“รมว.อุตสาหกรรมลงพื้นที่อมตะซิตี้ ชลบุรี สั่ง กนอ. เร่งแผนป้องกันน้ำท่วม เสนอ ครม. ใน 1–2 สัปดาห์ พร้อมผลักดันมาตรการเยียวยาภายใน 1 เดือน ด้านอมตะฯ เสนอลดค่าบำรุงรักษา–ค่าน้ำ 50% นาน 1 ปี ช่วยโรงงานประสบภัย

นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะ ลงพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ ชลบุรี เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2569 เพื่อพบปะหารือและเปิดวงรับฟังเสียงผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบจากปัญหาอุทกภัย โดยได้เข้าร่วมประชุมติดตามและรับฟังปัญหาอุทกภัย ซึ่งมี นายวิกรม กรมดิษฐ์ ผู้ก่อตั้งและประธานกรรมการบริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วยประธานกรรมการ กนอ., ผู้ว่าการ กนอ., รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี, ผู้แทนบริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน และตัวแทนผู้ประกอบการ เข้าร่วมประชุม
นายวราวุธ ได้สรุปสาระสำคัญและแนวทางการขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาที่สำคัญ โดยได้สั่งการให้การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) รวบรวมข้อเสนอของผู้ประกอบการเพื่อสรุปและนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 1-2 สัปดาห์นี้ พร้อมระบุว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย (นายอนุทิน ชาญวีรกุล) มีความห่วงใยผู้ประกอบการอย่างยิ่ง พร้อมกันนี้ยังได้ฝากทางผู้บริหารนิคมฯ พิจารณาเพิ่มกำลังการสูบน้ำจาก 20,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เป็น 40,000 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง เพื่อรับมือกับปริมาณน้ำฝนที่เพิ่มขึ้นเท่าตัว
ตลอดจนเน้นย้ำความจำเป็นของการสร้างคันกั้นน้ำ ระบบเตือนภัยตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงเทคนิคการวางกระสอบทรายล้อมจุดน้ำผุดหรือรอยแตกคอนกรีต ซึ่งจากประสบการณ์แก้ไขปัญหาน้ำท่วมจะช่วยชะลอและหยุดการทะลักของน้ำได้เป็นอย่างดี อีกทั้งยังกำชับให้ลงพื้นที่ตรวจสอบทุกโรงงานทั่วประเทศ ทั้งกลุ่ม SME และผู้ประกอบการรายใหญ่ เพื่อกำหนดเป็นมาตรฐานในการช่วยเหลือและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยตามนโยบายของนายกรัฐมนตรี
นายวราวุธ กล่าวเน้นย้ำว่า กระทรวงอุตสาหกรรมไม่ได้มาเพื่อแก้ตัว แต่มารับฟังปัญหาและพร้อมเร่งประสานงานในทุกมิติเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีก นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้ กนอ. และทุกนิคมฯ ยกระดับการประมาณการในกรณีเลวร้ายที่สุด เตรียมพร้อมรับมือความเปลี่ยนแปลงทางภูมิอากาศ และเตรียมแหล่งสำรองน้ำในอนาคตจากผลกระทบของซุปเปอร์เอลนีโญและลานีญา พร้อมให้ความรู้ผู้ประกอบการเกี่ยวกับการเรียงกระสอบทรายและกำหนดอัตราการสูบน้ำที่เหมาะสมกับแต่ละพื้นที่

ขณะเดียวกัน กระทรวงอุตสาหกรรมยังได้เร่งบูรณาการความร่วมมือกับทุกกระทรวงเพื่อขับเคลื่อนมาตรการช่วยเหลือเยียวยาผู้ประกอบการให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือนนับจากนี้ ครอบคลุมถึงมาตรการด้านภาษีและการซ่อมแซมเครื่องจักรร่วมกับคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (บีโอไอ), การสนับสนุนแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยต่ำสำหรับ SMEs ผ่านธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (ธพว.), การประสานกระทรวงคมนาคมเพื่ออำนวยความสะดวกด้านการขนส่งสินค้าและการชิปปิ้ง, การประสานกระทรวงพาณิชย์ดูแลเรื่องการไม่ขึ้นค่าเบี้ยประกันภัยพร้อมเร่งการจ่ายสินไหม และการประสานกระทรวงแรงงานเพื่อเยียวยาแรงงานในกรณีที่บางโรงงานต้องปิดกิจการชั่วคราวเพื่อฟื้นฟูตั้งแต่สิ้นเดือนยาวไปจนถึงเดือนธันวาคม
ด้าน นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ระบุว่า อุทกภัยครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ 185 ราย ใน 8 กลุ่มอุตสาหกรรม โดย กนอ. ตระหนักเป็นอย่างดีว่าภารกิจสำคัญในขณะนี้ไม่ใช่เพียงการเร่งคลี่คลายสถานการณ์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการช่วยเหลือ เยียวยา และฟื้นฟูผู้ประกอบการให้สามารถกลับมาดำเนินธุรกิจได้โดยเร็วที่สุด ผ่านแผนการดำเนินงานที่ชัดเจน ได้แก่ แผนระยะสั้น มุ่งลดความเสี่ยงจากน้ำท่วมผ่านการเสริมแนวป้องกัน เพิ่มประสิทธิภาพระบบสูบและระบายน้ำ แก้ไขจุดคอขวด และยกระดับมาตรการเฝ้าระวัง พร้อมทั้งประสานกับนิคมฯ อมตะซิตี้ ชลบุรี ในการพร่องน้ำรางระบายให้รวดเร็วและมากขึ้น ดูแลเครือข่ายระบบคลองภายในนิคมฯ ให้มีประสิทธิภาพ พร้อมย้ำเรื่องระบบการสื่อสารที่ชัดเจน มีระบบแจ้งเตือนอัตโนมัติ และสายด่วนติดต่อได้ 24 ชั่วโมง และแผนระยะกลางถึงยาว ในการพัฒนาและเพิ่มประสิทธิภาพระบบบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ ทั้งการเพิ่มพื้นที่รองรับน้ำ การเสริมแนวป้องกัน และบูรณาการความร่วมมือกับท้องถิ่นและภาครัฐเพื่อป้องกันและลดผลกระทบอย่างยั่งยืน ทั้งนี้ กนอ. พร้อมนำบทเรียนจากเหตุการณ์ครั้งนี้ มาทบทวนยกระดับระบบป้องกัน และรับฟังข้อเสนอแนะจากผู้ประกอบการเพื่อนำไปประสานกับกระทรวงอุตสาหกรรมในการกำหนดมาตรการช่วยเหลือที่ตรงจุดและเกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป
ขณะที่นายวิกรม กรมดิษฐ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) ได้เสนอมาตรการสนับสนุนโรงงานที่ประสบอุกทกภัย โดยจะได้รับการลดหรือเว้นค่าบำรุงรักษา 50% เป็นระยะเวลา 1 ปี, ลดค่าระบบสาธารณูปโภค ค่าน้ำประปาให้ 50% เป็นระยะเวลา 1 ปี โดยเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป พร้อมกันนี้จะยังคงติดตามยกระดับการเฝ้าระวังโดยคงอัตราการสูบระบายน้ำ และพร่องระดับน้ำบริเวณคูคลองให้มากที่สุดเพื่อใช้เป็นแก้มลิงรองรับปริมาณฝนที่อาจเกิดขึ้น ด้านการดูแลสุขอนามัย และสิ่งแวดล้อม ได้นำน้ำผสมจุลินทรีย์ (EM) เข้าไปบำบัดน้ำเสีย เร่งเก็บขยะออกจากพื้นที่โรงงาน และร่วมมือกับโรงพยาบาลวิภารามอมตะนครให้บริการหน่วยแพทย์เคลื่อน อย่างไรก็ตาม ภาคเอกชนต้องการให้ภาครัฐเข้าสนับสนุน เรื่องการดำเนินการขอใช้พื้นที่สาธารณะเพื่อปรับปรุง เส้นทางน้ำและระบบป้องกันน้ำท่วม รวมถึงการจัดตั้งศูนย์บัญชาการและประสานงานตั้งทีมทำงานร่วมกันเพื่อร่วมกันป้องกันรับมือเหตุอุทกภัย และยกระดับพื้นที่นิคมอุตสาหกรรม.

