฐมนตรี อาจแต่งตั้งข้าราชการทุจริต เอื้อประโยชน์ขบวนการฉ้อโกง ทำบ้านเมืองเสียหาย เผย! “กกต.” นิ่ง! ปมฮั้ว สว. หวั่นกระทบการสรรหาองค์กรอิสระในอนาคต วอนคนไทยร่วมกดดันทำให้กฎหมายให้ศักดิ์สิทธิ์ บังคับใช้เอาผิดได้จริงจัง

วันนี้ (11 ธันวาคม 2568) เวลา 10.30 น. ณ อาคารอเนกประสงค์ ชั้น 2 สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ, นายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ให้เกียรติเป็น ประธานการจัดงานในพิธีมอบรางวัล Anti-Corruuption Awarss 2025 จัดโดย สมาคมผู้สื่อข่าวต้านคอร์รัปชั่น (ประเทศไทย) โดยกล่าวปาฐกถาพิเศษ หัวข้อ “คอร์รัปชั่น มหันตภัยทำลายชาติ” ตอนหนึ่งว่า..ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในสังคมไทยยังคงมีอยู่ไม่เปลี่ยน และมีแนวโน้มรุนแรงมากยิ่งขึ้น ทุกวันนี้การทุจริตคอร์รัปชั่นได้ขยายวงกว้างเข้าไปในแทบทุกองค์กร แต่ที่น่ากลัวและน่าเป็นห่วงมากที่สุด คงไม่พ้นกรณีการทุจริตซื้อเสียงของนักการเมือง ซึ่งเมื่อชนะเลือกตั้ง พรรคต้นสังกัดก็จะได้เป็นรัฐบาล จากนั้น ก็แต่งตั้งนักการเมืองซื้อเสียงมาเป็นรัฐมนตรี คนเหล่านี้ก็จะไปแต่งตั้งปลัดกระทรวงที่มีพฤติกรรมการทุจริตคอร์รัปชั่นไม่ต่างกัน ปลัดกระทรวงก็จะไปแต่งตั้งอธิบดี และข้าราชการในระดับรองๆ ลงมา ทำให้แวดวงข้าราชการไทย ตกอยู่ในวงจรของการทุจริตคอร์รัปชั่น

การซื้อเสียงของนักการเมืองก็เป็นผลมาจากกระบวนการตรวจสอบของ คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ที่ไม่เอาจริงเอาจัง เปิดช่องให้นักการเมืองบางกลุ่มทำการซื้อเสียงกันได้ง่ายๆ โดยก่อนหน้านี้ไม่นานนัก ตนเคยทำจดหมายถึงประธาน กกต. ซึ่งท่านก็ได้ทำจดหมายตอบกลับมา แต่ไม่อาจจะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ จากนั้น ได้ทำจดหมายถึง เลขาธิการ กกต. ซึ่งเป็นบุคคลที่จะเข้ามาแก้ไขปัญหาการซื้อเสียงของนักการเมืองได้ แต่จนถึงบัดนี้ ยังไม่มีการตอบรับและปัญหาดังกล่าวก็ยังคงมีอยู่ และมีแนวโน้มรุนแรงมากขึ้นเรื่อยๆ
นอกจากนี้ ยังมีปัญหาการฮั้วเลือกตั้ง สว.ที่ผ่านมา ซึ่งก็อยู่ในอำนาจของ กกต.ที่จะต้องตรวจสอบอย่างจริงจัง เพื่อไม่ให้คนทำผิดได้เข้ามาทำหน้าที่เป็น สว. และปล่อยให้ สว.กลุ่มนี้ เข้าไปมีส่วนร่วมในการสรรหาและแต่งตั้งบุคลากรคนสำคัญในองค์กรอิสระ ทำให้องค์กรอิสระเหล่านั้นได้คนที่ไม่มีความเหมาะสม ขาดคุณธรรมและความชอบธรรมแล้ว นั่นก็จะทำให้กระบวนการทำงานและการตัดสินใจขององค์กรอิสระเกิดความไม่เป็นธรรมได้

นายชวน ยังได้ยกตัวอย่างที่เคยยื่นยุบพรรคการเมืองบางพรรค? ซึ่งมีนายตำรวจชั้นผู้ใหญ่ได้ทำการวิ่งเต้นผ่านไปยังตุลาการรัฐธรรมนูญบางคน เพื่อหวังจะช่วยให้พรรคการเมืองดังกล่าวไม่ถูกยุบฯ อย่างไรก็ตาม สุดท้าย พรรคดังกล่าวก็ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้ยุบพรรค ซึ่งกรณีนี้ น่าสนใจตรงที่เส้นทางการวิ่งเต้น ซึ่งนายตำรวจฯคนดังกล่าว ที่ออกมายอมรับว่าภรรยาของตน ได้รับคำร้องขอจาก “คุณหญิงฯ” ซึ่งเป็นภริยาของนักการเมืองใหญ่ เพื่อให้มาบอกตนช่วยประสานไปยังตุลาการรัฐธรรมนูญ ที่เคยเป็นเพื่อนสมัยเรียนในสถาบันอุดมศึกษาชั้นนำของประเทศ
กรณีนี้ มันสะท้อนว่าวงจรการทุจริตคอร์รัปชั่นได้แพร่กระจายขยายวงกว้างออกไปอย่างมาก จำเป็นที่ทุกภาคส่วนจะต้องมีส่วนร่วมในการป้องกันแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะการมีส่วนร่วมของทุกองค์กร รวมถึงภาคประชาชน เริ่มตั้งการตรวจสอบกระบวนการเลือกตั้งบุคคลในองค์กรที่จะเข้ามากำกับดูแลการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น เพราะหากได้คนดี มีความสุจริตเป็นที่ตั้ง ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นก็จะมีน้อยลง

อดีตนายกรัฐมนตรี ยังได้แสดงความเป็นห่วงกรณีที่มีคนทำบุญกับวัดน้อยลง จนบางวัดมีเงินไม่พอจะจ่ายเป็นค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า และอื่นๆ เนื่องจากข่าวของบางวัด ที่พระบางรูป มีพฤติกรรมการทุจริตคอร์รัปชั่น จนทำให้คนส่วนใหญ่ลดการทำบุญ และเป็นอย่างนี้ไปทั่วประเทศ ทั้งนี้ มีผู้สูงวัยส่วนใหญ่ที่ยังคงทำบุญ และได้ร้องขอกับทางวัดว่าอย่าบอกเรื่องการทำบุญให้ลูกหลานของตนได้ฟัง ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าวิตกกังวลใจเป็นอย่างยิ่ง
“บางวัดเหลือเงินทำบุญเพียงร้อยละ 40 จากที่เคยได้รับ และเงินทำบุญส่วนใหญ่ที่เคยมีหลักหมื่นหรือมากกว่านั้น ตอนนี้ก็ไม่มีอีกแล้ว ซึ่งอยากให้สังคมไทย โดยเฉพาะชาวพุทธได้แยกแยะ เพราะวัดส่วนใหญ่ไม่ได้มีพฤติกรรมหลอกลวงฉ้อฉล เหมือนวัดและพระที่ตกเป็นข่าวแต่อย่างใด” นายชวน ระบุและย้ำว่า…
รัฐธรรมนูญไทยและกฎหมายที่จะเอาผิดคนที่มีพฤติกรรมทุจริตคอร์รัปชั่นไม่ได้อ่อนแอ แต่ที่เป็นปัญหาคือการบังคับใช้ ดังนั้น จึงอยากให้ทุกฝ่ายได้มีส่วนร่วมในการป้องกันและปราบปรามปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่น โดยทำให้เป็นวาระแห่งชาติ ทำให้กฎหมายมีความศักดิ์สิทธิ์ สามารถจะบังคับใช้และเอาผิดกับผู้กระทำผิดและผู้เกี่ยวข้องอย่างจริงจัง โดยทำทุกอย่างให้เป็นความจริง ตรงไปตรงมา เชื่อว่าปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นในบ้านเรา ก็น่าจะลดน้อยลงไปได้.

