• ศุกร์ 9 ตุลาคม 2569 เวลา 19:25 น.

หนี้–ค่าครองชีพกดดัน ดัชนีเชื่อมั่นผู้บริโภคร่วง

BREAKING NEWS ECONOMY

สนค. เผยดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ก.ย. 69 ลดเหลือ 48.9 ต่ำกว่าเกณฑ์เชื่อมั่น แม้โครงการไทยช่วยไทย พลัส ช่วยพยุงกำลังซื้อ แต่ภาระหนี้–ค่าครองชีพยังฉุดความมั่นใจ จับตาน้ำท่วมซ้ำเติมรายได้ครัวเรือนและกำลังซื้อเดือนถัดไป

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ระดับ 48.9 ปรับลดลงจากระดับ 49.5 ในเดือนก่อนหน้า โดยอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 50 แม้มาตรการของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการไทยช่วยไทย พลัส จะช่วยลดภาระค่าครองชีพและพยุงกำลังซื้อของประชาชน ประกอบกับการส่งออกที่ยังขยายตัวต่อเนื่อง แต่ประชาชนยังมีความกังวลต่อค่าครองชีพและภาระหนี้ครัวเรือนที่อยู่ในระดับสูง รวมถึงความไม่แน่นอนทางการเมืองและเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายนปรับลดลง ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคโดยรวม เดือนกันยายน 2569 อยู่ที่ระดับ 48.9 ปรับลดลงจากระดับ 49.5  ในเดือนก่อนหน้า โดยอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 50 สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 39.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 39.8 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งยังอยู่ในช่วงไม่เชื่อมั่น ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคในอนาคต (3 เดือนข้างหน้า) อยู่ที่ระดับ 55.3 ปรับตัวลดลงจากระดับ 56.0 ในเดือนก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่น

ปัจจัยสำคัญที่สนับสนุนความเชื่อมั่นของประชาชน  ได้แก่ (1) มาตรการของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการ

ไทยช่วยไทย พลัส มีส่วนช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชน กระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศ และเพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อย และ (2) การส่งออกยังขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยมีแรงขับเคลื่อนหลักจากสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี ตามการเติบโตของการลงทุนด้านเทคโนโลยีขั้นสูงทั่วโลก และการส่งออกผลไม้ที่เพิ่มขึ้นในระดับสูง จากผลผลิตที่ออกสู่ตลาดตามฤดูกาล

ปัจจัยสำคัญที่ลดทอนความเชื่อมั่นของประชาชน ได้แก่ (1) ความกังวลต่อค่าครองชีพ รวมทั้งภาระหนี้ครัวเรือนและภาคธุรกิจที่ยังอยู่ในระดับสูง และ (2) ความขัดแย้งและความไม่แน่นอนทางภูมิรัฐศาสตร์ ยังคงเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจ ผ่านความผันผวนของราคาพลังงาน ต้นทุนการขนส่งและราคาสินค้า รวมถึงความไม่แน่นอนของการค้าและเศรษฐกิจโลก

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายภูมิภาค จำนวน 5 ภูมิภาค พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคของกรุงเทพฯ และปริมณฑล และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มีค่าสูงกว่าค่าฐานที่ระดับ 50 ซึ่งอยู่ในช่วงเชื่อมั่น ขณะที่ดัชนีของภาคอื่นๆ อยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล อยู่ที่ระดับ 53.9 ปรับตัวสูงขึ้นมาอยู่ในช่วงเชื่อมั่นจากระดับ 49.2 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย เศรษฐกิจโลก และมาตรการของรัฐ ภาคกลาง อยู่ที่ระดับ 47.4 ปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อยจากระดับ 47.3 ในเดือนก่อนหน้า และภาคเหนือ อยู่ที่ระดับ 47.4 ปรับตัวลดลงจากระดับ 49.4 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น ส่วนภาคตะวันออก เฉียงเหนือ อยู่ในช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 50.0 แต่ปรับตัวลดลงจากระดับ 52.0 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และมาตรการของรัฐ ภาคใต้ อยู่ที่ระดับ 48.0 ปรับตัวลดลงจากระดับ 49.9 ในเดือนก่อนหน้า แต่ยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจำแนกรายอาชีพ จำนวน 7 อาชีพ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคกลุ่มอาชีพพนักงานของรัฐ และผู้ไม่ได้ทำงาน/บำนาญ มีค่าสูงกว่าค่าฐานที่ระดับ 50 ซึ่งอยู่ในช่วงเชื่อมั่น ขณะที่ดัชนีของอาชีพอื่นๆ 5 กลุ่มอาชีพ อยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยมี เกษตรกร อยู่ที่ระดับ 47.0 ปรับตัวลดลงจากระดับ 48.4 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย ราคาสินค้าเกษตร และผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง พนักงานเอกชน อยู่ที่ระดับ 49.5 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 48.9 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น ส่วนพนักงานของรัฐ ยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 53.7 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 53.1 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ผู้ประกอบการ อยู่ที่ระดับ 49.7 ปรับตัวลดลงมาอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่นจากระดับ 51.3 ในเดือนก่อนหน้า และรับจ้างอิสระ อยู่ที่ระดับ 46.7 ปรับตัวลดลงจากระดับ 47.4 ในเดือนก่อนหน้า ซึ่งยังอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่น โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย ผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง และมาตรการของรัฐ นักศึกษา อยู่ที่ระดับ 47.5 ปรับตัวลดลงมาอยู่ต่ำกว่าช่วงเชื่อมั่นจากระดับ 50.5 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย สังคม/ความมั่นคง และเศรษฐกิจโลก ไม่ได้ทำงาน/บำนาญ ยังอยู่ในช่วงเชื่อมั่นที่ระดับ 50.4 ปรับตัวสูงขึ้นจากระดับ 50.3 ในเดือนก่อนหน้า โดยปัจจัยที่ส่งผลต่อความเชื่อมั่น 3 อันดับแรก คือ เศรษฐกิจไทย มาตรการของรัฐ และผลจากราคาน้ำมันเชื้อเพลิง เมื่อพิจารณาจากกลุ่มผู้เชี่ยวชาญ พบว่า ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคอยู่ที่ระดับ 41.8 ปรับตัวลดลงจากระดับ 45.1 ในเดือนก่อนหน้า

ทั้งนี้ ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือนกันยายน 2569 มาจากการสำรวจความคิดเห็นประชาชนระหว่างวันที่ 4 – 25 กันยายน 2569 ผลสำรวจจึงยังไม่สะท้อนผลกระทบจากสถานการณ์อุทกภัยที่เริ่มเกิดขึ้นในช่วงปลายเดือนกันยายนและต่อเนื่องถึงเดือนตุลาคม 2569 อย่างมีนัยสำคัญ อย่างไรก็ดี หากพิจารณาบทเรียนจากสถานการณ์มหาอุทกภัยในปี 2554 พบว่า อุทกภัยสามารถส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การจ้างงาน และความเชื่อมั่นของผู้บริโภค สำหรับผลกระทบในปี 2569 จะขึ้นอยู่กับขอบเขตพื้นที่ ระดับความรุนแรง และระยะเวลาของสถานการณ์อุทกภัย และอาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของครัวเรือนจากความเสียหายของพื้นที่เพาะปลูกและผลผลิตทางการเกษตร การหยุดชะงักของการประกอบอาชีพและกิจการค้า รวมถึงภาระค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมและฟื้นฟูบ้านเรือนและทรัพย์สินที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งอาจทำให้ครัวเรือนเผชิญแรงกดดันทั้งจากรายได้ที่ลดลงและค่าใช้จ่ายจำเป็นที่เพิ่มขึ้น ส่งผลให้กำลังซื้ออ่อนแอลงและประชาชนระมัดระวังการใช้จ่ายมากขึ้น ตลอดจนสร้างความกังวลต่อภาวะเศรษฐกิจในภาพรวม ซึ่งอาจเป็นปัจจัยกดดันความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนถัดไป จึงจำเป็นต้องติดตามสถานการณ์และประเมินผลกระทบต่อความเชื่อมั่นผู้บริโภคในเดือนถัดไปอย่างใกล้ชิด

อย่างไรก็ดี กระทรวงพาณิชย์ให้ความสำคัญกับการดูแลค่าครองชีพและพยุงกำลังซื้อของประชาชน การติดตามสถานการณ์ราคาสินค้าจำเป็น โดยสำนักงานพาณิชย์จังหวัดลงพื้นที่ตรวจสอบราคาและปริมาณสินค้า เพื่อให้ทราบถึงสถานการณ์ปัญหาและดูแลประชาชนได้สอดคล้องกับสภาพปัญหาในแต่ละพื้นที่ ขณะเดียวกัน กระทรวงพาณิชย์ยังให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางการค้าแก่ผู้ประกอบการรายย่อยและสินค้าชุมชน ตลอดจนการส่งเสริมการส่งออก เพื่อสนับสนุนรายได้ของผู้ประกอบการและการขยายตัวของเศรษฐกิจ อย่างไรก็ตาม เมื่อประชาชนยังมีความกังวลต่อค่าครองชีพและภาระหนี้ การดูแลราคาสินค้าจำเป็นและลดภาระรายจ่ายจึงมีความสำคัญต่อการพยุงกำลังซื้อและความเชื่อมั่นผู้บริโภค.