• จันทร์ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 22:04 น.

พาณิชย์เข้มสกัด ‘Transshipment’ เพิ่มบัญชีเฝ้าระวัง 274 พิกัด รับหารือสหรัฐฯ

BREAKING NEWS JUSTICE & CRIME

กรมการค้าต่างประเทศ ย้ำไทยเอาจริงป้องกันแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้า เพิ่มกลุ่มเฝ้าระวังจาก 194 เป็น 274 พิกัด เชื่อมข้อมูล-ตรวจโรงงาน พร้อมดึง AI พัฒนาระบบคัดกรองความเสี่ยง เตรียมจับมือศุลกากรหารือ USTR 28–31 ส.ค.นี้ ยืนยันใช้ข้อมูลจริงแยกการลงทุน-ย้ายฐานผลิตออกจากการสวมสิทธิ ป้องกันกระทบผู้ส่งออกสุจริต  

 

นางอารดา เฟื่องทอง อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ(คต.) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยถึงข้อกังวลของสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับการส่งสินค้าผ่านประเทศที่สาม (transshipment) และการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าเพื่อหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้าว่า ประเทศไทยตระหนักถึงความสำคัญของประเด็นดังกล่าว และให้ความสำคัญกับการป้องกันไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นช่องทางในการหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้าของประเทศคู่ค้า

ไทยตระหนักถึงความเสี่ยงเรื่อง transshipment และให้ความสำคัญกับเรื่องนี้อย่างจริงจัง หากพบการแอบอ้างถิ่นกำเนิดสินค้าหรือการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมาย ไทยพร้อมดำเนินการตามกฎหมาย พร้อมยกระดับการตรวจสอบและความร่วมมือกับหน่วยงานของสหรัฐฯ อย่างต่อเนื่อง โดยกรมการค้าต่างประเทศติดตามรายงานและท่าทีของสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด”

นางอารดาฯ กล่าวว่า ที่ผ่านมา กรมการค้าต่างประเทศและกรมศุลกากรได้รายงานความคืบหน้าและชี้แจงมาตรการต่อสำนักงานศุลกากรและป้องกันชายแดนสหรัฐฯ (CBP) มาอย่างต่อเนื่อง โดยไทยได้เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบในหลายด้าน ทั้งการเชื่อมโยงข้อมูลการผลิตและข้อมูลผู้ประกอบการร่วมกับกรมศุลกากรและกรมโรงงานอุตสาหกรรม และพาณิชย์จังหวัดการลงพื้นที่ตรวจสถานประกอบการ การตรวจสอบย้อนหลังถิ่นกำเนิดสินค้า และการดำเนินมาตรการกับผู้ประกอบการที่พบการกระทำผิด

ขณะเดียวกัน กรมการค้าต่างประเทศได้ปรับเพิ่มรายการสินค้าเฝ้าระวังร่วมกับ CBP จาก 49 รายการ 194 พิกัดศุลกากร เป็น 67 รายการ 274 พิกัดศุลกากร มีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 พร้อมเตรียมพัฒนาระบบ ROVERs Plus โดยนำ AI มาช่วยตรวจสอบและประเมินความเสี่ยงด้านถิ่นกำเนิดสินค้า รวมทั้งได้อบรมผู้ประกอบการเกี่ยวกับกฎถิ่นกำเนิดสินค้าและ Local Content แล้วกว่า 2,000 ราย โดยเรื่องนี้ไทยไม่ได้เพิ่งเริ่มดำเนินการ แต่ได้ยกระดับระบบตรวจสอบมาอย่างต่อเนื่อง และระหว่างวันที่ 28–31 สิงหาคม 2569 กรมการค้าต่างประเทศและกรมศุลกากรจะพบกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (USTR) เพื่อสื่อสารให้ฝ่ายสหรัฐฯ รับทราบและเห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการป้องกันและยกระดับการแก้ปัญหา transshipment อย่างเป็นรูปธรรม

การค้าเพิ่มขึ้นอาจเป็นสัญญาณที่ควรตรวจสอบ แต่ไม่ใช่หลักฐานว่ามีการหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้า เพราะการเปลี่ยนแปลงห่วงโซ่อุปทานอาจเกิดจากการลงทุนใหม่ การย้ายฐานการผลิต หรือการเพิ่มกำลังการผลิตที่เป็นกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่แท้จริง สิ่งสำคัญคือต้องแยกแยะกรณีดังกล่าวออกจากการแอบอ้างถิ่นกำเนิดหรือการหลีกเลี่ยงมาตรการทางการค้าให้ชัดเจนการประเมินสถานการณ์และขนาดของปัญหาจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลจริงและการแลกเปลี่ยนข้อมูลกับสหรัฐฯ เพื่อให้สามารถแยกแยะความเสี่ยง ตรวจสอบข้อเท็จจริง และแก้ไขปัญหาได้อย่างตรงจุด”

นางอารดาฯ กล่าวย้ำว่า ไทยพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ อย่างสร้างสรรค์บนพื้นฐานของข้อมูล ข้อเท็จจริง และหลักฐานที่ตรวจสอบได้ เพื่อจัดการกับผู้กระทำผิดให้ตรงจุด ขณะเดียวกันต้องไม่สร้างภาระที่ไม่จำเป็นแก่ผู้ประกอบการที่ดำเนินธุรกิจโดยสุจริต อีกทั้งจะส่งเสริมการใช้วัตถุดิบภายในประเทศเพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานโลกที่โปร่งใสและน่าเชื่อถือ.