• จันทร์ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 21:05 น.

DBD สแกนต่างชาติถือที่ดิน 3.6 หมื่นนิติบุคคล ลุยสกัด ‘นอมินี’ พื้นที่เสี่ยง

BREAKING NEWS JUSTICE & CRIME

กระทรวงพาณิชย์เชื่อมฐานข้อมูลกรมที่ดิน พบ 36,277 นิติบุคคลต่างชาติร่วมลงทุนถือครองโฉนดทั่วประเทศ จับตา 16 จังหวัดเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยว ชลบุรีมากสุดกว่า 1.12 หมื่นราย DBD เดินหน้าตรวจผู้ถือหุ้น-งบการเงิน ประสานตำรวจ กรมที่ดินและผู้ว่าฯ ขยายผลเครือข่ายนอมินี พร้อมชงศึกษาผลดีผลเสียเปิดทางต่างชาติคุณภาพพำนักระยะยาวในไทย

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า(DBD) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่ากรมพัฒนาธุรกิจการค้า ได้รับความอนุเคราะห์ข้อมูลการถือครองอสังหาริมทรัพย์โดยนิติบุคคลจากกรมที่ดิน จำนวน 144,706 ราย ซึ่งจากการตรวจสอบเป็นนิติบุคคลที่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของกรมฯ 125,662 ราย และในจำนวนนี้มีการถือครองอสังหาริมทรัพย์ (โฉนดที่ดิน) 123,542 ราย แบ่งเป็น นิติบุคคลสถานะเป็นไทย 100% 87,265 ราย และมีต่างชาติร่วมลงทุน 36,277 ราย ซึ่งนิติบุคคลส่วนใหญ่มีที่ตั้งอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล 6 จังหวัด รวมถึงจังหวัดแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญ 10 จังหวัด รวม 16 จังหวัด มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 35,154 ราย แบ่งได้ดังนี้

กรุงเทพมหานคร มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 4,437 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 4,053 ราย (91.35%) ร่วมลงทุน 49.01% – 99.99% จำนวน 201 ราย (4.53%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 183 ราย (4.12%)

จ.นนทบุรี มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 486 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 457 ราย (94.04%) ร่วมลงทุน 49.01% – 99.99% จำนวน 18 ราย (3.70%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 11 ราย (2.26%)

จ.สมุทรปราการ มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 2,185 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 1,735 ราย (79.41%) ร่วมลงทุน 49.01% – 99.99% จำนวน 181 ราย (8.28%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 269 ราย (12.31%)

จ.ปทุมธานี มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 961 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 772 ราย (80.34%) ร่วมลงทุน 49.01% – 99.99% จำนวน 77 ราย (8.01%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 112 ราย (11.65%)

จ.สมุทรสาคร มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 886 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 772 ราย (87.14%) ร่วมลงทุน 49.01% – 99.99% จำนวน 40 ราย (4.51%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 74 ราย (8.35%)

จ.นครปฐม มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 387 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 359 ราย (92.76%) ร่วมลงทุน 49.01% – 99.99% จำนวน 15 ราย (3.88%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 13 ราย (3.36%)

จ.ชลบุรี มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 11,215 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 9,706 ราย (86.55%) ร่วมลงทุน 49.01% – 99.99% จำนวน 300 ราย (2.67%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 1,209 ราย (10.78%)

จ.สุราษฎร์ธานี มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 5,752 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 5,719 ราย (99.42%) ร่วมลงทุน 49.01% – 99.99% จำนวน 20 ราย (0.35%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 13 ราย (0.23%)

จ.ภูเก็ต มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 3,086 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 3,046 ราย (98.70%) ร่วมลงทุน 49.01% – 99.99% จำนวน 25 ราย (0.81%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 15 ราย (0.49%)

จ.ระยอง มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 1,912 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 828 ราย (43.30%) ร่วมลงทุน 49.01% – 99.99% จำนวน 190 ราย (9.94%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 894 ราย (46.76%)

จ.เชียงใหม่ มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 1,571 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 1,492 ราย (94.97%) ร่วมลงทุน 49.01% – 99.99% จำนวน 48 ราย (3.06%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 31 ราย (1.97%)

จ.เชียงราย มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 253 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 240 ราย (94.86%) ร่วมลงทุน 49.01% – 99.99% จำนวน 9 ราย (3.56%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 4 ราย (1.58%)

จ.ประจวบคีรีขันธ์ มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 1,481 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 1,454 ราย (98.17%) ร่วมลงทุน 49.01% – 99.99% จำนวน 17 ราย (1.15%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 10 ราย (0.68%)

จ.กระบี่ มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 272 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 265 ราย (97.43%) ร่วมลงทุน 49.01% – 99.99% จำนวน 5 ราย (1.84%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 2 ราย (0.74%)

จ.พังงา มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 222 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 215 ราย (96.85%) ร่วมลงทุน 49.01% – 99.99% จำนวน 4 ราย (1.80%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 3 ราย (1.35%)

จ.แม่ฮ่องสอน มีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนรวม 48 ราย ในจำนวนนี้ มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุน 0.01% – 49.00% จำนวน 47 ราย (97.92%) ร่วมลงทุน 49.01% – 99.99% จำนวน 1 ราย (2.08%) และต่างชาติลงทุน 100% จำนวน 0 ราย (0.00%)

สรุปมีนิติบุคคลที่มีต่างชาติร่วมลงทุนและถือครองโฉนดที่ดินทั่วประเทศ รวม 36,277 ราย แบ่งเป็น

1. สัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติน้อยกว่าหรือเท่ากับ 49% รวม 31,516 ราย แบ่งเป็น ห้างหุ้นส่วน 146 ราย บริษัทจำกัด 30,633 ราย บริษัทมหาชนจำกัด 737 ราย

2. สัดส่วนผู้ถือหุ้นต่างชาติ ตั้งแต่ 49% ขึ้นไป รวม 4,761 ราย แบ่งเป็น ห้างหุ้นส่วน 11 ราย บริษัทจำกัด 4,709 ราย บริษัทมหาชนจำกัด 41 ราย

ทั้งนี้ กรมฯ ต้องขอขอบคุณกรมที่ดินที่ให้ความสำคัญในเรื่องนี้และบูรณาการฐานข้อมูลและทำงานร่วมกันระหว่าง 2 หน่วยงานเป็นอย่างดี และจากข้อมูลดังกล่าวส่วนหนึ่งพบว่า มีชาวต่างชาติมีความต้องการครอบครองอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพักอาศัยระยะยาวในประเทศไทย ประกอบกับข้อมูลนักท่องเที่ยวที่ลดลงอย่างต่อเนื่องภายหลังสถาณการณ์โควิด-19 รวมถึงจำนวนประชากรที่ลดลงอย่างต่อเนื่องเช่นกัน (คนเกิดน้อยกว่าคนเสียชีวิต 5 ปีติดต่อกัน) ตลอดจนการเข้าสู่สังคมสูงวัย ทำให้ส่งผลถึงกำลังซื้อหรือการบริโภคภายในประเทศลดลง ซึ่งคงถึงเวลาที่เราจะต้องทำการศึกษาถึงผลดีและผลเสียของเรื่องนี้อย่างละเอียด เพื่อรับชาวต่างชาติคุณภาพเข้ามาพำนักระยะยาวในประเทศไทย

แต่อย่างไรก็ตาม กรมฯ ยังคงให้ความสำคัญกับการป้องกันและปราบปรามนอมินีอย่างจริงจังและต่อเนื่อง โดยเฉพาะในพื้นที่เศรษฐกิจและแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่มีการลงทุนจากต่างชาติเป็นจำนวนมากและมีนิติบุคคลที่ชาวต่างชาติร่วมลงทุนถือครองอสังหาริมทรัพย์

โดยกรมฯ จะให้การสนับสนุนข้อมูลทางทะเบียนนิติบุคคล ผู้ถือหุ้น และงบการเงิน เนื่องจากการใช้คนไทยถือหุ้นแทนคนต่างด้าวหรือนอมินี ถือเป็นการบิดเบือนระบบเศรษฐกิจไทย สร้างความไม่เป็นธรรมในการแข่งขัน และส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการไทย จะเดินหน้าบูรณาการข้อมูลและการทำงานร่วมกับทุกหน่วยงานอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรมที่ดิน และผู้ว่าราชการในจังหวัดพื้นที่เสี่ยงนอมินีและจังหวัดท่องเที่ยวที่มีนิติบุคคลที่มีชาวต่างชาติร่วมลงทุนถือครองอสังหาริมทรัพย์ รวมถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอื่นๆ เพื่อสืบสวน ตรวจสอบ และดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดอย่างเด็ดขาด พร้อมขยายผลไปยังเครือข่ายที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่โปร่งใส เป็นธรรม และส่งเสริมการลงทุนที่ถูกต้องตามกฎหมาย” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย.