รัฐช่วยครึ่งหนึ่ง! ดันคนไทยมีธุรกิจ อุดหนุนแฟรนไชส์สูงสุด 1 หมื่น

กระทรวงพาณิชย์เตรียมเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส” ช่วยออกเงินลงทุนแฟรนไชส์ 50% สูงสุด 10,000 บาท พร้อมสิทธิพื้นที่ขายฟรีในโลตัสและแม็คโคร 6 เดือน หวังสร้างอาชีพและกระตุ้นเศรษฐกิจฐานราก

นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า(DBD) กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยภายหลังเป็นประธาน ‘การประชุมเตรียมความพร้อมการดำเนินโครงการไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส’ ณ โรงแรมแกรนด์ เซนเตอร์ พอยต์ ลุมพินี กรุงเทพฯ ว่า ในวันนี้ (24 มิถุนายน 2569) นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ ได้สั่งการให้ กรมฯ บูรณาการร่วมกับหน่วยงานพันธมิตรทั้งภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) บริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) SME D Bank ธ.ออมสิน และ บสย. จัดประชุมฯ เพื่อสร้างความเข้าใจแนวทางการดำเนินโครงการ และเตรียมความพร้อมให้ผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ไทยเข้าร่วมโครงการฯ ก่อนเปิดตัวอย่างเป็นทางการในเดือนกรกฎาคม 2569 นี้

อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวต่อว่า “โครงการ ‘ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส’ เป็นการดำเนินงานภายใต้นโยบาย ‘ไทยช่วยไทยของรัฐบาลและกระทรวงพาณิชย์ ที่จะช่วยสร้างธุรกิจและอนาคตให้กับผู้ว่างงาน หรือที่กำลังมองหาธุรกิจลงทุน มองหารายได้เสริม และมองหาแฟรนไชส์ที่มีคุณภาพเพื่อการลงทุน โดยเปิดโอกาสให้ประชาชนได้ก้าวสู่การเป็นเจ้าของธุรกิจ ผ่านระบบแฟรนไชส์คุณภาพ สามารถเลือกธุรกิจเล็กๆ ที่เริ่มต้นอาชีพได้จริงในระยะเวลาสั้นๆ และมีโอกาสประสบความสำเร็จค่อนข้างสูง เนื่องจากมีแฟรนไชส์ซอร์เป็นพี่เลี้ยงคอยดูแลตลอดระยะเวลาดำเนินธุรกิจ โดยรัฐบาลจะร่วมอุดหนุนเงินทุนในการเริ่มต้นธุรกิจแฟรนไชส์ให้กับประชาชนร้อยละ 50 ของมูลค่าแพ็กเกจ สูงสุดรายละ 10,000 บาท สำหรับแพ็กเกจแฟรนไชส์ที่มีมูลค่าไม่เกิน 100,000 บาท

นอกจากนี้ ยังจะได้รับสิทธิประโยชน์จากหน่วยงานพันธมิตร อาทิ กรณีเงินลงทุนไม่เพียงพอจะมีการสนับสนุนธุรกิจผ่านบริการ Krungthai Business โอกาสเข้าถึงสินเชื่ออัตราพิเศษสำหรับธุรกิจแฟรนไชส์ อาทิ ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ธนาคารออมสิน และหากต้องมีการค้ำประกันจะมีบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อมมาช่วยดูแล ตลอดจนสิทธิในการใช้พื้นที่จำหน่ายสินค้าและบริการในเครือโลตัสและแม็คโครทั่วประเทศ กว่า 2,000 สาขา โดยได้รับการสนับสนุนพื้นที่ฟรีเป็นระยะเวลา 6 เดือน

ซึ่งจะช่วยเพิ่มโอกาสทางการตลาดในช่วงเริ่มต้นธุรกิจ และเร่งการขยายธุรกิจให้เติบโตได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมทั้งการสมัครเข้าเป็นร้านค้าร่วมโครงการไทยช่วยไทยพลัส (60 : 40) ซึ่งจะรับสมัครถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2569 ซึ่งจะได้ลูกค้าเพิ่มมากขึ้น สำหรับผู้สนใจที่จะสมัครเข้ามาลงทุนสามารถเลือกซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์กับโครงการฯ ได้ผ่านทางเว็บไซต์ ‘ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์.dbd.go.th’ โดยสามารถติดต่อไปยังเจ้าของธุรกิจแฟรนไชส์ (แฟรนไชส์ซอร์) ได้โดยตรง จากนั้นแฟรนไชส์ซอร์จะทำหน้าที่ส่งต่อข้อมูลและเอกสารต่างๆ ของแฟรนไชส์ซีมายังกรมฯ เพื่อร่วมกันพิจารณาความพร้อมของผู้ลงทุน ดังนั้น แฟรนไชส์ซอร์จึงมีอีกหนึ่งบทบาทสำคัญในฐานะเป็นผู้ช่วยในการคัดเลือกแฟรนไชส์ซีที่ดี มีความพร้อม และมีความสามารถที่จะประกอบอาชีพได้

อย่างไรก็ดี ในมุมสิทธิประโยชน์ของแฟรนไชส์ซอร์ ก็มีโอกาสได้ขยายธุรกิจผ่านแฟรนไชส์ซีที่มีคุณภาพ ซึ่งกรมฯ ได้เน้นย้ำให้ทำการคัดเลือกอย่างเข้มข้น และให้ดูแลกันอย่างดีตลอดเวลาทำธุรกิจ ซึ่งจะทำให้เติบโตไปพร้อมกัน เปรียบเสมือนการสร้างแรงกระเพื่อมทางเศรษฐกิจที่จะขยายผลต่อเนื่องไปทั่วประเทศ รวมถึงกรมฯ ยังให้ความสำคัญกับการคัดเลือกแฟรนไชส์ซอร์คุณภาพเพราะจะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนได้ว่าจะสามารถส่งต่อความสำเร็จสู่แฟรนไชส์ซีได้จริง ซึ่งแฟรนไชส์ซอร์ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องผ่านการคัดกรองคุณสมบัติจากกรมฯ และสมัครเข้าร่วมผ่านช่องทางที่กรมฯ กำหนด โดยศึกษารายละเอียดได้จากเว็บไซต์ดังกล่าว”

โอกาสนี้ ขอเชิญชวนผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ไทยที่มีศักยภาพและผู้ที่กำลังมองหาธุรกิจเพื่อลงทุน สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการฯ เพื่อขยายโอกาสทางธุรกิจและเข้าถึงกลุ่มผู้สนใจลงทุนในแฟรนไชส์ทั่วประเทศ โดยแฟรนไชส์ที่เข้าร่วมโครงการฯ จะได้รับการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์ ไทยช่วยไทยแฟรนไชส์.dbd.go.th ซึ่งเป็นช่องทางกลางให้นักลงทุนมาเลือกซื้อแพ็กเกจแฟรนไชส์และติดต่อธุรกิจได้โดยตรง โดยสามารถดำเนินการได้ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป ทั้งนี้ กรมฯ มีกำหนดจัดงานแถลงข่าวโครงการ ‘ไทยช่วยไทย แฟรนไชส์สร้างอาชีพ พลัส’ เพื่อเป็นการสร้างการรับรู้ระหว่างดำเนินโครงการฯ โดยนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ อีกครั้งในวันที่ 15 กรกฎาคม 2569 โดยคาดว่าจะมีผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์จากทั่วประเทศเข้าร่วมจำนวนมาก เพื่อร่วมกันสร้างอาชีพ สร้างรายได้ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้เติบโตอย่างเข้มแข็งต่อไป” อธิบดีพูนพงษ์ฯ กล่าวทิ้งท้าย.

Login

Welcome! Login in to your account

Remember me Lost your password?

Lost Password