ผู้ใช้น้ำเชียงใหม่ร้องนายกฯ เร่งแก้ปัญหาบุกรุกป่าต้นน้ำ ปลูกขิงเชิงพาณิชย์กระทบเขื่อนแม่ทะลบ

กลุ่มผู้ใช้น้ำเขื่อนแม่ทะลบและลุ่มน้ำฝาง จังหวัดเชียงใหม่ ร้องนายกรัฐมนตรีเร่งแก้ปัญหานายทุนต่างถิ่นเช่าพื้นที่ปลูกขิงรุกป่าต้นน้ำ ใช้เครื่องจักรเปิดพื้นที่กว่า 3,000-5,000 ไร่ หวั่นกระทบแหล่งน้ำ เขื่อนตื้นเขิน สารเคมีปนเปื้อน และโยงปัญหายาเสพติด พร้อมเสนอ 6 แนวทางฟื้นฟูป่าและจัดระเบียบพื้นที่ทำกินอย่างยั่งยืน

Screenshot

นายอุดม  ยาพรหม ประธานผู้ใช้น้ำเขื่อนห้วยเดื่อ เปิดเผยว่ากลุ่มประชาชนผู้ใช้น้ำจากเขื่อนแม่ทะลบ และผู้ใช้น้ำจากแม่น้ำฝาง อำเภอฝาง แม่อาย ไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ ทำหนังสือถึงความเดือดร้อนของประชาชนผู้ใช้น้ำจากเขื่อนแม่ทะลบ และผู้ใช้น้ำจากแม่น้ำฝาง อำเภอฝาง แม่อาย ไชยปราการ จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อยื่นต่อฯพณฯ ท่านนายกรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล จากกรณีความเป็นมา เขื่อนแม่ทะลบสร้างขึ้นเมื่อปี 2546 โดยกรมชลประทาน เพื่อจัดเก็บน้ำจากลำน้ำห้วยทราย ลำห้วยต้นตอง และลำห้วยดอกไม้ไหว มีความจุสูงสุด 17 ล้านลูกบาตรเมตร  พื้นที่รองรับน้ำฝน ซึ่งหมายถึงป่าต้นน้ำ 85 ตารางกิโลเมตร   หรือเท่ากับ  53,125 ไร่ รวมถึงป่าต้นน้ำของอ่างเก็บน้ำห้วยเดื่อ  ตำบลแม่ข่า อำเภอฝาง ด้วย มีหมู่บ้านชนเผ่าอาศัยอยู่ ในพื้นที่รับน้ำ 4 หมู่บ้าน คือ บ้านห้วยต้นตอง บ้านห้วยทราย บ้านป่าหนา บ้านห้วยปูจา พื้นที่รับน้ำถูกเปลี่ยนไปเป็นพื้นที่ทำกินของประชากรชนเผ่าที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ป่ารับน้ำหลายหมื่นไร่ และพื้นที่บางส่วนรัฐได้ให้นิติบุคคคลสัมปทานไปเป็นสวนป่า อ.อ.ป. พื้นที่ป่าที่เหลือก็ถูกบุกรุกเพิ่มขึ้นอีกทุกๆ ปี

Screenshot

ทั้งนี้ สาเหตุของป่าต้นน้ำถูกบุกรุก เนื่องจากประชากรชนเผ่ามีจำนวนมากขึ้น ประกอบกับมีประชากรแฝงจากนอกพื้นที่ เข้ามาอาศัยแอบแฝงบุกรุกเปิดป่าเพื่อปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ โดยมีพ่อค้าคนกลางมาส่งเสริมและลงทุนให้ เมล็ดพันธ์ ให้ปุ๋ย – สารเคมี และรับซื้อผลผลิตคืน การบุกรุกป่าจึงเพิ่มขึ้นและรุนแรงทุกๆ ปี จนถึงปี 2568  ต่อเนื่องถึงปี 2569 มีประชาชน ชนเผ่าม้งนอกพื้นที่ จาก จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดเลย เข้ามาขอเช่าพื้นที่ทำกินจากเกษตรกรเจ้าของพื้นที่ เพื่อทำการปลูกขิง โดยให้ราคาค่าเช่าไร่ละ 3,500-7,000 บาท ต่อปี ซึ่งเป็นราคาจูงใจโดยมีบุคคลในพื้นที่ที่เห็นประโยชน์ส่วนตน และเจ้าหน้าที่รัฐบางคน เป็นผู้ติดต่อรวบรวมพื้นที่ให้นายทุน ทำให้เกษตรกรเจ้าของพื้นที่ยกที่ดินทำกินของตนเองทั้งหมด  คนละ 20-30 ไร่  ให้นายทุนชาวม้งดังกล่าวเช่า แล้วตนเองเอาเงินค่าเช่าไปซื้อเลื่อยยนต์ บุกรุกเปิดป่าทำกินใหม่  เพื่อปลูกข้าวโพด  ข้าวไร่ ทำกินอีกต่อไป และเตรียมไว้ให้นายทุนชาวม้งเช่าอีกครั้ง ในปีต่อไป เพราะการปลูกขิงจะปลูกซ้ำที่เดิมไม่ได้ จะทำให้ปัญหาเรื่องโรคขิงติดต่อ  ปัญหานี้จะไม่มีจุดจบถ้าภาครัฐไม่สามารถควบคุมการบุกรุกป่าได้

Screenshot

นายทุนชาวม้งจะนำรถไถ รถแทรกเตอร์ เข้ามาในพื้นที่ไม่ต่ำกว่า 20 คัน ไถบุกเบิกพื้นที่ ตัดถนน ตัดป่า เพื่อเชื่อมพื้นที่ปลูกเข้าหากันทั่วทั้งพื้นที่ ทำให้ป่าถูกเปิด ถูกทำทางรถยนต์ทั่วไปหมดในพื้นที่ โดยไม่เกรงกลัวกฎหมาย เกรงกลัวเจ้าหน้าที่ ปัญหานี้จะเกิดขึ้นทุกๆ ปี  ถ้าไม่ได้รับการแก้ไข ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นตามมา คือการพังทลายของหน้าดินในฤดูฝน ที่มีความลาดชันเกิน 30 องศา และถูกรถแทรกเตอร์ไถลงลึก 20-30 เซนติเมตร จะทำให้หน้าดินพังทลายลงสู่เขื่อนแม่ทะลบ และเขื่อนห้วยเดื่อ ในฤดูฝน ทำให้เขื่อนตื้นเขินขึ้นทุกปี ผลกระทบอีกอย่างหนึ่งก็คือ น้ำจากเขื่อนแม่ทะลบ นอกจากจะใช้ในการเกษตร ชาวบ้านยังนำน้ำจากเขื่อนไปผลิตเป็นน้ำปะปา ใช้อุปโภคและบริโภคในหมู่บ้าน  ตลอดจนในฟาร์มโคนม ซึ่งมีอยู่ในพื้นที่เกือบร้อยฟาร์ม จะได้รับผลกระทบจากสารเคมีปนเปื้อนมากับน้ำที่ไหลลงสู่เขื่อน

Screenshot

อย่างไรก็ตาม จากการขึ้นไปสำรวจของคณะกรรมการผู้ใช้น้ำ ครั้งหลังสุด พบว่า พื้นที่ที่ปลูกขิง ที่ถูกนายทุนชาวม้งต่างพื้นที่ มาเช่าปลูกขิง ไม่มีเฉพาะพื้นที่ของ อ.อ.ป. หรือพื้นที่ต้นน้ำเขื่อนแม่ทะลบและต้นน้ำเขื่อนห้วยเดื่อเท่านั้น มันลุกลามบุกรุกเข้าไปในเขตป่าสงวนของต้นน้ำลุ่มน้ำแม่ฝางอีก 3,000 – 5,000 ไร่ และเป็นการบุกรุกมาตั้งแต่ปี 2568 แล้ว โดยมีผู้นำชุมชนและเจ้าหน้าที่ของรัฐบางคน รู้เห็นเป็นใจ ชักนำให้การคุ้มครองปกป้อง โดยมีผลประโยชน์ตอบรับจากชาวม้งนอกพื้นที่กลุ่มนี้ และมีการปลูกบ้านพัก ค่อนข้างถาวร มีการปลูกพืชผักและต้นไม้ยืนต้น เช่น ทุเรียน มะม่วง คาดว่า ชาวม้งกลุ่มนี้ คงจะอยู่ลักษณะถาวร ซึ่งเราเห็นแล้ว ยอมรับไม่ได้ ป่าของเราถูกบุกรุก ทำลาย จากคนนอกพื้นที่ โค่นป่า ตัดป่า เพื่อปลูกขิงโดยใช้รถไถ และเครื่องจักรกลหนักไถที่ ซึ่งมีความราดชันเกิน 30 องศา หากฝนตกหนักจะทำให้ดินไหลลงสู่ลำห้วย ลำธาร ลงสู่แม่น้ำฝาง ซึ่งเป็นแม่น้ำสำคัญของคนฝาง แม่อาย ไชยปราการ

Screenshot

นอกจากนี้ การปลูกขิงยังใช้สารเคมีค่อนข้างมาก จะทำให้สารเคมีเหล่านี้ ไหลไปปนเปื้อนกับแม่น้ำฝาง ซึ่งคนทั้งสามอำเภอนี้ ใช้อุปโภคและบริโภค และที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ชาวม้งกลุ่มนี้ เป็นชาวม้งที่มีอิทธิพลมาอาศัยพื้นที่แถบนี้ เป็นที่พักยาบ้า และส่งยาบ้า ออกไปพร้อมกับรถขนส่งขิงสู่พื้นที่ส่วนกลางของประเทศ ซึ่งในปีที่ผ่านมามีการจับกุม รถบรรทุกขิง ซึ่งมียาบ้าซุกซ่อนรวมไปด้วยเป็นจำนวนมาก

แนวทางแก้ไข                                      

1. ขอให้เจ้าหน้าที่บ้านเมือง เจ้าหน้าที่ของรัฐใช้กฎหมายบังคับอย่างเคร่งครัด ตรวจสอบพื้นที่ทำกินถูกต้องหรือไม่ ชาวบ้านเอาที่ดินของตนเองไปให้นายทุนเช่าต่อได้หรือไม่ ตรวจสอบเงื่อนไขขององค์การเอกชนที่สัมปทาน ทำสวนป่า อ.อ.ป. แล้วนำที่สัมปทานไปให้คนอื่นเช่าต่อเพื่อปลูกขิง ปลูกยางพารา ถูกต้องหรือไม่ ถ้าผิดเงื่อนไข ข้อบังคับ ให้ยกเลิกสัมปทาน เพื่อคืนผืนป่าต่อไป

2. ผลักดันประชากรแฝง กลุ่มคนนอกพื้นที่มาเช่าที่ดินปลูกขิง ให้ออกนอกพื้นที่ทั้งหมด เพื่อป้องกันไม่ให้มีการบุกรุกเปิดป่าใหม่เพิ่มขึ้นทุกๆ ปี

3. จัดสรรที่ทำกินของประชากรที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เดิมให้เป็นระบบ จัดพื้นที่ทำกินอยู่ในกลุ่มหรือโซนเดียวกัน เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการ โดยกำหนดพื้นที่ทำกินให้แต่ละครอบครัว ๆ ละ 5-10 ไร่ จัดทำถนน ระบบชลประทาน ทั่วถึงทุกแปลง มอบให้โครงการหลวง หรือองค์กรเอกชนร่วมกับหน่วยงานของรัฐจัดระบบการปลูกแบบครบวงจร ตั้งแต่การผลิต จนถึงการตลาด

4. ปลูกป่าทดแทนในพื้นที่ที่เรียกคืนมาได้ โดยของรับการสนับสนุนจากองค์กรเอกชน มาเป็นเจ้าภาพในการปลูก เช่น บริษัทไทยเวฟ จำกัด บริษัทซีพี เจริญโภคภัณฑ์ จำกัด บริษัทบุญรอดเบอร์เวอร์รี่ จำกัด การไฟฟ้าฝ่ายผลิต กฟผ. บริษัทดับบลิวเบทเทอร์ไลฟ์ จำกัด

5. ขอสนับสนุนจากกระทรวงกลาโหม กองทัพบก กอ.รมน.กองทัพภาค 3 มาควบคุมดูแลพื้นที่ป่าหลังจากปลูกแล้วเสร็จ โดยตั้งด่านตรวจ ด่านสกัด เพื่อป้องกันการแอบบุกตัดทำลายต้นไม้ที่ปลูกแล้ว

6. จัดงบประมาณเพื่ออบรมให้ประชากรชนเผ่าที่อยู่ในพื้นที่ เพื่อปลุกจิตสำนึกให้รักษ์ป่า ปกป้องรักษาป่าอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้ง

ผลที่คาดว่าจะได้รับ หากทุกอย่างประสบผลสำเร็จ ชาวบ้านจะได้ป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ และน้ำกลับคืนมา สร้างความเป็นอยู่ที่ดีมีสุข ให้ประชาชนของอำเภอไชยปราการ และอำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่

ทั้งนี้ ทางกลุ่มผู้ใช้น้ำจากเขื่อนแม่ทะลบ ซึ่งประกอบด้วยเกษตรกร ตำบลแม่ทะลบ ตำบลศรีดงเย็น ตำบลปงตำ อำเภอไชยปราการ และเกษตรกรตำบลแม่ข่า อำเภอฝาง จังหวัดเชียงใหม่ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้รับความกรุณาจาก  ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ในการแก้ไขปัญหาทั้งหมด ให้พี่น้องเกษตรกรและประชาชนทั้งสองอำเภอ อย่างยั่งยืนสืบไปต่อไป.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password