พณ.เสือปืนไว! นัดถกพรุ่งนี้ แก้นำเข้า ‘สินค้าเกรดต่ำ-ผิดกม.’ รับลูก ‘นายกฯ – กกร.’ เร่งแก้ทุกปัญหาอย่างเป็นระบบ

รมว.พาณิชย์ขานรับออเดอร์ “นายกฯ แพทองธาร – กกร.” เดินหน้าเร่งแก้ปัญหาเป็นระบบและเร่งด่วน ทั้งปัญหาสินค้านำเข้าด้อยคุณภาพ – เร่งเจรจา FTA – อำนวยความสะดวกให้ผู้ประกอบการ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัล – ปิดบริษัทม้าที่เชื่อมบัญชีม้า เผย! สวมบท “เสือปืนไว” นัดประชุมคณะทำงานพรุ่งนี้ (30) ทันที! วางกรอบกำกับดูแลคุมนำเข้าสินค้าไร้มาตรฐานคุณภาพต่ำ และผิดกฎหมายจากต่างประเทศ

นายพิชัย นริพทะพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (28 ตุลาคม 2567) ตนได้มีโอกาสร่วมคณะของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการรับมอบสมุดปกขาว ข้อเสนอแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจประเทศ ที่จัดทำโดยคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) ประกอบด้วย สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย สมาคมธนาคารไทย ทำให้รัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ได้รับข้อเสนอที่เป็นประโยชน์หลายเรื่อง
“ในส่วนของ กระทรวงพาณิชย์ ได้รับบัญชาจากท่านนายกรัฐมนตรีในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน 4 เรื่อง มีทั้งเรื่องที่ดำเนินการไปแล้ว ตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่ง และเรื่องที่ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับไปดำเนินการอย่างเร่งด่วน ประกอบด้วย การแก้ไขปัญหาสินค้านำเข้าด้อยคุณภาพ, การเร่งเจรจา FTA กับประเทศต่างๆ, การอำนวยความสะดวกให้กับผู้กับผู้ประกอบการ ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเต็มรูปแบบ 100% รวมถึงการปิดบัญชีบริษัทม้าที่เชื่อมโยงกับบัญชีม้า” นายพิชัย กล่าวและว่า

นายกรัฐมนตรีห่วงใยปัญหาสินค้านำเข้าไม่มีคุณภาพมาตรฐานและธุรกิจต่างประเทศที่ผิดกฎหมาย ส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชน จึงได้มีคำสั่งแต่งตั้ง “คณะกรรมการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาสินค้าและธุรกิจจากต่างประเทศที่ฝ่าฝืนกฎหมาย” และสั่งการให้กระทรวงพาณิชย์เข้าไปช่วยแก้ปัญหา ผ่านกลไกของคณะกรรมการชุดนี้ เพื่อดึงทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันเร่งรัดมาตรการเพื่อแก้ไขปัญหาให้เห็นผลเป็นรูปธรรมโดยเร็ว และตั้งเป้าให้มีความคืบหน้าอย่างชัดเจนภายใน 3 เดือน และนัดแรกจะจัดประชุมในวันพรุ่งนี้ (30 ตุลาคม) เพื่อติดตามความคืบหน้าและพิจารณามาตรการที่เกี่ยวข้องต่อไป
นายพิชัย ย้ำว่า วันนี้ กระทรวงพาณิชย์ยังได้เร่งรัดเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับประเทศใหม่ๆ และเร่งสรุปผลการเจรจาที่ยังคั่งค้างเพื่อช่วยดึงดูดการลงทุน รวมถึงใช้ประโยชน์ด้านส่งออก-นำเข้า โดยการเจรจา FTA ที่ใกล้ปิดดีล เช่น ไทย-สมาคมการค้าเสรีแห่งยุโรป (EFTA) มีสมาชิก 4 ประเทศ คือ ไอซ์แลนด์ ลิกเตนสไตน์ นอร์เวย์ และสวิตเซอร์แลนด์ หากเจรจาสำเร็จในปีนี้ ไทยจะเป็นประเทศแรกในอาเซียน ที่ทำ FTA กับ EFTA นอกจากนั้น ยังมีการผลักดัน FTA อื่นๆ เช่น FTA กับสหภาพยุโรป (EU) ปากีสถาน ภูฏาน UAE และอินเดีย ทำให้ภายในรัฐบาลนี้ คาดว่าจะสรุปผลการเจรจาได้อีกหลายฉบับ รวมๆ มากกว่า 10 ประเทศ จากปัจจุบันไทยมี FTA 15 ฉบับกับเพียง 18 ประเทศ ซึ่งจะทำให้ไทยเติบโตแบบก้าวกระโดด

ในเรื่องการอำนวยความสะดวกให้กับผู้ประกอบการ ตนได้ “คิกออฟ” ระบบการให้บริการส่งออกสินค้ามาตรฐาน “OCS Connect” ด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลเต็มรูปแบบ 100% ตั้งแต่ในสัปดาห์แรกที่เข้ามารับตำแหน่งแล้ว โดยระบบดังกล่าว ครอบคลุมการให้บริการตั้งแต่การออกใบทะเบียน/ใบอนุญาต การตรวจสอบมาตรฐานสินค้า จนกระทั่งการออกใบรับรองมาตรฐานสินค้าเพื่อประกอบพิธีการศุลกากรขาออกผ่านระบบ National Single Window (NSW) ที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว และเบ็ดเสร็จในแพลตฟอร์มเดียว โดยผู้ประกอบการไม่ต้องเสียเวลาและค่าใช้จ่ายในการเดินทางเข้ามาติดต่อ เพราะมีการเชื่อมโยงข้อมูลระหว่างหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อลดเอกสารที่ซ้ำซ้อน ลดขั้นตอนการดำเนินงานที่ไม่จำเป็น และรองรับการชำระค่าธรรมเนียมในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบ e-Payment ได้ทันที
ในเรื่องสุดท้าย คือ การปิดบัญชีบริษัทม้าที่เชื่อมโยงกับบัญชีม้า ตนได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หารือร่วมกับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน และกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยได้รับทราบว่า มีนัดหมายกันในวันพฤหัสบดีที่ 31 ตุลาคมนี้ ในเบื้องต้น กรมพัฒนาธุรกิจการค้า จะได้ชะลอการจดทะเบียนนิติบุคคลให้กับบุคคลที่อยู่ในบัญชีความเสี่ยง มีการเพิ่มความเข้มงวดในการรับจดทะเบียนด้วยมาตรการต่างๆ เช่น ให้บุคคลที่เป็นผู้ต้องสงสัยตามประกาศรายชื่อ HR 03 ของ ปปง. ต้องมาแสดงตนต่อหน้านายทะเบียน เป็นต้น
“ขอเรียนย้ำว่า กระทรวงพาณิชย์ พร้อมรับทุกข้อเสนอ เพื่อทำให้การค้าการลงทุนภายใต้รัฐบาลนี้เป็นไปอย่างก้าวกระโดด โดยกระทรวงพาณิชย์จะนำข้อเสนอในสมุดปกขาวของคณะกรรมการร่วมภาคเอกชน 3 สถาบัน (กกร.) มาปรับใช้ให้เข้ากับนโยบายของกระทรวงพาณิชย์ เพื่อให้สอดรับกันซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งการดำเนินงานของภาครัฐและเอกชน ต่อไป” นายพิชัย ย้ำหนักแน่น.