‘พิชัย’ เคลียร์ใจ ส.ส.เพื่อไทย ปมบินออกนอกถี่! ยันไม่ห่วงศึกซักฟอก พร้อมชี้แจงการทำงานทุกอย่าง

“พิชัย นริพทะพันธุ์” เตรียมเคลียร์ใจ ส.ส.เพื่อไทย ปมเดินทางต่างประเทศบ่อย แจงไปเพื่อปฏิบัติหน้าที่ตัวแทนรัฐบาล ดึงทุนนอกเข้าประเทศ ยอมรับอาจพูดน้อยทำให้ไม่เห็นผลงาน ย้ำ! ไม่กังวล ศึกอภิปรายสามารถแจงได้ทุกเรื่อง พร้อมช่วยเหลือชาวนา ยัน! กระทรวงพาณิชย์ไม่ทิ้ง เตรียมเสนอ นบข.ชุดใหญ่ บ่าย 26 ก.พ.นี้ ฝากถึงพี่น้องชาวนา “สบายใจได้”

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์  เปิดเผยถึงกรณี ส.ส.พรรคเพื่อไทย ได้แสดงท่าทีไม่พอใจกรณีที่ตนเดินทางไปต่างประเทศบ่อย และปล่อยให้ราคาสินค้าเกษตรตกต่ำ ว่า สิ่งที่เกิดขึ้นอาจเป็นความผิดพลาดของตนที่ไม่ได้สื่อสารกับคนในพรรคให้ดีพอ และบางครั้งตนเองก็ได้ทำงานหนัก เพราะการเดินทางแต่ละครั้งก็มีความสำคัญ อาทิ การเดินทางเข้าร่วมประชุม อิโคนอมิกฟอรัม ที่ได้มีการลงนามเอฟต้า เขตการค้าเสรี ทำให้มีนักลงทุนเข้ามาในประเทศจำนวนมาก ยังมีแนวโน้มที่จะลงนามร่วมกับยุโรป เพื่อผลักดันให้แล้วเสร็จในปีนี้ และการเดินทางไปสหรัฐอเมริกา ที่ไปเจรจาเรื่องมาตรการด้านภาษี แม้ไทยจะถูกเรียกเก็บก็เชื่อว่าโอกาสที่ไทยจะโดนน้อยมาก จะทำให้นักลงทุนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้น รวมถึงการเดินทางไปเจนนีวา เพื่อเปิดสำนักงานและคาดว่าจะทำให้ไทยมีข่าวดีในช่วงปลายปีนี้

ส่วนหลังจากนี้ จะมีการชี้แจงและอธิบายเรื่องนี้ ในที่ประชุมพรรคเพื่อไทยหรือไม่ นายพิชัย ระบุว่า หากตนไม่เดินทางไปต่างประเทศ ก็จะอธิบายเรื่องนี้ให้ที่ประชุมรับทราบอยู่แล้วว่าการเดินทางไปต่างประเทศเป็นเรื่องที่มีความจำเป็นจริงไม่ใช่เดินทางไปต่างประเทศเพราะอยากไปเที่ยว และการเดินทางบ่อยๆ ไม่ถือเป็นเรื่องสนุก เพราะมีความเหนื่อยและต้องปรับเรื่องเวลาตลอด อีกทั้ง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ของทุกประเทศก็มีการเดินทางเยอะทั้งหมด ขณะที่ประเทศไทยถือเป็นประเทศขนาดเล็กที่ต้องอาศัยต่างประเทศในการขยายการเติบโต  ทั้งการส่งออก ท่องเที่ยว การลงทุน ซึ่งปัจจุบันการลงทุนเพิ่ม 1.14 ล้านล้านบาท ส่วนหนึ่งมาจากการเดินทางต่างประเทศ  รวมถึงการส่งออกที่เติบโตต่อเนื่อง ซึ่งกระทรวงพาณิชย์จำเป็นจะต้องบาลานซ์ในทุกเรื่อง ทั้งในประเทศและต่างประเทศ แต่ตนอาจจะให้ความสำคัญกับภาพรวมของประเทศ ในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศ โดยเฉพาะการส่งออก

ผมให้ความสำคัญกับงานทั้งในและต่างประเทศ  ทั้งการให้ความช่วยเหลือเรื่องมันสัมปะหลัง การขายข้าว ยืนยันว่าผมไม่ได้ทอดทิ้งเรื่องในประเทศ แต่การนำเสนอข่าวในต่างประเทศอาจมีมากกว่า โดยเฉพาะในเรื่องของข้าว ที่ราคาเริ่มปรับลงในช่วงเดือนม.ค.ที่ผ่านมา และผมได้เตือนเรื่องราคาข้าวมาอย่างต่อเนื่อง และที่ผ่านมารัฐบาลไม่ได้มีมาตรการสนับสนุนข้าวนาปรัง ดังนั้น หากจะใช้นโยบายประกันรายได้ ก็อาจจะผิดมติคณะรัฐมนตรีได้ แต่เมื่อชาวนาเดือดร้อน ก็ต้องพิจารณาให้ความช่วยเหลือตามความเหมาะสม เพราะในเรื่องของราคาข้าวตนไม่สามารถกำหนดราคาข้าวได้เองเพราะเป็นปัจจัยจากต่างประเทศ แต่ยืนยัน กระทรวงพาณิชย์ทำงานทั้งในและต่างประเทศ” รมว.พาณิชย์ ย้ำ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีชื่อของ นายมีพิชัยอยู่ในโผของการปรับ ครม. นายพิชัย กล่าวว่า เป็นเรื่องธรรมดา ไม่กังวลใจ และต้องทำให้ดีที่สุดในทุกเรื่องทุกวัน และได้มีการเคลียร์ใจกันแล้ว ซึ่ง สส. ก็มารับฟังและเข้าใจกันแล้ว โดยเฉพาะการให้ความช่วยเหลือตันละ 1,000 บาท โดยวันพรุ่งนี้ตนจะเข้าไปอธิบายให้ สส. ในพรรคอีกครั้ง โดยมีความพร้อมการสู้ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ

“ผมเต็มที่และหากถูกอภิปราย ผมก็พร้อมชี้แจงรายละเอียดทุกอย่าง” นายพิชัย ระบุ

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงพาณิชย์ ว่า เมื่อช่วงเช้าวันที่ 24 ก.พ. ที่ผ่านมา มีกลุ่มชาวนาจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาและจังหวัดใกล้เคียงได้มาร่วมกลุ่มกว่า 100 คนที่กระทรวงพาณิชย์เพื่อมายื่นหนังสือความเดือดร้อนของราคาข้าวเปลือกที่กำลังจะเก็บเกี่ยวและรอการเก็บเกี่ยวในอีก 2-3 เดือนข้างหน้าที่ต้องการให้ภาครัฐหาทางช่วยเหลือและแก้ไขปัญหาให้กับชาวนา หากยังไม่มีแนวทางอะไรออกมาจะปักหลักประท้วงทุกทาง โดยจะยื่นหนังสือขอให้รัฐมนตรีพาณิชย์และอธิบดีกรมการค้าภายในช่วยเหลือชาวนาเป็นการด่วน

ทั้งนี้ ในระหว่างที่ชาวนาที่อยู่ภายในกระทรวงพาณิชย์เพื่อรอพบและยื่นหนังสือเรียกร้องของชาวนา ปรากฏว่านายพิชัย และนายวิทยากร  มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน ได้ลงมารับหนังสือจากชาวนาด้วยตนเอง โดย นายพิชัย ย้ำว่า รัฐบาลรับทราบถึงปัญหาความเดือดร้อนของชาวนาและอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดของมาตรการช่วยเหลือชาวนาที่จะต้องนำเสนอแผนการช่วยเหลือนี้ให้ที่ประชมคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) ชุดใหญ่ที่มีนายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เป็นประธานฯ.ก่อนในช่วงบ่ายวันที่ 26 ก.พ.2568 นี้ หาก นบข.เห็นชอบกับแนวทางการข่วยเหลือก็สามารถที่จะดำเนินการได้ทันที

ด้าน นายวิทยากร กล่าวเสริมว่า มาตรการที่ทาง คณะอนุกรรมการนโยบายและบริหารข้าวแห่งชาติด้านการตลาด กำหนดไว้ 3 มาตรการ ประกอบด้วย 1.สินเชื่อชะลอนาปรัง ช่วยค่าฝากเก็บ 1,500 บาทต่อตัน หากเกษตรกรเก็บไว้ในยุ้งฉางของตัวเอง และได้ 1,000 บาทต่อตัน หากเก็บที่สหกรณ์ โดยสหกรณ์ได้ 500 บาทต่อตัน ต้องเก็บข้าวไว้ 1-5 เดือน เป้าหมาย 1.5 ล้านตัน 2.ชดเชยดอกเบี้ยให้กับผู้ประกอบการโรงสี 6% ต้องเก็บสต๊อกไว้ 2-6 เดือน และต้องซื้อข้าวสูงกว่าราคาตลาด 200 บาทต่อตันขึ้นไป เป้าหมาย 2 ล้านตัน และ 3.เปิดจุดรับซื้อข้าวเปลือก โดยรัฐสนับสนุนค่าบริหารจัดการ 500 บาทต่อตัน และผู้ประกอบการต้องรับซื้อข้าวสูงกว่าตลาด 300 บาทต่อตัน เป้าหมาย 3 แสนตัน ที่สำคัญหากข้าวที่มีความชื้น 15% ราคา 8,500 บาทต่อตัน และเมื่อเอาไปฝากจะได้ค่าฝากอีก 1,000 บาท รวมเป็น 9,500 บาทต่อตัน ซึ่งจะใช้งบประมาณรวม 1,893.53 ล้านบาท

อย่างไรก็ตาม ทั้ง 3 แนวทางดังกล่าว จะมีการนำเสนอที่ประชุม นบข.ช่วงวันที่ 26 ก.พ.2568 หาก นบข.เห็นชอบก็จะไปเสนอต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีพิจารณาได้ในวันที่ 4 มี.ค.2568 สำหรับข้อเรียกร้องของชาวนาที่ได้มายื่นหนังสือที่กระทรวงพาณิชย์ในวันนี้ โดยเฉพาะต้องการให้ภาครัฐชดเชยราคาข้าวเปลือกให้มีได้ราคาขั่นต่ำ 10,000 ต่อตันนั้น กระทรวงพาณิชย์จะรวบรวมข้อมูลและความตัองการของชาวนาทุกกลุ่มไปนำเสนอต่อที่ประชุม นบข.ได้พิจารณาช่วยเหลือ ต่อไป.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password