คุ้มครองสิทธิฯ-ภ.3 ติวเข้ม พ.ร.บ.ทรมาน-อุ้มหายฯ ยึดหลักสิทธิมนุษยชนสากลในการปฏิบัติหน้าที่

กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ผนึกกำลังกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ยกระดับธรรมาภิบาล จัดประชุมเชิงปฏิบัติการติวเข้มกฎหมายป้องกันการทรมานและอุ้มหายฯ ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจพื้นที่ภาค 3 เน้นปฏิบัติหน้าที่โปร่งใส ตรวจสอบได้ และเคารพศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์

(วันที่ 27 มกราคม 2569) นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ รองอธิบดีกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ พร้อมด้วย พลตำรวจโท พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 3 ร่วมเป็นประธานเปิดการประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อส่งเสริมความรู้และแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการทรมานและการกระทำให้บุคคลสูญหาย พ.ศ. 2565 ณ โรงแรมเซนทาราโคราช จังหวัดนครราชสีมา โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 3 เข้าร่วมรับการอบรมกว่า 110 นาย
นายธีรยุทธ แก้วสิงห์ เปิดเผยว่า การขับเคลื่อนกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นภารกิจสำคัญในการปรับเปลี่ยนวัฒนธรรมการทำงานของเจ้าหน้าที่รัฐ โดยเน้นย้ำให้การปฏิบัติหน้าที่ต้องสอดคล้องกับหลักสิทธิมนุษยชนสากล เพื่อขจัดการทรมานและการอุ้มหายให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างยั่งยืน ตามเจตนารมณ์ของกฎหมายที่มุ่งคุ้มครองความปลอดภัยและสวัสดิภาพของประชาชนเป็นสำคัญ

สำหรับการประชุมเชิงปฏิบัติการ ในครั้งนี้ ได้รับเกียรติจากผู้เชี่ยวชาญระดับประเทศ อาทิ ศ.ณรงค์ ใจหาญ พ.ต.ท.ษิลิฬท์ บุญล้อม และ คุณนิธิวดี พรหมอาจ มาร่วมถ่ายทอดความรู้และถอดบทเรียนสำคัญ ประกอบด้วย:
* เจตนารมณ์และสาระสำคัญของกฎหมาย: เพื่อสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องในการป้องกันการละเมิดสิทธิ
* แนวทางปฏิบัติเชิงรุก: วิธีการปฏิบัติหน้าที่ตามระเบียบใหม่ เพื่อลดความเสี่ยงและคุ้มครองความปลอดภัยทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน
* การแก้ไขปัญหาและอุปสรรค: วิเคราะห์ความท้าทายจากสถานการณ์จริง เพื่อหาแนวทางปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานเดียวกัน

ด้าน พล.ต.ท.พฤทธิพงษ์ ประยูรศิริ ผบช.ภ.3 ระบุว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตาม พ.ร.บ. ดังกล่าวอย่างเคร่งครัด การส่งเสริมความรู้ในครั้งนี้ จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานมีความมั่นใจ ปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างถูกต้อง โปร่งใส และสามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับพี่น้องประชาชนในพื้นที่ได้อย่างแท้จริง
กรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ ยืนยันเดินหน้าสร้างความร่วมมือกับทุกภาคส่วนอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับกระบวนการยุติธรรมไทยให้มีมาตรฐานสากลและเป็นที่พึ่งของประชาชนอย่างเป็นธรรม.






